เชื้อ ฮั่นจินดา หารือเรื่องการกระจายอำนาจที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยขอให้กำหนดระยะเวลาการโอนภาระหน้าที่จากภาครัฐไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างชัดเจน และเสนอการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นรูปแบบเดียว โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายรูปแบบ เช่น อบต. เทศบาล อบจ. กทม. เมืองพัทยา เป็นเทศบาลระดับจังหวัดและเทศบาลระดับพื้นที่ เพื่อให้มีกฎหมายที่ชัดเจนและไม่ต้องเสียเวลาในการดำเนินการ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เชื้อ ฮั่นจินดา สปช. หมายเลข ๗๐ ปัจจุบันหน้าที่หลักปฏิบัติงานเป็นปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเขาพระ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายกครับ ประเด็นที่ผมจะนำเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ก็คงเป็น ประเด็นที่สนับสนุนเป็นสำคัญ แต่ประเด็นที่สนับสนุนเป็นสำคัญมีข้อที่มีความคิดเห็นต่างอยู่บ้าง โดยเฉพาะหลักของการกระจายอำนาจ วันนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกท่านในที่ประชุมแห่ง นี้ค่อนข้างจะเห็นพ้องต้องกันว่าการกระจายอำนาจไปยังปลายทาง ไปยังชุมชนเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับประเทศนี้ แล้วก็สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการกระจายอำนาจที่เราผ่านกฎหมายมา ๒-๓ ฉบับนี่นะครับ ปรากฏว่าหลักการกระจายอำนาจมันโดนแก้แล้วก็โดนดึงเอาไว้ วันนี้ใน รัฐธรรมนูญที่จะร่างขึ้นมาใหม่ ผมอยากเห็นการกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนลักษณะงาน ที่ชัดเจนที่จะโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือว่ากระจายไปยังองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น อาจจะไปเขียนภาระหน้าที่ของรัฐบาลกลางครับ ว่าวันนี้รัฐบาลกลางควรจะ เหลืออะไรไว้บ้างที่จะต้องทำในฐานะที่เป็นรัฐบาลกลาง ส่วนที่ไม่ได้ระบุเอาไว้ ควรจะเป็น การกระจายอำนาจไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถ ไปเลือกทำได้ให้เข้ากับลักษณะของพื้นที่
อันที่ ๒ ที่สำคัญที่สุดก็คือว่าในเรื่องของการสนับสนุนให้มีการตั้งองค์กร ขึ้นมาใหม่ องค์กรที่ตั้งขึ้นมาใหม่นี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นองค์กรที่จะต้องมีเพิ่มขึ้น เพิ่มจำนวนอย่างที่มีหลาย ๆ ท่านบอกว่า ในรัฐธรรมนูญนี้กำลังจะกำหนดองค์กรใหม่ขึ้นมา มากมายทีเดียว แต่สิ่งที่ผมนำเสนอก็คือให้มีสภาท้องถิ่นแห่งชาติ ไม่ใช่การตั้งขึ้นมาใหม่แล้ว ก็เพิ่มองค์กรขึ้น แต่มันเป็นการรวบรวมให้มีสภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการกระจัดกระจาย อยู่ในประเทศเอามาอยู่ที่เดียวกันและตั้งเป็นองค์กรเดียว วันนี้เราเอาเรื่องของ กระจายอำนาจไปไว้กับสำนักนายกนายกรัฐมนตรี เราเอาเรื่องของบริหารงานบุคคลไปไว้กับ กระทรวงมหาดไทย เอาเรื่องของการจัดสรรเงินไปอยู่ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าเรารวบรวมหน่วยงานที่มันมีอยู่กระจัดกระจายเอามาอยู่ที่เดียวกัน มันก็จะเป็นเอกภาพ แล้วก็ไม่ได้เพิ่มจำนวนหน่วยงานเพิ่มขึ้น เป็นการลดเสียด้วยซ้ำไป
อันที่ ๓ ที่จะเสนอก็คือว่าการสร้างดุลยภาพระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค แล้วก็ส่วนท้องถิ่น ให้พี่น้ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีดุลยภาพที่มันชัดเจน โดยเฉพาะ พวกพี่น้องของส่วนภูมิภาค เมื่อวานนี้เราก็เห็นว่าท่านประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พูดถึงเรื่องของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้มายื่นหนังสือยังท่านประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ยืนยันครับว่ากรรมาธิการท้องถิ่นเรายังเห็นความสำคัญของส่วนภูมิภาค เพียงแต่ต้องการให้ จัดดุลยภาพอย่างไร วันนี้ถ้าเกิดว่าสร้างดุลยภาพให้มันชัดเจนขึ้นมาได้ ผมนำเรียน ท่านทั้งหลายว่า สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ป.ป.ช. อาจจะไม่ต้องทำหน้าที่ครับ ถ้าเราสร้าง ดุลยภาพของราชการส่วนภูมิภาคมีหน้าที่ในการกำกับดูแล แล้วก็ตรวจสอบให้มันชัดเจน แล้วก็เป็นไปอย่างแท้จริง เพราะวันนี้ระหว่างส่วนภูมิภาคกับส่วนท้องถิ่นเหมือนกับจะเดินไป ในทางเดียวกัน ไม่ได้อยู่ในฐานะหน่วยงานที่ตรวจสอบ ไม่ได้อยู่ในฐานะหน่วยงานที่สร้าง ดุลยภาพกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่กำลังจะไปขอความช่วยเหลือจากองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเสียด้วยซ้ำไป ฉะนั้นดุลอำนาจตรงนี้ครับ ระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นต้องจัดใหม่แล้วให้มีความชัดเจนที่ชัดเจนขึ้นนะครับ
อันที่ ๔ ที่อยากจะนำเสนอก็คือว่าส่งเสริมให้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบเดียวครับ วันนี้เรามี อบต. เรามีเทศบาล เรามี อบจ. เรามี กทม. เรามีเมืองพัทยา แต่ภาระหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหล่านี้ครับมีหน้าที่ไม่แตกต่างกัน แล้วก็มี กฎหมายหลายฉบับเหลือเกิน กฎหมายของ อบจ. ๑ ฉบับ เทศบาล ๑ ฉบับ อบต. ๑ ฉบับ เมืองพัทยาก็มี ๑ ฉบับ กทม. ก็มี ๑ ฉบับ เราทำเป็นรูปแบบเดียวได้ไหมครับ เป็นเทศบาล หมดทั่วประเทศ เป็นเทศบาลระดับจังหวัดกับเทศบาลในระดับพื้นที่ แล้วมันจะได้มีกฎหมาย แค่ฉบับเดียวไม่ต้องไปเสียเวลา เสียภาระกับงานธุรการ ที่สำคัญที่สุดครับ เวลาถ่ายโอน อำนาจไปแล้วองค์กรปลายทางที่มันรองรับการถ่ายโอนอำนาจวันนี้เรามีประสิทธิภาพ แล้วหรือยัง วันนี้ตัวการที่มันมีส่วนสำคัญในการที่จะไปดำเนินการการถ่ายโอนการกระจาย อำนาจคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มันจำลองรูปแบบของรัฐบาลกลางไปอยู่ที่ตำบลครับ ไปอยู่ที่ตำบลก็คือนายกก็เหมือนกับนายก อปท. นี่แหละครับ สภาผู้แทนราษฎรเหมือนกับสภา ของท้องถิ่น ภาคประชาชน ข้าราชการปฏิบัติก็เหมือนกับปลัดกระทรวง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ไปอยู่ที่นั่น ดุลยภาพอันนี้ครับท่านต้องไปสร้าง อย่าให้มีการสั่งการแนวดิ่งโดยเด็ดขาด วันนี้เรากำลังพูดถึงสภาพลเมือง ความจริงแล้วองค์กรที่มันมีอยู่ในพื้นที่มันมีอยู่หลากหลายมาก มันมีทั้ง อสม. มีทั้งกองทุนหมู่บ้าน มีทั้งองค์กรสตรี มีสภาวัฒนธรรม สภาการเกษตร สภาเหล่านี้แหละครับเอามาจัดสรรใหม่ให้เป็นสภาพลเมือง แล้วก็สร้างดุลอำนาจให้กับสภา เหล่านี้อย่างไร ที่สำคัญที่สุดครับ ผมอยากเห็นข้าราชการท้องถิ่นเป็นข้าราชการเหมือนกับ ข้าราชการประเภทอื่น แต่เป็นข้าราชการท้องถิ่น วันนี้ของข้าราชการท้องถิ่นเราเรียก พนักงานครับ ไม่แตกต่างกับพนักงานเก็บตั๋วรถเมล์อะไรอย่างนี้ ไปเขียนให้มันชัดเจน ในรัฐธรรมนูญว่า คนที่ปฏิบัติงานในท้องถิ่นที่เป็นข้าราชการก็ต้องถือว่าเป็นข้าราชการของ ท้องถิ่น และอยากจะเห็นมีการกำหนดกรอบที่มันชัดเจนก็มีคณะกรรมการบุคคลของท้องถิ่น โดยมีกองทุนเงินเดือนและสวัสดิการเป็นของท้องถิ่นเองนะครับ นั่นที่ผมนำเสนออย่างนี้ เพราะอะไร ผมอยากเห็นว่าพอมันเป็นท้องถิ่นรูปแบบเดียว สมมุติท้องถิ่นในพื้นที่มีเทศบาล ตำบลกับเทศบาลเมือง เราอยากเห็นองค์กรกลางกำหนดกรอบครับ วันนี้ถ้า ๑ อำเภอ ท่านไปเห็นมี ๑๓ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็มีนิติกร ๑๓ คน มีบุคลากร ๑๓ คน มีปลัด ๑๓ คน แต่ถ้าเกิดเราเอาตัวตั้งเราจัดรูปแบบใหม่ให้เป็นเทศบาลในพื้นที่ โดยเอาประชากร จำนวนประชากรเป็นตัวยึดโยง อย่างเช่น เรากำหนดประชากรที่ ๘,๐๐๐ มี ๑ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไหม ๕,๐๐๐ มี ๑ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไหม แล้วเรามีบุคลากรที่มันเหมาะสม เอาไปบริการ ไปบริหารนะครับ ในการใช้อำนาจของ ภาครัฐที่จะลงไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วันนี้เรื่องสำคัญที่สุดผมถึงบอกว่า ถ้าเราสามารถสร้างดุลอำนาจได้ระหว่างผู้บริหารกับสภาท้องถิ่นครับ อีกนิดเดียว สภาท้องถิ่น แล้วก็ข้าราชการท้องถิ่น แล้วก็สภาภาคพลเมือง ๔ องค์กรนี้ครับ ถ้าสร้าง ดุลอำนาจได้ผมว่าลดปัญหาอะไรได้หลายอย่าง ที่สำคัญที่สุดสภาท้องถิ่นวันนี้มีคนภายนอก กำลังมองว่าสภาท้องถิ่นเป็นสภาผู้ช่วยเหลือของผู้บริหารนะครับ สภาท้องถิ่นไม่ได้ทำหน้าที่ ฉะนั้นไปเขียนรูปแบบที่มันชัดเจนของสภาท้องถิ่น ของสภาพลเมือง แล้วก็ของข้าราชการที่ปฏิบัติงานภายใต้นโยบายของฝ่ายบริหารให้มันสมดุลกัน อันนี้ก็จะ สนับสนุนการกระจายอำนาจได้ เพราะว่าหลักสำคัญที่สุดคือ การร่วมคิดร่วมทำ และร่วมตรวจสอบครับ ขอบพระคุณครับ