เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง เสนอแนวทางแก้ไขระบบเลือกตั้งและโครงสร้างรัฐสภา โดยเรียกร้องให้เปลี่ยนจากการแบ่งเขตแบบปัจจุบันไปสู่การเลือกตั้งทั้งจังหวัดเพื่อลดปัญหาซื้อสิทธิขายเสียง และเสนอให้ยกเลิกบัญชีรายชื่อเพื่อให้พรรคเล็กมีพื้นที่ในสภา พร้อมทั้งเรียกร้องให้จัดตั้งโรงเรียนคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักการเมืองและปรับปรุงบทบาทขององค์กรอิสระรวมถึงวุฒิสภาให้มีความเป็นกลางและมีประสิทธิภาพในการตรวจสอบฝ่ายบริหารอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง สมาชิกสภาปฏิรูปด้านปกครอง ส่วนท้องถิ่น ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อกี้ผมฟังหลายท่านพูดมีเหตุมีผลด้วยกันทั้งสิ้น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยังแคลงใจอยู่ว่า ทางกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญลุกขึ้นอภิปราย เกือบทั้งหมด เปรียบเสมือนว่าท่านเขียนไว้หมดแล้ว ท่านกำกับไว้หมดแล้ว พวกผมอภิปรายไป มันจะมีน้ำหนักไหมครับ ผมยังไม่เข้าใจตรงนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นผมอยากให้จริง ๆ แล้ว การอภิปรายของทุกคนล้วนมีเหตุมีผล จะหนักหรือเบา จะช้าหรือเร็ว ในส่วนของผมนั้น การเลือกนายกรัฐมนตรี เลือกคณะรัฐมนตรีนั้น ถ้าเลือกทั้งพวงอย่างนี้ผมไม่เห็นด้วยครับ ท่านประธาน แต่ถ้าเลือกเฉพาะนายกรัฐมนตรีคนเดียวผมเห็นด้วย เพราะคณะรัฐมนตรีนั้น ท่านคิดดูว่ามีทั้งหมด ๒๐ กระทรวง ก็ต้อง ๒๐ คน บางคนนี่เป็นมาหลายกระทรวงแล้วในอดีต ถามว่าแก้ปัญหาประเทศได้ไหม รัฐบาลไหนมา รัฐบาลชั่วคราว รัฐบาลจริงมาก็เอาคน เหล่านั้นมาเป็นรัฐมนตรีแก้เศรษฐกิจ แก้เรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็แก้ไม่ได้ ลองคนใหม่ดูสิครับ คนมีความรู้ความสามารถเยอะแยะ ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ก็เก่ง ท่านนายแพทย์กระแสก็เก่ง ผมเกรียงไกรก็เก่ง ท่านประธาน ลองดูสิครับเอาไปเป็นรัฐมนตรีสัก ๖ เดือน ๑ ปี ว่ามันแก้ปัญหาได้ไหม นี่ละครับผมอยากให้ผู้มีอำนาจที่ฟังอยู่อย่าเอาแต่คนเดิม ๆ เหมือน เหล้าเก่าในขวดใหม่ ประเทศชาติจะต้องเดินหน้าแข่งกับนานาประเทศเขา มามัววังวน ที่จะมาทำการปกครองส่วนท้องถิ่น มาทำถนนหนทาง เรื่องนี้ให้ท้องถิ่นทำครับ ท่านให้อำนาจไปกับท้องถิ่นมาก ๆ ท่านให้งบประมาณไปมาก ๆ ลดจำนวน ส.ส. ลง ผมมั่นใจว่า ส.ส. เหล่านั้นจะต้องกลับมาเล่นการเมืองท้องถิ่น แล้วผู้ที่อยู่ระดับบน คณะรัฐมนตรี ท่าน ส.ว. ต่าง ๆ ก็คิดแต่เรื่องสู้กับนานาประเทศเรื่องระบบเศรษฐกิจ ที่มันจะเดินไปข้างหน้าครับ ผมพูดในเรื่องการเมืองท้องถิ่นแล้ว ให้รู้ว่าท้องถิ่นมีความสำคัญมาก กับประชาชน แล้วท่านครับ ผมอ่านในหนังสือที่ท่านให้มาผมสงสัยมาก สงสัยอะไรครับ เลือกคณะรัฐมนตรีแล้ว ถ้าพรรคที่ได้รับเลือกนั้นคะแนนไม่ถึงกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ต้องให้เอาคะแนนอันดับ ๑ อันดับ ๒ มาเลือกกันใหม่ ผมงงครับ ในประเทศไทยมี กี่พรรคการเมืองเอง ที่ได้อันดับ ๑ อันดับ ๒ ทำให้ประชาชนสับสนครับเลือกแล้วเลือกอีก เลือกแล้วเลือกอีก ท่านคิดได้อย่างไร เปลืองงบประมาณ เสียเวลา ประชาชนเบื่อหน่าย ในการเลือกตั้ง ผมงงครับ ตรงนี้งงมาก อยากฝากไปที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ งงมากจริง ๆ
ต่อมา มาถึงการมี ส.ส. ท่านครับ ส.ส. มีทั้งหมด ๓๕๐ คน ท่านบอกว่า แบ่งเขตละ ๓ คน เพื่อป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียง ท่านรู้ไหมครับว่าเราพูดกันทุกคน นั่งอยู่ตรงนี้ว่าการซื้อสิทธิขายเสียงนี่ทั่วไปหมด แต่รู้ไหมอีสานบ้านผม บางบ้านเขียนติดป้าย หน้าบ้านไม่ใช่ว่าเงินไม่มากาไม่เป็นอย่างเดียว เงินไม่มากาไม่เป็น เงินไม่เห็นกูไปกา ท่านดูสิครับ นี่เรื่องจริงที่เกิดขึ้น นวัตกรรมตรงนี้ กกต. ทำอะไรอยู่ครับ กินเงินเดือนอย่างเดียวหรือ ไม่มีเลือกตั้งก็นั่งกินเงินเดือน ผมถึงบอกว่าอย่ามองนักการเมืองเลวไปเสียหมด มองนักการเมืองน้ำดีก็มีครับ เพราะฉะนั้นเราต้องหาคนดี หาการควบคุมคนดีมาปกครอง บ้านเมือง จะเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง เลือกโดยทางอ้อม แต่ถ้าได้นายกรัฐมนตรีไม่ดีประเทศชาติก็เป็นอย่างนี้แหละครับ ผมถึงบอกว่าทำอย่างไร นักการเมืองจะเป็นน้ำดี มันต้องปลูกจิตสำนึก สร้างคุณธรรมจริยธรรม ผมคิดแม้กระทั่งว่า ผู้ที่มาดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเข้าอบรมโรงเรียนคุณธรรมจริยธรรม อย่างน้อย ๒ เดือน ผมคิดไปถึงขนาดนั้น หรือจับมันบวชเรียนเลยก็ได้ อย่างน้อยมีสามัญสำนึก ในการรักแผ่นดิน มีคุณธรรมจริยธรรมในการปกครองบ้านเมืองในการเห็นแก่ตัว ผมเข้ามา เล่นการเมืองวันแรก ผมได้ยินท่านอดีตสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งพูดว่าการเมืองเป็นเรื่องของ อำนาจและผลประโยชน์ แล้วเรื่องนั้นเจอมาด้วยตัวเองหลายเรื่อง ท่านครับ ระบบ ส.ส. ๓๕๐ คนที่ผ่านมาระบบปาร์ตี ลิสต์ (Party list) หรือบัญชีรายชื่อท่านเห็นไหมครับ พรรคเล็กพรรคน้อยได้มีโอกาสเข้ามา พรรคมาตุภูมิได้มา ๑ คน พรรครักประเทศไทยได้มา ๕-๖ คน หลายพรรคได้เข้ามาหมด แต่ในร่างของคณะกรรมาธิการไม่มีคำว่าระบบบัญชีรายชื่อ ท่านต้องกลับไปคิดใหม่ครับ ท่านอยากให้พรรคเล็กพรรคน้อยมีปากมีเสียง พรรคเล็กพรรคน้อย เข้าไปพูดในสภา เสียงดังฟังชัด ท่านต้องกลับไปคิดใหม่แล้วว่าที่ท่านร่างมา ๓๕๐ คนน่ะ ไม่มีบัญชีรายชื่อ ท่านครับ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ประชาชน ๖๐ ล้านคนจ้องอยู่ว่าพวกเราจะทำออกมาอย่างไร ผมจำวันแรกได้ว่าท่านประธานสภา คณะ สปช. หลายท่านพูดว่าอย่างไรครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เราจะร่างขึ้นไม่เอาไปฆ่าใคร ไม่เอาไปทำร้ายใคร ผมอยากให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญคิดข้อนี้ครับ อย่าเลือกที่รัก มักที่ชัง อย่าเลือกว่าต้องเอาไปฆ่าคนนั้นคนนี้ ฆ่าบ้านเลขที่ ๑๑๑ ๑๐๙ ร้อยอะไรต่าง ๆ ท่านบุญเลิศ ช้างใหญ่ ท่านก็พูดแล้ว ในอดีตก็มีการนิรโทษกรรม อันนี้ผมไม่พูดเรื่อง นิรโทษกรรม เราพูดเดินไปข้างหน้า ทำอย่างไรจะให้ ส.ส. ส.ว. ทำหน้าที่เป็นตัวแทน ประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่ ส.ส. ต้องมีหน้าที่เลี้ยงข้าวชาวบ้าน มีหน้าที่เอาซองไปทำบุญ ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ต้องเป็นฝ่ายร่างกฎหมาย ตรวจสอบการทำงานของนายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหารมีอำนาจในการถอดถอน มันถึงจะใช่ครับ ปัจจุบัน ส.ส. บ้านเรา ท่านประธานครับ มีอย่างเดียวครับ เปิดบ้านรับเลี้ยงข้าว เปิดบ้านไปซองทำบุญบ้านนั้นบ้านนี้ งานบวช งานแต่ง วิ่งรอกกัน แต่ถ้าท่านจำกัดเขต ๓ คน ทำไมไม่เอาทั้งจังหวัดละครับเป็นเขต เลือก ส.ส. อย่างกาฬสินธุ์บ้านของผม ส.ส. ๖ คน ก็ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ เลือกเหมือน ส.ว. เลือกคะแนนคนเดียวเอา ๑ ลงมา การซื้อเสียงทั้งจังหวัด ๙๐๐,๐๐๐ กว่าคนครับ ๑,๕๕๖ หมู่บ้าน ๑๘ อำเภอ การซื้อเสียงให้มันซื้อลงไป แต่การจับผิด กกต. ทำอะไรอยู่ ตำรวจทำอะไรอยู่ เวลามีร้องเรียนเข้ามาคุณรวบรวมหลักฐานมา เห็นซื้อเสียงอยู่หยก ๆ นี่คือหน้าที่ กกต. หรือ จริง ๆ ผมอยากยุบ กกต. ด้วยซ้ำ ท่านประธานครับ หรือมีอำนาจ หน้าที่จัดการเลือกตั้งอย่างเดียวไม่ต้องไปยุ่งอย่างอื่น พอหมดเลือกตั้งคุณก็หมดหน้าที่ เป็นงานเฉพาะกิจดีกว่า องค์กรอิสระหลายองค์กรที่เกิดขึ้นมี ๒ มาตรฐาน ๓ มาตรฐาน อยากให้มีองค์กรที่ตรวจสอบองค์กรอิสระบ้าง บางครั้งก็ทำผิดเหมือนกันองค์กรอิสระ ท่านประธานครับ ที่มาของ ส.ว. ก็ดี ส.ว. จังหวัดละ ๑ คน ไปเขียนได้อย่างไร ว่าเป็นธรรมชาติที่ประชาชนชินแล้วที่เลือก ส.ว. จึงให้มี ส.ว. เลือกตั้ง มันไม่ใช่ครับ เอาเหตุผลที่ดีกว่านี้ได้ไหม เหตุผลที่เขียนลงไปว่า ส.ว. เป็นสภาสูง มีอำนาจในการตรวจสอบ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีเป็นสภาที่ยิ่งใหญ่ สภาที่มีคุณค่า ลองไปซิเนเตอร์ (Senator) ต่างประเทศสิครับ ท่านประธานครับ ต่างประเทศเขาใหญ่มาก เขาทำหน้าที่อย่างดี แต่ซิเนเตอร์บ้านเราสิครับบอกได้เลยว่ากลั่นกรองกฎหมายลงมาสภาล่างไม่เอาด้วยก็จบ เหมือนเสือกระดาษ ท่านลองคิดดี ๆ ช่วยกันคิดครับ ประเทศไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง แต่อย่ามองประโยชน์ส่วนตน อย่ามองว่าคนนั้นเป็นศัตรู คนนี้เป็นศัตรู การมองต่าง คิดต่าง ท่านประธานครับ ผมว่าคิดต่างได้ แต่อย่าแตกแยก เราคือคนไทย เรามีองค์พระมหากษัตริย์ สถาบันที่เราเคารพนับถือตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ให้คิดครับ คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญก็ดี เขียนขึ้นมาหมดแล้ว อะไรหมดแล้ว มีคนบอกผมคนหนึ่งนะครับ ไปเป็น สปช. ไปเป็นทำไม ผมถาม เขาตอบผมว่าอย่างไร รัฐธรรมนูญเขียนเรียบร้อยแล้ว อยู่ในตู้เย็น อยู่บ้านใครละ บ้านสมชาย ผมถามว่า แล้วเวลาจะใช้ละ เขาก็เอาออกมาใช้ เราเป็นเพียงแค่หมากเดินเพื่อให้ครบองค์ประกอบเท่านั้นเอง เพื่อนผมคนนั้น ผมบอกมันไม่จริง ผมก็เถียงกับเขา นี่เป็นเรื่องข้างนอกนะครับ แต่พอมาเจอวันนี้ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพูดเกือบทั้งหมด เหมือนกับเขียนไว้แล้วเช่นกัน ผมเลยมานั่งคิดว่า ผมอภิปรายไปมันจะมีเหตุผลไหม ท่านจะรับฟังผมไหม ท่านจะเอาไปปฏิบัติ ไปแก้ไขให้มันเป็นประโยชน์กับประเทศชาติบ้างไหม ท่านครับ อายุคนเราไม่เกินร้อยปี ผมอยากให้นึกถึงแผ่นดินเกิด อย่าเห็นผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม คิดเสียว่า ประเทศไทยของเราจะต้องเดินไปข้างหน้า เราทำวันนี้เพื่อลูก เพื่อหลาน เพื่อชีวิตเรา เพราะฉะนั้นขอให้ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทำความดีสักครั้งหนึ่ง เพื่อตอบแทน คุณแผ่นดินไทย ขอบคุณครับ