สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เสนอโครงสร้างของสภาพลเมืองที่ประกอบด้วยทุกส่วน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มอำนาจท้องถิ่น ลดอำนาจส่วนกลาง และบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ
กราบเรียนท่านประธานนะครับ กระผม สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผมเองมีความเห็นสอดคล้อง กับที่ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นได้นำเสนอ เห็นด้วยกับ การอภิปรายหลาย ๆ ท่านนะครับที่ถึงเวลาที่เราจะต้องให้ท้องถิ่นนั้นมีความเข้มแข็ง เพราะเรายอมรับกันว่าการบริหารแบบแยกส่วนที่สะสมมาทำให้ชุมชน ทำให้ท้องถิ่น อ่อนแอลงนะครับ แล้วก็นำไปสู่การเมืองที่อ่อนแอ ซึ่งผมคิดว่าบ่ายนี้คงจะอภิปรายกัน มากมายกับการที่จะแก้ปัญหาการเมือง แต่หนึ่งในการแก้ปัญหาการเมืองที่อ่อนแอนั้น ผมคิดว่าหัวใจเรื่องนี้อยู่ที่การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นให้เกิดขึ้น ประชาธิปไตย ที่จะสร้างให้เกิดความแข็งแรงคงจะต้องเกิดจากประชาธิปไตยของฐานราก ประเด็นหนึ่งครับ อำนาจรัฐที่เข้มแข็งทุกวันนี้เพราะฐานรากอ่อนแอ ซึ่งผมคิดว่าหลายท่านคงได้ตระหนัก แล้วก็ยอมรับกันโดยทั่วไปอยู่แล้ว ดังนั้นถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้องสร้างความเข้มแข็งจาก ฐานรากจริง ๆ โดยอาศัยกลไกที่พวกเรากำลังพูดถึง คือการทำให้ท้องถิ่นมีความแข็งแรงขึ้น โดยการทำให้การเพิ่มอำนาจการบริหารของท้องถิ่นที่จะตอบสนองความต้องการของท้องถิ่น อย่างแท้จริงมีความเข้มแข็งมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่ที่สุดวันนี้ เกิดจากการแยกส่วนการทำงาน ท้องถิ่นก็ทำงานแยกส่วน ท้องที่ก็ทำงานแยกส่วน ถึงจะมี ชุมชน ผู้นำชุมชน ประชาสังคมก็แยกส่วน วันนี้ถ้าเราจะทำให้ท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง เพื่อตอบสนองเจตนารมณ์ของการที่ทำให้ท้องถิ่นนั้นสามารถที่จะบริหารจัดการตนเองได้ กระผมอยากให้ข้อเสนอแนะครับว่า เราต้องเพิ่มการถ่วงดุล เราต้องเพิ่มการสร้างสมดุลของ ท้องถิ่นคือท้องที่ โดยการเพิ่มอำนาจภาคประชาชน ให้อำนาจภาคประชาชนนั้นมีอำนาจ เพิ่มขึ้นในการบริหารจัดการ หรือถือเป็นการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจต้นน้ำอย่างแท้จริง ที่จะแก้ปัญหาที่สะสมของประเทศ ภาคประชาชนจะต้องมีบทบาทมากขึ้น สอดคล้องกับ ทุกท่านครับที่จะต้องกำกับและตรวจสอบโดยประชาชน แต่ผมอยากเสนอโครงสร้างของ สภาพลเมืองที่หลายท่านได้พูดถึงเอาไว้โดยลำดับมานะครับ ผมคิดว่าสภาพลเมืองนั้น ถ้าเรายกตัวอย่างให้เห็นอาจจะยึดโยงเอาสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้เป็นตัวอย่าง สภาพลเมือง คงต้องประกอบด้วยทุกส่วนครับ ไม่ควรจะปล่อยใครออกนอกจากตรงนั้นไป ควรจะ ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งระดับตำบล หรือระดับจังหวัด หรือจะเป็น ระดับชาติก็ตาม คงจะต้องประกอบด้วยส่วนของท้องที่ ส่วนของส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และรวมทุกคนเข้ามาครับ เรามีองค์กรเยอะแยะหมดที่เกิดขึ้นในท้องที่ ไม่ว่าจะเป็นสถาบัน พัฒนาองค์กรชุมชนที่มีสภาองค์กรชุมชนอยู่ในพื้นที่ซึ่งทำงานด้านชุมชนมาอย่างยาวนาน และสะสม เรามีสภาพัฒนาการเมือง เรามีส่วนต่าง ๆ มากมาย ถึงเวลาที่เราต้องเลือก ตัวแทนเหล่านี้เข้ามาครับ สภาพลเมืองต้องมีองค์ประกอบของบุคลากรเหล่านี้ และยังมีส่วน ของการศึกษา ส่วนของด้านศาสนา ส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่และเข้าใจปัญหาซึ่งอาจแตกต่างกัน ตามประเภท หรือตามปัญหาของพื้นที่ สภาพลเมืองอันนี้จะต้องถูกจดเป็นนิติบุคคล ให้มีอำนาจ และสภาพลเมืองนี้ผมอยากให้ล้อกับรูปแบบของสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ให้สัดส่วน ของภาคประชาชนมีสัดส่วนสูงที่จะมีอำนาจในการทำกระบวนการที่ผมจะเรียนเสนอต่อไป สภาปฏิรูปแห่งชาติเรากำลังยกร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าดูโดยเนื้อหา เราให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ เป็นที่รวบรวมความคิดเห็น เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกครับที่รวบรวมความคิดเห็น อย่างหลากหลาย ทั้งผู้เชี่ยวชาญและจากตัวแทนพื้นที่เอามารวบรวม คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญก็มีสัดส่วนของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นหลัก สภาพลเมืองควรทำ เช่นเดียวกันครับผมว่าถึงเวลาแล้วอย่าไปทิ้งใคร อย่าไปยุบใคร อย่าไปตัดใครครับ องค์กรที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือท้องที่ หรือทุกองค์กรต่างคน ต่างดำรงหน้าที่เสริมความเข้มแข็งกัน แต่สภาพลเมืองจะเหมือนนิติบุคคลที่เป็นบอร์ดบริหาร ร่วมกัน ทำหน้าที่ ๔-๕ ประการ ดังต่อไปนี้ครับ
อันที่ ๑ รวบรวมและการจัดทำแผนพัฒนาให้ฝ่ายบริหาร ไม่ได้มีหน้าที่ บริหารครับ แต่มีหน้าที่รวบรวมและจัดการทำแผนพัฒนาให้ฝ่ายบริหาร
อันที่ ๒ พิจารณาให้ความเห็นต่อแผนหรือกิจการโครงการใด ๆ ก็ตามที่ส่ง ผลกระทบต่อชุมชน ใช้เกณฑ์ตรงนี้ครับ ไม่ใช่ทำทุกเรื่อง แต่ทำเรื่องที่เป็นเรื่องหลักที่จะ ส่งผลกระทบต่อชุมชน
อันที่ ๓ เรื่องที่สำคัญนั้นจะต้องผ่านประชามติเพื่อให้ถือปฏิบัติ อันนี้ เป็นการใช้ประชาธิปไตยทางตรง ส่งเสริมให้ประชาธิปไตยนั้นสู่ฐานล่างอย่างแท้จริง
อันที่ ๔ มีโอกาสในการจะเสนอกฎหมายหรือข้อเสนอทางนโยบายต่อ ฝ่ายบริหารที่มีอยู่ในส่วนของชุมชนอยู่แล้ว ในท้องถิ่นอยู่แล้ว
และสุดท้ายนะครับ ทำหน้าที่ตรวจสอบ ถ่วงดุล หรือไต่สวนสาธารณะ
ท่านประธานครับ ถ้าสภาพลเมืองที่เกิดขึ้นอย่าเกิดบนความขัดแย้ง แต่เกิดจากการบูรณาการ เกิดจากการนำสิ่งที่สะสมมา ผมว่าทุกด้านมีด้านดีและด้านเสีย เรามาเสริมความเข้มแข็งในด้านดี เรามาลดจุดอ่อนในด้านเสีย จุดอ่อนของประเทศนี้ ที่เป็นปัญหามากที่สุดก็คือ ขาดการบูรณาการ ขาดการถ่วงดุล และขาดการตรวจสอบ ถ้าเรามีสภาพลเมืองในลักษณะอย่างนี้นะครับ กระผมเชื่อมั่นว่าการเพิ่มอำนาจท้องถิ่น การลดอำนาจส่วนกลางซึ่งเป็นทิศทางของทุกฝ่ายนั้น และประกอบด้วยการถ่วงดุล ตรวจสอบด้วยระบบบูรณาการ โดยยึดโยงที่ฐานประชาชนในการตรวจสอบน่าจะเป็น ทางออกของการแก้ปัญหาระดับชาติและการบริหารสู่ท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งครับ กราบขอบพระคุณครับ