สยุมพร ลิ่มไทย หารือเหตุผลสนับสนุนการขึ้นทะเบียนพื้นที่เขตอันดามันเป็นมรดกโลก โดยเน้นความหลากหลายทางชีวภาพและเสนอให้ภาครัฐเร่งบูรณาการการจัดการเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวที่ขาดการควบคุม พร้อมเรียกร้องยกระดับสิทธิชุมชนดั้งเดิม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สยุมพร ลิ่มไทย ครับ ผมก็ขอให้ความคิดเห็น ซึ่งจะเป็นประเด็นที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทางคณะกรรมาธิการ แต่ว่าโดยหลักการแล้วผมสนับสนุนในเรื่องการที่จะเสนอพื้นที่อันดามันเป็นแหล่งมรดกโลก เพราะผมคิดว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สำคัญ แล้วก็ถ้าทำได้จะมีผลกระทบในเชิงบวก อย่างมหาศาล เพียงเรื่องเดียวเรื่องนี้นะครับ จะมีผลกระทบมากมายในทางบวกนะครับ ผมเคยอยู่ในพื้นที่อย่างน้อย ๔ จังหวัด ใน ๖ จังหวัดของฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดตรังเป็น บ้านเกิดของผม แล้วผมเคยอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา ที่สำคัญก็คือผมเคยไปเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ซึ่งอยู่ตรงปลายสุดของฝั่งทะเลอันดามัน ขอเรียนว่า เรื่องความสวยงามและความหลากหลายทางชีวภาพของเขตอันดามัน ซึ่งอยู่ในฝั่งของ ประเทศไทยนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับ แล้วก็เป็นสิ่งที่น่าจะเป็นมรดกของประเทศ แล้วก็ของ อนุชนรุ่นหลังไปอีกยาวนาน มีสิ่งที่ผมอยากจะเรียนเพื่อความเป็นสิริมงคลให้พวกเราได้รับทราบ ตอนที่ผมเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่เพชรบุรี แล้วก็ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดที่สตูล ตอนนั้นผมได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ โปรดให้เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ ทรงรับสั่งถึงความสวยงามของฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งอยู่ในเขตของประเทศไทย แล้วก็บอกว่าผู้ว่าไปช่วยดูแลฝั่งทะเลอันดามันด้านนี้ด้วยเป็น มรดกที่หาได้ยากยิ่ง ถ้ามีโอกาสจะเสด็จพระราชดำเนินไปอีกครั้งหนึ่ง อันนี้ผมเรียนให้ทราบ เพราะคิดว่าน้อยคนที่จะได้รับรู้ว่าแม้แต่บุคคลระดับสูงที่พวกเราเคารพนับถือก็ยังมี ความประทับใจความภาคภูมิใจนะครับ ในสิ่งที่เป็นมรดกอันนี้ของคนไทยทุกคน อันนี้เป็น ประการแรกนะครับ
ประการที่ ๒ ที่ผมจะเรียนก็คือว่าที่อาจารย์ธรณ์ได้พูดมาทั้งหมดนี่นะครับ ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นในมุมของความสวยงามแล้วก็ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราต้องขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แต่ผมจะพูดถึงเหตุผล ในอีกหลายด้าน ซึ่งยังไม่ได้มีการพูดมากนัก แล้วก็เป็นเหตุผลที่คิดว่าจะสนับสนุนในการที่จะ ขึ้นทะเบียนเขตอันดามันของไทยเป็นมรดกโลก โดยอาศัยประสบการณ์ที่เคยอยู่ในพื้นที่ ปัญหาหลัก ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่เหล่านี้มันมีเรื่องสำคัญอยู่ ๒-๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก ก็คือในเขตพื้นที่ที่สวยงามเหล่านี้นี่นะครับ ปัจจุบันมีการพัฒนา ที่อาจจะเรียกได้ว่าขาดการควบคุมแล้วก็ขาดทิศทาง ผมยกตัวอย่างเช่น ในพื้นที่หลายเกาะ ของประเทศไทยซึ่งอยู่ในเขตอันดามันนี่นะครับ มีเอกชนผู้ประกอบการซึ่งไปลงทุนประกอบ กิจการด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างรีสอร์ท โรงแรม ที่พักขึ้นอย่างมากมายนะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ปัญหาน้ำเสีย มลภาวะ แล้วก็ความสวยงามทางธรรมชาติ เช่น ปะการังที่ถูกทำลาย ผมยกตัวอย่างที่เกาะหลีเป๊ะซึ่งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดสตูลนี่ครับ เป็นเกาะเล็ก ๆ แต่ว่า มีความสวยงามตามธรรมชาติมาก ปัจจุบันมีภาคเอกชนไปลงทุนประกอบกิจการรีสอร์ทและ โรงแรมมาก แต่ขอเรียนว่าหน่วยงานภาครัฐที่เข้าไปอยู่เพื่อที่จะดูแลและจัดการกับปัญหา ที่ตรงนั้นท่านทราบไหมมีผู้ใหญ่บ้านคนเดียว เนื่องจากว่าเป็นพื้นที่หมู่หนึ่งของตำบล ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอเมืองของสตูล มีผู้ใหญ่บ้านคนเดียวเท่านั้นที่ลงไปประจำอยู่ที่เกาะแล้วก็ คอยดูแลปัญหาทั้งมวล แล้วก็เหตุผลหนึ่งซึ่งผู้ใหญ่บ้านต้องลงไปประจำก็เนื่องจากว่า เขามีกิจการรีสอร์ทส่วนตัวอยู่ด้วย ในพื้นที่แบบนี้มันจะมีปัญหาเรื่องน้ำเสียซึ่งจะถูกปล่อยทิ้ง ลงทะเล มีปัญหามลภาวะจากการบำบัดขยะที่ไม่ถูกสุขอนามัย แนวปะการังซึ่งถูกทำลาย เนื่องจากว่าโรงแรมต่าง ๆ เขาก็จะมีเรือเร็วของเขาอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ขนส่งผู้พักแล้วก็แล่นตัดตรงไปสู่ที่พักบริเวณแนวชายหาดโดยตรง เพราะฉะนั้นมันก็จะ ทำลายแนวปะการังก่อนที่จะไปถึงบริเวณชายหาด อย่างนี้จะเห็นได้ว่าถ้าหากว่า ไม่มีมาตรฐานในการควบคุมดูแลที่เป็นมาตรฐานสากล การพัฒนาที่ไม่มีการควบคุมมันก็จะ นำไปสู่ความเสื่อมโทรมของสภาวะธรรมชาติของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้นนะครับ อันนี้เป็นปัญหาประการแรก
ประการที่ ๒ ก็คือว่า กลไกต่าง ๆ ที่ใช้ในการจัดระเบียบแล้วก็ควบคุม การพัฒนาเหล่านี้อยู่ก็ขอเรียนว่ามีหลายหน่วยงาน ต่างคนต่างก็มีกฎระเบียบของตัวเอง แล้วก็ยังขาดการทำงานในเชิงบูรณาการ ทุกคนก็จะมุ่งให้ความสำคัญกับระเบียบ แนวทางปฏิบัติเฉพาะของหน่วยต้นสังกัดของตัวเองเป็นหลักไม่มองปัญหาและการแก้ไข ปัญหาในภาพรวม ผมยกตัวอย่างเช่น ในพื้นที่ที่เป็นหมู่เกาะเหล่านี้มีหน่วยใดบ้าง ที่เข้าไปดูแล กรมอุทยานอันนี้แน่นอนนะครับ เพราะว่าพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยาน กรมเจ้าท่าซึ่งเข้าไปดูแลบริเวณที่เป็นพื้นน้ำรอบพื้นดิน กรมประมงซึ่งเข้าไปดูแลในเรื่องที่ เกี่ยวกับกิจการประมงในน่านน้ำ แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ขึ้นอยู่กับว่า พื้นที่ดังกล่าวนั้นอยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด อันนี้ละครับ เป็นปัญหา เพราะว่าขีดความสามารถในการที่จะเข้าไปดูแลและแก้ไขปัญหาขนาดใหญ่นั้น ไม่เพียงพอ ยกตัวอย่างเช่น ในพื้นที่บางเกาะซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกแล้ว แต่การดูแลอยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นระดับ อบต. องค์การบริหารส่วนตำบลบางแห่งแม้กระทั่งเรือเร็วของตัวเอง ก็ยังไม่มีในการที่จะไปดูแลพื้นที่ดังกล่าวนะครับ เพราะฉะนั้นการที่กลไกที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นกลไกเพียงระดับท้องถิ่นมันก็จะทำให้ปัญหาการฝ่าฝืนระเบียบ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในพื้นที่ เหล่านี้มีมากยิ่งขึ้น แล้วก็ถ้าหากว่าถูกปล่อยให้สะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นมีธุรกิจ มีสิ่งก่อสร้าง มีผู้คนต่าง ๆ เข้าไปนี่นะครับ การที่จะจัดการกับปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่ายาก ถ้าหากว่าเราไม่เข้าไปดำเนินการเสียตั้งแต่ในระยะต้น ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นการที่จะนำเรื่องนี้เพื่อเข้าสู่กระบวนการเป็นมรดกโลก ผมคิดว่าจะมีผลดี ในเรื่องหลัก ๆ หลายเรื่องนะครับ เรื่องแรก แน่นอนนะครับพอมีตราประทับว่าพื้นที่แห่งนี้ เป็นเขตมรดกโลก มันก็เหมือนกับเป็นการทำให้เกิดแบรนด์เนม (Brandname) คำว่า แบรนด์เนม ท่านที่มาจากภาคธุรกิจก็คงรู้จักดีนะครับ เหมือนตัวสินค้าบางตัว เมื่อก่อนเป็น สินค้าพื้นถิ่น การจำหน่ายการขายก็อาจจะไม่ได้รับความนิยมมากนัก แต่ต่อมาถ้าถูก ประทับตราว่าเป็นสินค้าระดับแบรนด์เนมนี่นะครับ มันก็จะส่งผลดีต่อสินค้าตัวนั้น เขตมรดกโลกก็เช่นเดียวกัน เมื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกก็เหมือนกับเกิดแบรนด์ขึ้นว่าพื้นที่ เหล่านี้เป็นพื้นที่มรดกโลก เพราะฉะนั้นการที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ แล้วก็นำ รายได้เข้าสู่ประเทศนั้นผมคิดว่ามหาศาลนะครับ แล้วก็ผมดูจากเอกสารของกรรมาธิการ นะครับ เขตอันดามันไม่ได้มีเฉพาะพื้นที่ในประเทศไทย แต่ว่าเชื่อมต่อกับหลายประเทศ จากเอกสารของกรรมาธิการก็บอกว่า ขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านของเราบางประเทศนะครับ สหภาพเมียนมาร์เขาก็กำลังดำเนินการในการที่จะจดทะเบียนหรือขึ้นบัญชีฝั่งทะเลอันดามัน ด้านของเขาเป็นมรดกโลก เพราะฉะนั้นการดำเนินการของเราอาจจะเรียกได้ว่าสอดคล้องกับ กระแสของโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะกระแสในภูมิภาคอาเซียนแล้วถ้าหากว่าเราดำเนินการช้า เราจะเสียโอกาสในการช่วงชิงความเป็นผู้นำของภูมิภาคแห่งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ ฝั่งทะเลอันดามันไว้นะครับ
อีกประการหนึ่งก็คือจะทำให้การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ผมเรียนมาแล้วว่า ขณะนี้การแก้ไขปัญหายังอยู่ในระดับพื้นที่ แต่ถ้าหากว่ามีการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จะเป็นการยกระดับการจัดการกับปัญหาให้เป็นระดับสากล เพราะหมายความว่าหลังจากนี้ เมื่อเราเข้าสู่กระบวนการที่จะเสนอตัวเองเข้าสู่มรดกโลก ก็คงจะต้องมีการปรับปรุง ในเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาตรฐานตามมาตรฐานของยูเนสโก นั่นก็หมายความว่าระเบียบ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งขาดประสิทธิภาพ ซึ่งย่อหย่อนก็จะได้รับโอกาสในการปรับปรุงแก้ไข ไปด้วยพร้อม ๆ กัน รวมทั้งภายหลังจากที่หากได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว เราก็มีความจำเป็นที่จะต้องรักษามาตรฐานเหล่านี้ให้อยู่ต่อไป เพราะฉะนั้นก็เท่ากับว่า ประเทศเราได้ยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติขึ้นไปสู่อีกระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นระดับมาตรฐานสากลนะครับ ที่สำคัญไปกว่านั้นผมคิดว่าวิถีชีวิตของชุมชนดั้งเดิม ในหลายแห่งจะได้รับการดูแลอย่างจริงจังยิ่งขึ้น เพราะว่าในหลายหมู่เกาะมันก็จะมี ประชาชนที่อยู่อาศัยตามวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนหลายแห่ง เพราะฉะนั้นเรื่องของ สิทธิชุมชนดั้งเดิม เรื่องของวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิมก็จะได้รับการดูแลอย่างจริงจังมากกว่าที่เป็น อยู่ในปัจจุบัน ผมถึงเรียนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดผลในทางบวกอย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ผมคิดว่าจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ ในการเข้าถึงทรัพยากร และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ปัจจุบันนี้นะครับ หมู่เกาะ ที่อยู่ห่างไกลจากชายฝั่งเดินทางลำบาก เว้นแต่จะไปโดยเรือเร็วหรือเรือขนาดใหญ่ คนที่จะสามารถเข้าถึงพื้นที่เหล่านี้ได้ง่ายก็คือกลุ่มนายทุนซึ่งไปประกอบกิจการ ด้านการท่องเที่ยว หรือชนพื้นเมืองหรือประชาชนที่อยู่เดิมในพื้นที่เหล่านั้น เพราะฉะนั้น ก็จะเกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากร เราจะเห็นได้ว่าในบางเกาะ นักลงทุนหรือผู้มีอำนาจทางการเงินได้เข้าไปครอบครองกว้านซื้อที่ดินเป็นจำนวนมาก บางแห่งเกือบครึ่งเกาะ โดยผู้ประกอบการบางรายนะครับ ในขณะที่ประชาชนในพื้นถิ่น ก็ต้องถอยออกมาห่าง ๆ หรืออยู่ในภาวะที่ไม่สามารถจะแข่งขันได้นะครับ เกิดความเหลื่อมล้ำ ในการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติและใช้ประโยชน์จากทรัพยากร เพราะฉะนั้นการที่หากนำ พื้นที่เขตอันดามันเกือบ ๑๒,๐๐๐ ตารางกิโลเมตรเข้าไปสู่การเป็นมรดกโลก ผมคิดว่า จะตอบสนองกับหลาย ๆ เรื่อง นอกจากเรื่องดี ๆ ที่ผมได้เรียนไปแล้วนะครับ ในแง่ของสิ่งที่ พวกเราทำกันอยู่ การร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญหลายฉบับ รวมทั้งฉบับที่ กรรมาธิการยกร่างกำลังดำเนินการอยู่ ผมคิดว่าคงจะต้องมีแน่นอนในประเด็นที่เกี่ยวกับ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนนะครับ ซึ่งอาจจะกำหนดไว้ใน แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ซึ่งมีปรากฏในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ และ ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาทำมันก็คือจะเป็นรูปธรรม รูปธรรมของการบังคับใช้ ให้เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญในหมวดที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมทั้งเรื่องการส่งเสริมวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนหรือที่เรียกว่า สิทธิชุมชน และรวมไปถึงเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากร ทั้งหมดนี้ คือเหตุผลที่ผมเรียนว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่มีผลกระทบในเชิงบวกอย่างมหาศาล สิ่งที่เป็น ความวิตกกังวลหรือข้อสังเกตของท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านนะครับ ผมว่าเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมน่าจะรับได้นะครับ ตามความเห็นของผม แล้วก็คงจะทำให้เอกสารมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นนะครับ ผมก็ขอรบกวน เวลาเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ