สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๗

วันชัย สอนศิริ หารือเรื่องการช่วยเหลือผู้สูงอายุ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการช่วยเหลือผู้สูงอายุ และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเข้าใจว่ากฎหมายดังกล่าวได้รับการผ่านพ้นไปแล้ว 3 ปี แต่ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธานครับ เวลาพระท่านอวยพรมักจะได้ยินอยู่ คำหนึ่งครับ อย่าเจ็บ อย่าจน ขอให้โยมอย่าได้เจ็บ อย่าได้จน เหมาะกับคนที่สูงวัย เป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน เบื้องต้นก่อนที่จะอภิปรายในรายละเอียดของเรื่องนี้ กระผมต้องขอขอบพระคุณท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสที่เห็นความสำคัญและเสนอเรื่องนี้มา พูดจากใจจริงเลย นะครับ ขอชื่นชมต่อการทำงานเรื่องนี้และข้อเสนอเรื่องนี้ แต่อยากจะเรียนกับท่านว่า ท่านจุดประกายเรื่องนี้เบาไปหน่อย ความจริงแล้วประธานหรือคณะกรรมาธิการ ต้องจุดประกายชูประเด็นให้สังคมได้รับรู้กระพือโหมมากกว่าที่จะเข้าสภาวันนี้ด้วย แต่เอาละ ไม่เป็นไร ถ้าวันนี้มติที่ประชุมเห็นพ้องด้วยกับคณะกรรมาธิการท่านควรจะต้องชูเรื่องนี้ ให้สังคมนั้นทราบกันชัดเจนว่าอะไรเกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ วันสุดท้าย ที่พระราชกฤษฎีกาเรื่องให้มีการจ่ายเงินสมทบกับประกันสังคมกับผู้ชราที่เป็นข่าวครึกโครม เรื่องนั้นเป็นเรื่องใหญ่ที่คนสงสัยแล้วก็ว่าเกิดอะไรขึ้นในแผ่นดินนี้ ผมเองก็ไม่รู้มาก่อน จนกระทั่งต้องไปอ่านพระราชกฤษฎีกา อ่าน พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ จึงรู้เรื่องว่า เกิดเรื่องในประเทศนี้แล้ว ดังนั้นผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ได้พูดไปแล้วว่าสังคมของเรา รวมทั้ง พวกเราที่นั่งอยู่นี้ด้วยเป็นสังคมของผู้สูงวัยที่จำเป็นจะต้องมีการช่วยเหลือ มีการวางแผน การดำรงชีวิตเพื่อคุณภาพที่ดี เบื้องต้นผมขอเรียนก่อนครับท่านประธาน ลำพังคนชรา คนสูงอายุ คนแก่ ที่รับราชการนั้น เกษียณแล้ว สูงอายุแล้ว แก่แล้ว ทุพพลภาพแล้ว พิกลพิการแล้วไม่เดือดร้อนอะไรเท่าไรครับท่านประธานครับ พอช่วยเหลือตัวเองได้ ผู้ใช้แรงงานครับท่านประธานครับ ก็พอจะช่วยเหลือตัวเองได้ตามหลักประกันสังคม เพียงพอ จะช่วยได้เท่านั้นเอง แต่ท่านทั้งหลายครับ คนแก่ คนชรา ผู้สูงอายุ ที่ไม่ได้อยู่ในหลักเกณฑ์ ดังที่ผมกราบเรียนนี้แล้วท่านลองนึกถึงภาพดูสิว่าชีวิตจะวังเวงขนาดไหน ถ้าเกิดเจ็บด้วย จนด้วยไปกันใหญ่เลยครับถ้าไม่มีการออม รัฐไม่ดูแล ไม่เยียวยา ไม่ช่วยเหลือ หรือมี การวางแผนเสียตั้งแต่ต้นบัดนี้เป็นต้นไป อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานเพิ่มเติมว่า ฟังจากท่านประธานคณะกรรมาธิการแล้วบอกว่า กฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้มาแล้ว ๓ ปี ๗ เดือน แต่ไม่มีการดำเนินการใด ๆ เลยทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญของผู้สูงวัยที่จะเกิดขึ้นใน อนาคต ผมเองก็ไปอ่านหลักการ เหตุผล รวมทั้งตัวบทมาตราของกฎหมายฉบับนี้ บอกตรง ๆ ว่าทั้งหลักการ ทั้งเหตุผล ตัวบทกฎหมายเป็นเรื่องที่ดีเหมาะสมอย่างยิ่งกับผู้สูงอายุและ สังคมไทยครับท่านประธานครับ และฟังจากท่านชี้แจงแล้วบอกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ผ่านโดยแทบจะไม่มีใครคัดค้านเลยถึง ๓๐๐ กว่าเสียง แต่เป็นเรื่องอัศจรรย์มากครับ ท่านประธานครับ ๓ ปีกว่าแล้วไม่มีใครดำเนินการอะไร พรรคการเมืองบางพรรคไปร้องที่ ป.ป.ช. บอกว่ารัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีนั้นละเว้นต่อการปฏิบัติหน้าที่ น่าเสียดายครับ ป.ป.ช. ยกคำร้อง มันน่าจะลากมาติดคุกเสียพวกนี้ครับท่านประธานครับ สิ่งที่สำคัญที่ผม อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ไม่ต้องพูดในรายละเอียดเพราะตัว ท่านประธานคณะกรรมาธิการนั้นได้ชี้แจง และถ้าอ่านดูรายละเอียดจะเข้าใจได้เป็นอย่างดีว่า ประชาชนนั้นสมทบส่วนหนึ่ง ถ้าเราอายุ ๒๕ ปี ๒๖ ปี ๒๘ ปี ๒๙ ปี ๓๐ ปีเป็นต้นไป เริ่มออม ทีละร้อยสองร้อย หรือสองร้อยอะไรก็ตาม พอเราเกษียณแล้วอายุ ๖๐ ปีครับ ยังพอมีเงินที่ เรียกว่าอาจจะเป็นบำนาญครับ พอดูแลตัวเองได้เดือนหนึ่ง ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท มีเงิน คนชราอีกสัก ๑,๐๐๐ บาท ๖,๐๐๐ บาทนี่พอดำรงชีพอยู่ได้ครับ ไม่ต้องพึ่งพาลูกก็ยังพอได้ เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ควรจะปฏิบัติอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่ เกิดขึ้นคืออะไรครับท่านประธานครับ ตัวการเมือง การเมืองบ้านเรานี่ใครทำมา พรรคไหน ทำมา อีกพรรคหนึ่งขึ้นมา เอ๊ะ ถ้าฉันไม่ได้เสียง ไม่ได้เงิน ชักจะไม่เอาด้วย ทั้ง ๆ ที่กฎหมาย ฉบับนี้เป็นกฎหมายดี ทำแล้วตัวเองจะไม่ได้เสียง ไม่ได้เงิน และไม่สามารถจะเข้าไปยุ่ง เกี่ยวกับกองเงินในบางส่วนได้ พรรคการเมืองบางพรรคก็พยายามที่จะเฉไฉ และข้าราชการ ประจำเองก็ไม่กล้าทำอะไร ทั้ง ๆ ที่มีเงินมากองอยู่แล้ว ๗๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน ที่ท่านบอกแล้ว แต่ถ้าตัวการเมืองไม่ขยับเขยื้อนไม่เคลื่อน กองทุนนี้ก็กลายเป็นหมันไปทั้ง ๆ ที่ กฎหมายออกมาบังคับใช้แล้ว ใครเสียประโยชน์ครับ คนที่จะต้องสูงอายุต่อ ๆ ไปในอนาคต กลับเสียประโยชน์ไปเกือบ ๓ ปีครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมจึงอยากจะเรียกร้องให้ตัวของพวกเราคือสภาปฏิรูปแห่งชาติผลักดัน เลยครับ มันเป็นการปฏิรูปแบบควิก วินเลยครับ ควิก วินแน่นอนครับเรื่องนี้ปฏิรูปเร็ว ปฏิรูปด่วน เป็นประโยชน์ต่อผู้สูงวัยและคนออมในอนาคตแน่นอน เริ่มตั้งแต่บัดนี้ เพราะฉะนั้นจากการจุดประกายของคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส และสภาแห่งนี้มีมติเสียงดังฟังชัดว่าบ้านนี้เมืองนี้ต้องมี พระราชบัญญัติฉบับนี้ที่มีอยู่แล้วนั้นปฏิบัติใช้ได้จริง รัฐบาลจะต้องเห็นพ้องด้วยกับ สภาปฏิรูปแห่งชาติเสนอเป็นแนวทางว่าเริ่มแล้ว ณ วันนี้ เดี๋ยวนี้ บัดนี้ เราเป็นส่วนกระตุ้น อย่างแรง ๆ และอย่างสำคัญอันเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่กำหนด เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะ กราบเรียนต่อท่านประธานว่าอยากให้ที่ประชุมได้มีมติเห็นพ้องต้องกันดำเนินการตาม ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและ ผู้ด้อยโอกาสที่เสนอเรื่องนี้มา และต้องช่วยกันแถลงข่าวใหญ่ให้กับสังคมได้รับรู้ และเร่งรัดให้ รัฐบาลดำเนินการจะโดยประสานจากภาคส่วนใดอย่างไรก็แล้วแต่ ผมถือว่าเรื่องนี้พวกเราจะ มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผู้สูงอายุ ปัจจุบันที่มาทำ ๆ กันอยู่ตาม พระราชกฤษฎีกานี่มันเป็นการทำแบบ ขออภัยนะครับ เอาทั้งผู้ใช้แรงงาน เอาทั้งคนที่สูงอายุ ที่เป็นแรงงานนอกระบบมารวมกัน มันมั่วกันอยู่ตรงนั้นครับท่าน มันไม่ได้ตรงเรื่อง ตรงประเด็น ตรงจุดเลย แต่ผมไม่เข้าใจว่าเขาทำไปเพื่ออะไร ทั้ง ๆ ที่มันเป็นน้ำคนละสาย เลยครับท่านประธานครับ จึงกราบเรียนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เมื่อทำอย่างนี้แล้วในที่สุด ผมเชื่อเหลือเกินว่าผู้สูงอายุรุ่นลูกรุ่นหลานของเราต่อไปในอนาคตแม้ว่าจะมีชีวิตอยู่ใน ประเทศนี้ก็คงถึงเจ็บก็มีเงินพอช่วยเหลือเยียวยาได้ แม้จนก็ยังมีเงินกองทุนนี้ช่วยเหลือได้ ในที่สุดก็จะสมดังที่คำพระอวยพรว่า อย่าเจ็บ อย่าจน ด้วยประการฉะนี้แล กราบขอบพระคุณครับ