ทิวา การกระสัง เสนอแนวคิดการออมแบบใหม่สำหรับเกษตรกร โดยให้หักเงินออมจากรายได้จากการขายพืชผลและสนับสนุนให้ครอบครัวมีกองทุนดูแลผู้สูงอายุแทนการสร้างบ้านพักคนชรา ทิวา การกระสัง วิจารณ์การยกเลิก พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ และเสนอให้ท้องถิ่นดำเนินการเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกองทุนอย่างทั่วถึง พร้อมขอขอบคุณกรรมาธิการที่เสนอร่างพระราชบัญญัติฯ และเรียกร้องให้สภาเร่งพิจารณาเข้าสู่ สนช. เพื่อแก้ไขการยกเลิก
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ใช้คำว่า ผู้สูงอายุ นะครับ เนื่องจากวันนี้พูดถึงเรื่องของ ผู้สูงอายุ กราบเรียนท่านประธานครับ ผมมาจากสังคมชนบทนะครับ เห็นสภาพของผู้สูงอายุ ในชนบทซึ่งแตกต่างจากผู้สูงอายุในสังคมเมืองนะครับ เรียนตรง ๆ ว่าผมคิดถึงการออม โดยเฉพาะในภาคเกษตรนะครับ ประเทศเราเป็นสังคมภาคเกษตร บางทีผมเดินไปตาม ท้องนาผมเห็นชาวนาอายุประมาณ ๔๐ ปี ๕๐ ปี ๖๐ ปี ท่านเลี้ยงวัวเลี้ยงควายอยู่นะครับ ทำนาอยู่ ผมคิดว่าคนเหล่านี้ก็ทำงานเพื่อชาติเหมือนกันนะครับ ทำอย่างไรเมื่อเขา ไม่สามารถทำงานได้ ไม่สามารถทำเกษตรได้ ซึ่งอายุการเกษียณของคนเหล่านี้ไม่ใช่ ๗๐ ปี หรือ ๖๐ ปีนะครับ บางคนนี่ ๕๐ ปีก็ต้องเกษียณแล้วเนื่องจากว่าท่านทำงานหนักตลอดชีวิต นะครับ หลังจากเกษียณแล้วทุกวันนี่นะครับ พอ ๖๐ ปีจะได้ ๖๐๐ บาท หรือถ้า ๙๐ ปี ก็จะได้ ๑,๐๐๐ บาท ทำอย่างไรให้คนเหล่านี้เมื่อเขาเกษียณแล้วหรือไม่สามารถที่จะทำงาน ได้เขาจะมีรายได้อย่างน้อยเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ก็ยังดีนะครับ ท่านทราบไหมครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ท่านบอกว่าอีก ๒๐ ปี คนแก่จะเยอะ แต่จริง ๆ แล้วนี่นะเหตุการณ์ เหล่านี้เกิดขึ้นในสังคมชนบทแล้ว ตั้งแต่เรามีการปฏิรูปการศึกษามานะครับ สนับสนุนให้คน ในชนบทเรียนจบ ม.๓ หรือ ม.๖ มีอะไรเกิดขึ้นในสังคมชนบทครับ เด็กที่เรียนจบ ม.๓ ม.๖ หรือปริญญาตรีไม่ชอบกลับบ้าน ไม่ทำงานเกษตร ไปทำงานรับจ้างในโรงงาน ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็คือพ่อแม่ไม่มีคนดูแล ผมเคยเป็นที่ปรึกษาเทศบาลหรือ อบต. ในภาคอีสานในแถวบ้านผม นะครับ ผมเสนอให้มีการตั้งงบประมาณนะครับ ให้เงินแก่ลูกหลานที่อยู่บ้านดูแลพ่อแม่ อย่างน้อยเดือนละ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท เขาบอกว่าไม่ใช่ภารกิจของท้องถิ่นทำไม่ได้ เราเรียกว่ากองทุนลูกกตัญญูนะครับ ผมนี่เป็นคนที่ต่อต้านการมีบ้านพักคนชรา ผมมองว่า การมีบ้านพักคนชรานั้นทำให้เป็นการทำลายจารีตประเพณีท้องถิ่นโบราณของชาวเอเชีย นะครับ ของชาวเอเชียเลยที่เราบอกว่าพ่อแม่ลูก ลูกต้องกตัญญูต่อพ่อแม่ เมื่อพ่อแม่แก่แล้ว ลูกต้องกลับมาดูพ่อแม่ ท่านทราบไหมครับถ้าไปบ้านพักคนชราผมไปนั่งคุยกับคนชรา ท่านไม่มีความสุขหรอก ความสุขของคนชราก็คือได้อยู่บ้าน ได้ดูหลานวิ่งเล่นนะครับ ได้พบหน้าลูกอาทิตย์ละ ๒ ครั้งก็ยังดี การที่ลูกมีเงิน ๑ เดือน แรก ๆ อาจจะ ๒ อาทิตย์ต่อครั้ง หลัง ๆ มานี่ ๑ เดือนต่อครั้ง หลัง ๆ มา ๖ เดือนต่อครั้ง หลัง ๆ มาปีหนึ่งลูกไม่เคยมาเยี่ยม พ่อแม่เลยส่งแต่เงินไปนะครับ บ้านพักคนชราก็เป็นบ้านพักคนชราของคนมีสตางค์ ปัญหา ในชนบทก็คือว่าคนชราที่ไม่มีเงิน ไม่มีลูก หรือมีลูกแต่ลูกไม่ดูแลนี่นะครับ ไม่มีคนดูแลนะครับ ผมอยากจะให้ทางกรรมาธิการคิดเลยไปอีกให้มีการออมเป็นครอบครัวได้หรือไม่ ก็คือ ครอบครัวเกษตรนี่รายได้จะไม่เป็นเดือนนะครับท่าน รายได้สมมุติว่าในภาคอีสานทำนาปี ๑ ปีมีรายได้ต่อ ๑ ครั้ง ทำมันสำปะหลัง ๙ เดือนขุดมัน ๑ ครั้ง ให้ท่านไปศึกษา ขอความกรุณานะครับ ขอความกรุณาท่านกรรมาธิการไปศึกษาดูว่าการออมของสังคมเกษตร นี่นะครับ ถ้ามีจำหน่ายพืชพันธุ์ทางการเกษตรนี่นะครับ ก็ให้หักจากรายได้นั้นเป็นการออม กี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่ากันไปจากราคาขายนะครับ เพื่อให้ครอบครัวแต่ละครอบครัวนี่นะครับ มีการออม ครอบครัวก็จะมีพ่อแม่หรืออาจจะลูก เราคิดถึงวัยทำงานว่า ๑๕ ปีขึ้นไปแล้วถึงมี การออมนะครับ ผมอยากเสนอให้ว่าครอบครัวทั้งประเทศนี้ขอให้มีการออม มันก็จะเป็น กองทุนขนาดใหญ่ เราอาจจะคิดไปอีกแบบหนึ่งก็ได้ คนที่มีเงินเดือนก็ออมอีกแบบหนึ่ง คนที่รายได้ภาคเกษตรก็ออมอีกแบบหนึ่งนะครับ เพราะว่าถ้าเราคิดเป็นย่อยออกไปก็จะเป็น ประโยชน์แก่ประเทศนี้มาก ก็จะมีกองทุนขนาดใหญ่สร้างความมั่นคงให้กับประเทศด้วย นะครับ เพราะว่าถ้าสังคมชนบทถ้าเราบอกเขาเขาก็จะออมนะครับ
อีกอย่างหนึ่งก็คือการเข้าถึงกองทุนนะครับ ที่กรรมาธิการบอกว่า มีการยกเลิก ถ้าตามรายงานนะครับ กองทุนประกาศเมื่อ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔ นะครับ แล้วก็ตามข้อ ๓ ตามรายงานตามข้อ ๓ พอมาข้อ ๘ บอกว่า สิงหาคมถึงตุลาคม ๒๕๕๖ ยกเลิกพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ ๒๕๕๔ ให้ใช้มาตรา ๔๐ พระราชบัญญัติ สังคมแรงงานนอกระบบ ที่บอกว่าเป็นเมนู ๓ นะครับ อันนี้ก็ใช้ไม่ได้เลยนะครับ ไม่รู้ว่า คนคิดนี่ใช้สมองส่วนไหนคิด อย่างที่ท่านว่านั่นละครับมันเป็นคนละอย่างกัน กองทุนประกันสังคมก็อีกแบบหนึ่ง กองทุน ประกันการออมนี่ก็คือมุ่งถึงประโยชน์ของคนในชาติที่ไม่ได้มีรายได้เป็นปกตินะครับ เพราะว่า ครอบคลุมทั้งระบบเลย การที่มายกเลิกพระราชบัญญัติกองทุนนี้ก่อให้เกิดความเสียหาย อย่างที่ท่านอาจารย์วันชัยกับท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ว่านะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้สภานี้ ทั้งกรรมาธิการให้ไปศึกษาถึงวิธีการเข้าถึงกองทุนด้วยถ้ามีการประกาศใช้แล้ว เนื่องจากว่า ในชนบทนี้พอประกาศใช้พระราชบัญญัติกองทุนเขาจะไปเสียเงินตรงไหน เขาไปเสียเงิน การออมตรงไหน ใครจะเป็นคนทำงานให้กับเขา เพราะเขาไม่ค่อยจะรู้เรื่องหรอกครับ ผมอยากจะเสนอแนะอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าถ้าให้คนในชาตินี้หรือคนในชนบท โดยเฉพาะสังคม เกษตรเข้าถึงพระราชบัญญัติกองทุนนี้ก็ควรจะให้ท้องถิ่นก็คือ อบต. นี้เป็นคนดำเนินการให้ หรือไม่ก็กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จริง ๆ แล้วรัฐบาลมีเครื่องมือเยอะแยะแต่ใช้เครื่องมือไม่เป็น นะครับ นอกจากที่ทางกรรมาธิการจะเสนอรัฐบาลให้เร่งรัดใช้กองทุนนี้อย่างรวดเร็วแล้ว ขอให้เสนอวิธีการที่ประชาชนจะเข้าถึงกองทุนด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นจะเป็นประโยชน์ อย่างมากนะครับ เหมือนที่ท่านอาจารย์วันชัยว่านี่ครับ ทางกรรมาธิการยกเรื่องนี้ทำเรื่องนี้ เงียบเกินไป เราต้องสร้างเรื่องนี้ให้เป็นกระแสเพราะเป็นเรื่องสำคัญมากนะครับ คนในชาติ ไม่ใช่ว่าคนที่มีอายุ ๖๐ ปีต่อไปในอนาคตซึ่งผมก็จะต้องเป็นเหมือนกันนะครับ ให้มี การกระจายการมีส่วนร่วมของประชาชนให้เขารู้ว่าอะไรมันเกิดขึ้นกับประเทศนี้ เป็นไปได้ อย่างไรกฎหมายดี ๆ ออกตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ แต่ไม่นำมาใช้ คิดกันง่าย ๆ แบบมาก ๆ เลยที่เอา พระราชบัญญัติประกันสังคมมาใช้นี่ครับ
สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการที่คิดเรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็วเพื่อประโยชน์ ของประเทศ ถ้าจะให้ทางสภานี้ช่วยกระจายว่าทำอย่างไรให้รัฐบาลนี้ยกเรื่องพระราชบัญญัติ กองทุนนี้นำมาเพื่อเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. เพราะเห็นว่ามันมีการยกเลิกแล้วจะต้องส่ง พระราชบัญญัตินี้ให้พิจารณาใหม่นี้นะครับ ขอให้ทำอย่างรวดเร็ว สุดท้ายก็ขอขอบพระคุณ แล้วก็ขอให้กำลังใจกับกรรมาธิการนะครับ ผมคิดว่าสมาชิกในสภานี้จะสนับสนุนท่านในสิ่งที่ ท่านคิดและทำ ขอขอบพระคุณครับ