สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๗

ธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ หารือเรื่องการกระจายอำนาจและเรียกร้องให้ภาครัฐปฏิรูปประเทศไทย โดยยกเลิกเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ และจัดตั้งสภาการปกครองท้องถิ่นแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายท้องถิ่น

นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ประเด็นที่ผมจะนำเรียนต่อท่านประธานคงเป็นเรื่อง การสนับสนุนข้อเสนอแนะของท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น

ประเด็นแรกที่อยากจะสนับสนุนให้เป็นสาระสำคัญนั่นก็คือการกระจายอำนาจ ที่พูดถึงความเป็นอิสระ พูดถึงสาระสำคัญที่จะให้ประชาชนเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนา สิ่งเหล่านี้ครับในอดีตมีบรรจุไว้โดยตลอด รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กำหนดไว้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ กำหนดไว้ แต่ไม่สามารถขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมได้ ดังนั้นในการขับเคลื่อน ครั้งนี้ผมคิดว่าถ้าเรามีการขับเคลื่อนให้มีพัฒนาการในทางบวกมากขึ้น ผมถือว่านี่คือ การปฏิรูปประเทศไทย ประเด็นแรกที่ผมอยากจะกล่าวเสริมเพื่อให้เห็นความชัดเจนว่า เราจะทำอย่างไรให้การกระจายอำนาจนั้นไปสู่ความสำเร็จได้อย่างจริงจัง ผมคิดว่าเครื่องมือ ที่กลไกภาครัฐมีอยู่ในปัจจุบันมีอยู่ ๒ เครื่องมือใหญ่ ๆ นั่นก็คือมีสำนักงานการกระจายอำนาจ มีกระทรวงมหาดไทย แต่ทั้ง ๒ ส่วนที่มีอยู่ขณะนี้ครับท่านประธานครับ ไม่สามารถขับเคลื่อนกลไกการกระจาย อำนาจให้กับพี่น้องประชาชนแล้วก็ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีประสิทธิภาพได้ งบประมาณของท้องถิ่นปีหนึ่งมีสูงถึง ๖๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท หลายคนบอกว่าท้องถิ่น มีเงินเยอะมาก ก็อยากนำเรียนข้อเท็จจริงว่ามันเยอะ แต่ส่วนที่ท้องถิ่นได้ใช้นั้นมันน้อยนิด ถ้าเราได้มีโอกาสไปดูตัวเลขของการจัดสรรงบประมาณท้องถิ่น เราจะพบเลยครับว่างบ ที่รัฐส่วนกลางได้เอาภารกิจมาไว้ที่ท้องถิ่นนั้นมีไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี มีมากครับ จนทำให้ขณะนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีงบเหลือไว้เพื่อการพัฒนาเองสูงได้ เพียงไม่เกินร้อยละ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือเหตุผลหนึ่งซึ่งหลายท่านได้มีการอภิปรายเมื่อสักครู่ว่า มันมีเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งซึ่งผมอยากนำเรียนเพื่อทำความเข้าใจว่า มันเป็นข้อเท็จจริงที่หลายท่านพูด แต่ก็คงไม่ต้องพูดต่อหรอกครับ ก็เอาเพียงว่ามันควรที่จะ ยกเลิกไปก็ดี แล้วก็นำเงินเหล่านั้นมาเป็นเงินอุดหนุนทั่วไป มันก็จะถึงมือพี่น้องประชาชน โดยความเสมอภาค สิ่งที่ผมอยากนำเสนอก็คือว่า การจะทำอย่างไรให้กลไกขับเคลื่อน การกระจายอำนาจนั้นไปสู่ความสำเร็จ

ประการแรก ต้องมีการจัดตั้งสภาการปกครองท้องถิ่นแห่งชาติครับ เมื่อคืน ท่านประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีความกังวลว่าจะมีองค์กรเกิดขึ้นมากมาย ผมคิดว่าอย่าไปกังวลครับ ในเมื่อวันนี้เราจะกระจายอำนาจให้กับการปกครองท้องถิ่น ให้กับ พี่น้องประชาชนในชุมชนท้องถิ่น ผมคิดว่านี่คือหัวใจของกลไกขับเคลื่อน เป็นไปไม่ได้ อีกต่อไปครับที่การบริหารงานราชการส่วนท้องถิ่นถูกขับเคลื่อนโดย ๒ องค์กรซึ่งอยู่ต่างกัน มีคนกำกับดูแลต่างกัน แล้วบอกว่าอันนี้คือเครื่องมือในการพัฒนาพี่น้องประชาชนในชนบท เป็นไปไม่ได้ครับ

ประการที่ ๒ ที่ผมอยากนำเรียนว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่เรา อยากจะต้องการให้เกิดขึ้นนั้นเราใช้คำว่า รัฐต้องกระจายเพื่อส่งเสริมประชาชน มีความสามารถ ประเด็นนี้เองเป็นประเด็นที่ผมอยากนำเรียนว่า ถ้าท่านอยากให้ พี่น้องประชาชนมีความสามารถ ท่านต้องมีเครื่องมือให้กับพี่น้องประชาชนอีกครับ เครื่องมือ ชิ้นแรกเป็นเครื่องมือการกระจายอำนาจ เครื่องมือชิ้นที่ ๒ ต้องเป็นเครื่องมือในการสมาน การประนีประนอมในระบบการเมืองท้องถิ่น นั่นก็คือการมีสภาพลเมือง สภาพลเมืองจะเป็น แหล่งรวมของบรรดาองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในชุมชนท้องถิ่นมารวมตัวกัน แล้วก็ขับเคลื่อน ทรัพยากรที่มี เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะองค์กร ภาควิชาชีพต่าง ๆ ในชุมชนให้มีกลไกขับเคลื่อน ตราบใดถ้าเราต้องการบอกว่า เราต้องการ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาประเทศ ต่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ท่านต้องมีที่ยืน ให้พี่น้องประชาชนครับ ถ้าท่านไม่มีที่ยืนให้พี่น้องประชาชนเขาก็จะมีเพียงการมีส่วนร่วม แบบการแสดงความคิด พอถึงร่วมกระทำ ร่วมตรวจสอบ เขาไม่มีครับ เพราะฉะนั้น ผมอยากนำเรียนว่า เป็นความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องบรรจุสาระสำคัญเหล่านี้ไว้ ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่กำลังจะเกิดขึ้น

อีกประเด็นหนึ่ง มีเพื่อนสมาชิกมีความห่วงใยต่อที่มาของสมาชิกสภาท้องถิ่น ผมอยากนำเรียนอย่างนี้ว่า ผมเองเป็นนักการเมืองท้องถิ่นก็ผ่านกระบวนการการเลือกตั้ง มาโดยตลอด ผมคิดว่าสิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดก็คือ ประสิทธิภาพของกลไกในการขับเคลื่อน ให้มีการเลือกตั้ง นั่นก็คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง วันนี้มีคนบอกว่ามีการซื้อสิทธิ ขายเสียง แต่ถามว่าประสิทธิภาพองค์กรเหล่านั้นมีเพียงพอหรือไม่ที่จะดูแลทุกข์สุข ของพี่น้องประชาชนให้มีคนที่ดีเข้าไปสู่การบริหารงานบ้านเมือง

อีกประเด็นหนึ่งนะครับที่อยากจะสรุปช่วงท้าย ก็คือว่าปัญหาของท้องถิ่น วันนี้ถ้าเราไม่คิดที่จะแก้ ถ้าเราไม่คิดที่จะทำ ผมคิดว่าบ้านเมืองก็คงจะไม่สอดคล้องกับ นานาประเทศ ดังนั้นการกระจายอำนาจคือหัวใจของการเปลี่ยนแปลงและการปฏิรูป ประเทศไทยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน