สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๗

อลงกรณ์ เสนอแนวทางปฏิรูปบำนาญประชาชน โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการจัดตั้งระบบสวัสดิการสังคมและบำนาญแห่งชาติภายใต้การบริหารจัดการของรัฐเป็นระบบเดียว พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคมดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

นายอลงกรณ์ พลบุตร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิก สปช. กระผมใคร่ขอถือโอกาสนี้ในการแสดงความเห็นและข้อเสนอแนะประกอบ ข้อเสนอการปฏิรูปเร็ว หรือว่าควิก วินของคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ความจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นสวัสดิการสังคม สวัสดิการประชาชน และเป็นเรื่องความมั่นคงของประชาชน เรากำลังพูดถึงบำนาญ ประชาชน ในขณะที่เมื่อ ๓ ปีเศษผมเองมีส่วนในการลงมติถึง ๒ ครั้งนะครับ ภายใต้รัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งอยู่ในคณะรัฐมนตรี เรามี ๘ ระบบของระบบบำนาญ ๘ ระบบ ที่ผ่านมานั้นยังไม่สามารถที่จะดูแลประชาชนของเราได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะแรงงาน นอกระบบซึ่งมีอยู่ถึง ๒๔ ล้านคน จากกำลังแรงงานของประเทศ ๓๙ ล้านคน ๓ ล้านคน ที่เป็นข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ มีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ มีระบบบำเหน็จบำนาญข้าราชการเดิม มีกองทุนสำรอง เลี้ยงชีพ มีกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ และเราก็ยังมีระบบอื่นสำหรับดูแลบุคลากร ทางการศึกษา ครูบาอาจารย์ในโรงเรียนเอกชน ภายใต้ พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน เรามีกองทุน ประกันสังคม มาตรา ๔๐ ซึ่งก็มุ่งหวังที่จะขยายแขนขาการดูแลในเรื่องของระบบ บำเหน็จบำนาญหรือบำนาญของแรงงานนอกระบบ ซึ่งก็จะดำเนินการไปได้เพียงไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของแรงงานนอกระบบ จึงได้เกิดการยกร่าง พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ เป็นการยกร่างที่คณะรัฐมนตรีนั้นได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนจริง ๆ เพื่อปิด จุดอ่อนแล้วก็เสริมระบบให้สามารถดูแลประชาชนในสิ่งที่เราเรียกว่าเป็นความมั่นคงของ มนุษย์ของคนไทยที่ยังตกหล่นจากระบบ เราได้เห็นภาพของผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งอยู่ตาม ท้องถิ่นชนบท และต้องถึงกับบริจาคเรี่ยไรในการที่จะช่วยเหลือ สิ่งเหล่านั้นยังเกิดขึ้นใน พ.ศ. นี้ของประเทศไทย สภาผู้แทนราษฎรเมื่อเข้าสู่การพิจารณาปรากฏว่าทั้งฝ่ายค้านและ รัฐบาล ได้ลงมติอย่างท่วมท้นในการผ่าน พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ ซึ่งจะต้องมี การจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ ตรงนั้นเองคือจุดสำคัญมากครับ ที่ผมนำย้อนไปก็เพียงแต่ จะเรียนท่านประธานว่า ๓ ปีเศษนั้นยังไม่มีการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. นี้ และนี่คือเหตุผล ที่เหมาะสมกับกาลเวลาที่สุดในการตอบโจทย์การปฏิรูปประเทศด้วยข้อเสนอการปฏิรูปเร็ว ผมมีข้อสังเกตเพื่อให้ท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคมได้พิจารณาต่อไปว่าทำอย่างไรการที่ รัฐพึงจะต้องดูแลตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ ตายของประชาชนเป็นหน้าที่ของรัฐ แต่ระบบที่ผ่านมา หลายสิบปีภายใต้ ๘ บวก ๑ ถ้าหากว่าคณะรัฐมนตรีเห็นด้วยในแนวทางของ พ.ร.บ. กองทุน การออมแห่งชาติ ก็เป็นระบบที่ ๙ และมีถึงอย่างน้อย ๕ หน่วยงานหลัก ๆ ๔ กระทรวง ที่ดูแลครอบคลุมใน ๙ ระบบนี้ เรายังไม่มีระบบสวัสดิการสังคมและบำนาญแห่งชาติที่อยู่ ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐเป็นระบบเดียว ความจริงหลัก ๆ ของการบริหารจัดการเรื่องนี้มีอยู่ ๒ ด้านเท่านั้น ด้านที่ ๑ ก็คือในเรื่องของสวัสดิการสังคม ด้านที่ ๒ ก็คือในเรื่องของบำนาญ ประชาชน ดังนั้นการบริหารจัดการจึงทำให้เกิดช่องโหว่ ช่องว่างและเกิดปัญหาความไม่เข้าใจ ในการเข้าสู่ระบบของการคุ้มครองและการประกันในเรื่องนี้ในหมู่ของประชาชน โดยเฉพาะ แรงงานนอกระบบ ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนา เกษตรกรฤดูกาล หรือว่าแรงงานที่อยู่ในเมือง เช่น ในส่วนของการจ้างเหมา คนงานอิสระ หรือว่าแท็กซี่ หาบเร่แผงลอย พ่อค้าแม่ขาย รายย่อยที่ไม่มีนายจ้าง และรวมไปถึงบรรดาวินมอเตอร์ไซค์ คนเหล่านี้มีสิทธิอย่างเต็มที่ที่รัฐ พึงจะต้องดูแลตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ ตาย เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส จะได้กรุณาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในการพิจารณาภายใต้โครงสร้างระบบเดียว นำ ๙ ระบบดังกล่าวนั้นมาศึกษา สังเคราะห์ และนำเสนอเป็นควิก วินที่สองของคณะกรรมาธิการ รวมทั้งการบริหารจัดการโดยให้มี หน่วยงานที่กำกับดูแลเป็นหน่วยเดียว นอกเหนือจากกระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมไปถึงกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ กรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าภายใต้ระบบที่สับสน ภายใต้ระบบที่ซ้ำซ้อน ทั้งในส่วนที่เป็นข้าราชการ พนักงานของรัฐ หรือในส่วนแรงงานในระบบ แรงงานนอกระบบนั้น ระบบที่ซับซ้อนและ ยุ่งยาก ยากครับที่จะทำให้คนโดยเฉพาะคนที่ด้อยโอกาสนั้นจะมีสิทธิที่จะเข้าถึงระบบได้ และการขาดความชัดเจนที่เป็นเอกภาพดังตัวอย่างที่เห็นในช่วง ๓ ปีกว่ามานี้ เมื่อรัฐบาลหนึ่ง เดินหน้าเรื่อง พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ ที่มีกองทุนการออมแห่งชาติ ในขณะที่อีก รัฐบาลหนึ่งเห็นว่ามาตรา ๔๐ ของ พ.ร.บ. ประกันสังคมนั้นก็เดินหน้าดูแลได้แล้ว ตรงนี้ก็ยิ่ง สร้างความสับสน จากนี้ไปผมคิดว่าเป็นหน้าที่พวกเราที่จะต้องเสนอแนวทางที่ปฏิรูป รอบที่ ๒ ในระบบดังกล่าวนะครับ

แล้วก็สุดท้าย หลักการสำคัญที่ฝากไว้ก็คือว่าในเรื่องสวัสดิการสังคม เป็นเรื่องหนึ่ง เรื่องการออมเพื่อให้เกิดระบบบำนาญแห่งชาติเป็นเรื่องหนึ่ง แต่เป็นเรื่อง เดียวกันภายใต้เรื่องของสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ประชาชนจะต้องรับ ไม่ว่าจะประกอบอาชีพในส่วนของภาครัฐ กึ่งรัฐ หรือภาคเอกชน ผมจึงขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคมว่าขอเป็นกำลังใจนะครับ เห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่จะเดินหน้าในเรื่องนี้ เพราะว่าหลักการในเรื่องของสวัสดิการสังคมซึ่งเป็นหน้าที่หลักในส่วน ประกันสังคมนั้นเป็นภาระผูกพันระยะสั้น การดูแลการเจ็บป่วย การดูแลยามที่เสียชีวิต งานศพต่าง ๆ เหล่านี้เป็นภาระผูกพันระยะสั้น แต่ว่าเรื่องของการออมเป็นภาระผูกพัน ระยะยาว ทั้งในส่วนประชาชนที่เข้ามาในระบบในส่วนของรัฐ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการเงิน การคลังที่รัฐจะต้องมีเงินสมทบเข้าไป และนานวันเราเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น ๆ ภาระส่วนนี้ เป็นภาระภาครัฐจะต้องบริหารจัดการเป็นหนึ่งเดียวให้ได้นะครับ ก็ขอเป็นแนวคิด แนวทาง ต่อไปสำหรับเสนอให้กับท่านกรรมาธิการปฏิรูปสังคมได้พิจารณา ขอบพระคุณท่านประธาน