สุชาติ นวกวงษ์ หารือเรื่องการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๔ เพื่อช่วยเหลือคนที่มีอายุมากและไม่มีคนดูแล
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม สุชาติ นวกวงษ์ รองศาสตราจารย์นะครับ ท่านประธานครับ ที่ผมจำเป็นต้องขออนุญาตอภิปรายด้วย ความจริงผมไม่ใช่เป็นนักอภิปรายครับ เป็นคนสอนในมหาวิทยาลัย แต่ว่าวันนี้ก็เห็น ความจำเป็นที่จะต้องลุกขึ้นขอแสดงความเห็นด้วยกับเรื่องของการเสนอให้มีการปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ ความจริงเรื่องนี้นะครับ ผมได้ยิน เรื่องของการประกันสังคมมานานแล้ว เพราะว่ามีพระราชบัญญัติประกันสังคม ซึ่งอันนั้น นายจ้างก็จะต้องเป็นผู้สมทบเงินให้กับลูกจ้างแล้วก็รัฐบาลก็สมทบส่วนหนึ่ง นั่นเป็น การบังคับตามกฎหมาย ก็ได้มีการปฏิบัติกันมานานแล้วนะครับ ส่วนจะพอใจหรือไม่พอใจ ก็ว่าอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ในเวลาเดียวกันนี่นะครับ ผมได้ย้อนกลับมาดู ท่านประธานครับ ประชากรประเทศไทยถ้าย้อนกลับไปประมาณ ๒๕๒๐ นี่นะครับ ผมจะนึกถึงปิรามิด ประชากรนะครับท่านประธานครับ ท่านประธานเองก็เคยสอนหนังสือในมหาวิทยาลัย เรื่องปิรามิดประชากร คำว่า ปิรามิดประชากร หมายความว่ามองจากข้างล่างขึ้นไปข้างบน ฐานปิรามิดนี่ข้างล่างจะใหญ่มากนะครับ เพราะฉะนั้นถ้ามองดูว่าเมื่อปี ๒๕๒๐ นี่นะครับ ประชากรของประเทศไทยอายุ ๑๕ ถึง ๒๕ ปีนี่จะเป็นฐานที่กว้างมากนะครับ ก็แสดงว่า ประชากรสมัยนั้นมีประมาณ ๒๕ ล้านคน ถ้าผมใช้ตัวเลขคร่าว ๆ แล้วเวลาเดียวกันนะครับ ประชากรที่มีอายุมากกว่านะครับ ตั้งแต่ ๒๖ ปี ถึงอายุ ๔๕ ปีก็จะมีสัดส่วนลดลงมา แล้วก็มี ประชากรที่มีอายุตั้งแต่ ๔๖ ปี ถึง ๖๐ ปี แล้วก็มากกว่า ๖๐ ปีขึ้นไปก็มีจำนวนน้อยนะครับ เพราะฉะนั้นจึงใช้คำว่า ปิรามิดประชากร แต่พอมา พ.ศ. นี้ครับท่านประธานครับ คำว่า ปิรามิดประชากรนี่ต้องเป็นลักษณะของหัวกลับนะครับ ใช้คำว่า ปิรามิดประชากร แบบฐานเดิมไม่ได้ คำว่า ฐานเดิม ที่ผมเรียนท่านประธานเมื่อกี้นี้แล้วว่ามันเป็นฐานกว้าง แล้วค่อย ๆ เรียวเล็กขึ้นไปถึงข้างบน แต่วันนี้ พ.ศ. นี้อีกสัก ๕ ปี หรือ ๑๐ ปีข้างหน้านี่ครับ ฐานประชากรจะต้องเปลี่ยนไปในลักษณะของมุมกลับ นั่นคือว่าประชาชนที่มีอายุน้อยนี่ครับ ๑๕ ถึง ๒๕ ปีนี่จะมีจำนวนน้อยลงนะครับ อาจจะบอกได้ว่าในเวลานั้นอาจจะมีประชากร ที่มีอายุ ๒๕ ปี ไม่เกิน ๒๕ ปีนี่เพียงแค่ ๑๕ ล้านคน ในขณะที่ประชาชนที่มีอายุมากกว่า ๖๐ ปีขึ้นไป หรือ ๕๐ ปีขึ้นไปนี่อาจจะมีถึง ๒๕ ล้านคน ซึ่งเป็นการรับภาระของคนรุ่นหลัง ที่มีอายุน้อย ๆ นี่จำนวนมากนะครับ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ เรื่องของจำนวนของประชาชน ที่มีอายุมาก ๆ มันก็เป็นเรื่องทั่วไปของประเทศต่าง ๆ ในโลกอยู่แล้ว ประเทศจีนก็มี ประชาชนที่มีอายุเยอะ ๆ เพิ่มมากขึ้นนะครับ เช่นเดียวกันครับ ประเทศไทยก็หนีไม่พ้นจาก วัฏจักรเรื่องนี้ครับท่านประธานครับ เพราะว่าประชาชนเรามีอายุยืนขึ้น มีการสาธารณสุขที่ดีขึ้น มีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น ประชาชนก็เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมครับ เพราะฉะนั้นถ้าอยู่ใน สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นประชาชนย่อมมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น แต่การจะทำให้ประชาชนที่มีอายุยืนยาวเหล่านี้มีความสุข ต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีด้วย เช่นเดียวกันนะครับ การจัดการสิ่งแวดล้อมในปีนั้น พ.ศ. นั้นที่มีประชาชนอายุมาก ๆ จำเป็นต้องเข้าไปดูแล พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๔ ดูเหมือนว่า จะเป็นการช่วยทำให้คนที่อยู่ในสังคม พ.ศ. นั้นมีความสุขมากยิ่งขึ้นนะครับ ผมยังมองเห็นว่า บางคนที่อยู่ในปีที่เราจะพูดถึงนี่นะครับ ที่ว่าเราจะต้องเข้าไปสู่สังคมผู้มีอายุจำเป็นจะต้อง ได้รับการดูแล แต่จะดูแลอย่างไร พระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการดูแลส่วนหนึ่ง ทำให้เขามี ความมั่นคงในชีวิตเพิ่มมากขึ้น มีเงินออมมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่มากแต่ทำให้ชีวิตไม่ไร้ค่า ทีเดียว ผมยกตัวอย่างนะครับท่านประธานครับ ขออนุญาตพูดถึงเรื่องที่ผมเห็นมา ผมมีพี่ชาย อยู่ต่างจังหวัด มีลูก ๓ คน แต่ลูก ๓ คนนั้นไม่ได้อยู่ด้วย มาทำงานในกรุงเทพฯ หมดเลย วันหนึ่งพี่ชายโทรศัพท์มาหาผมบอกว่า ไปหากูหน่อย ขอโทษท่านประธานครับที่ใช้คำศัพท์ ภาษาไทย ให้ผมไปหาเขาหน่อย ผมถามว่าทำไม กูอยู่คนเดียว ไม่มีใครดูแลเลย ผมก็ถามว่า แล้วลูกไปไหนล่ะ อันนี้เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าสังคมผู้สูงอายุนั้นเริ่มอยู่คนเดียวแล้ว อยู่คนเดียวแล้ว หว้าเหว่ เหงา อันนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ทำอย่างไรเราจึงจะสร้างหรือเราจะดูแลคนที่มีอายุมาก ๆ ได้ และไม่ใช่คน ที่มีอายุอย่างเดียวครับท่านประธานครับ คนที่ทำงานอิสระและมีอายุมาก เช่น รับงานทำงาน ที่บ้าน ทำงานกวาดขยะ ขายอาหาร คนเหล่านี้มีอาชีพอิสระครับ ไม่มีใครดูแล บางครั้ง คนเหล่านี้ไม่แต่งงานครับ บางคนสงวนตระกูลครับ มีบางคนนามสกุลสงวนตระกูลแล้วก็ ไม่แต่งงานทุกวันนี้ก็มีครับ ผมมีเพื่อนเป็นรุ่นพี่ด้วยครับ นามสกุล สงวนตระกูล และผมถามว่า ทำไมถึงไม่แต่งงานพี่ แต่งงานไปทำไม อยู่คนเดียวก็ได้ เพราะฉะนั้นก็สมกับนามสกุลครับ สงวนตระกูล ท่านประธานครับ ดังนั้นจึงเห็นอยู่ว่าเราจำเป็นจะต้องดูแลผู้สูงอายุให้มี สุขภาวะที่ดี พระราชบัญญัติฉบับนี้ถึงแม้ว่าจะออกมาเมื่อ ๓-๔ ปีก่อน แต่ว่าขาดการบังคับใช้ ณ วันนี้ได้นำมาสู่การบังคับใช้ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ใช่บังคับใช้เต็มที่นักนะครับ แต่ผมเห็นว่า ข้อ ๑ และข้อ ๒ ซึ่งท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปสังคมได้นำมาพูดเมื่อกี้นี้ ข้อ ๑ บอกว่า ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อให้เร่งปฏิบัติตามพระราชบัญญัติกองทุน การออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้วก็ให้ทำทันทีนะครับท่านประธาน ทำทันทีครับ แสดงว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราต้องมีหนังสือแจ้งไปยังรัฐบาลให้ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติฉบับนี้ทันทีเลย กรณีที่รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงการคลังนี่นะครับยังไม่ ปฏิบัติตาม คงจะต้องมีการเร่งรัด เพราะฉะนั้นข้อ ๒ ที่ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสได้เสนอบอกว่าถ้ารัฐบาลยังไม่ ปฏิบัติให้เสนอเรื่องไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อติดตามและตรวจสอบการดำเนินงาน ของรัฐบาลเป็นระยะต่อไป อันนี้ผมก็ว่าเหมาะสมแล้วครับ เพราะว่าพวกเราต้องการให้เกิด การปฏิบัติทันที สมกับที่ท่านประธานบอกว่าควิก วิน ครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น มาถึงเวลานี้ผมใคร่จะขอสรุปว่าผมเห็นด้วยและสอดคล้องกับที่ท่านประธานกรรมาธิการ ปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ได้นำเสนอวันนี้ พระราชบัญญัติเรื่องกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ ขอให้มีการปฏิบัติและเร่งรัดทันที ขอบคุณท่านประธานครับ