สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๗

วสันต์ ภัยหลีกลี้ พูดถึงการแก้ไขปัญหาการเมืองที่มีการซื้อขายเสียง โดยเห็นด้วยกับการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและประวัติการเสียภาษีของนักการเมือง และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและลงโทษผู้ที่มีความผิด สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบและลงโทษผู้ที่มีความผิด และเพิ่มอำนาจของประชาชน

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้

กราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ และเพื่อน สมาชิกทั้งหลายครับ ผม วสันต์ ภัยหลีกลี้ ในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาตินะครับ ผมคิดว่า การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีโดยตรงฟังดูดี ดูเหมือนว่าประชาชนจะมีสิทธิ มีเสียงมากขึ้นนะครับ แต่ในความเป็นจริงนั้นผมคิดว่าประชาชนจะถูกมัดมือมัดเท้ามากขึ้น ขณะที่กลุ่มธุรกิจการเมืองจะยิ่งมีสิทธิมีเสียงมากขึ้นนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะว่าการเมือง ของเราเป็นการเมืองแบบที่เรียกกันว่า มันนี โพลิติกส์ (Money politics) เป็นการเมืองที่ใช้เงิน ซื้อเสียงอย่างกว้างขวางแล้วก็ในทุกระดับ แล้วก็อย่างรุนแรงนะครับ ผมคิดว่าเราต้องแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง ต้องพยายามที่จะทำให้การเมืองไม่เป็น ระบอบธนาธิปไตยที่ใช้เงินเป็นใหญ่ ผมคิดว่าโจทย์ใหญ่ของเราก็คือว่าจะทำอย่างไรจะทำให้ การเมืองมีการใช้เงินซื้อสิทธิขายเสียงน้อยลงนะครับ ทำอย่างไรจะทำให้คนดีมีคุณธรรม ได้เข้าไปสู่การเมืองมากขึ้น เข้าไปมีอำนาจทางการเมืองมากขึ้นนะครับ ผมเห็นด้วยกับเรื่อง ที่จะให้ผู้ที่จะเข้าสู่การเมืองเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน แล้วก็เปิดเผยเรื่องการเสียภาษีอย่างน้อย ๕ ปี เพื่อที่จะแสดงความโปร่งใสแล้วก็ให้ประชาชนได้มีส่วนในการตรวจสอบนะครับ คนทุจริต คนโกง แม้กระทั่งโกงเรื่องการเสียภาษีไม่ควรที่จะมีที่ยืนหรือที่นั่งในทางการเมือง ข้อเสนอในเรื่องที่จะให้มีการเลือกคณะรัฐมนตรีโดยตรงจากประชาชนนะครับ ผมคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด เกาไม่ถูกที่คันนะครับ ปัญหาใหญ่ในช่วงที่ผ่านมานั้น ผมเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลมีอำนาจ ฝ่ายบริหารมีอำนาจมากเกินไป แล้วก็ไม่เห็นหัว ของประชาชน ไม่ฟังเสียงของประชาชนนะครับ แม้ว่าจะออกมาเรือนแสนเรือนล้าน กรณีของการออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรมแบบสุดซอยเป็นตัวอย่างที่ให้เห็นชัดเจนมากนะครับ การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี หรือ ครม. โดยตรง ผมคิดว่าจะทำให้ปัญหาหนักหน่วงมากขึ้น เดิมถ้าหากว่าเราเปรียบว่าเป็นเหมือนกับการซื้อหวยหรือซื้อลอตเตอรี่ทีละใบหรือชุดเล็กนะครับ ถ้าหากว่าเลือก ครม. ได้ทั้งคณะผมคิดว่ามันจะเป็นลักษณะคล้ายกับการซื้อชุดใหญ่ หรืออาจจะเป็นแบบลอตโต (Lotto) เหมือนในต่างประเทศนะครับที่เงินรางวัล เป็นพัน ๆ ล้านบาท จะมีการลงทุนเพื่อที่จะเข้ามามีอำนาจทางการเมือง เข้ามามีส่วน ในการกำหนดนโยบาย เพื่อที่จะมากอบโกย เพื่อที่จะมาหาผลประโยชน์ ถ้าหากว่าการเมือง บ้านเรานะครับ คนเข้ามาต้องการทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมก็คงไม่น่าห่วง แต่ถ้าหากว่า เข้ามาเพื่อที่จะหาประโยชน์ส่วนตัว หรือพวกพ้องนะครับดังที่เป็นมา ผมคิดว่าอันนี้ จะยิ่งทำให้ปัญหารุนแรงมากขึ้นนะครับ ผมคิดว่าเรื่องของผู้ดำรงตำแหน่งนั้นนอกจากจะมี คุณธรรม มีจริยธรรม ใจซื่อมือสะอาดนะครับ สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองเมื่อเข้ามาแล้วจะต้องมีการตรวจสอบ ระบบตรวจสอบต้องเข้มแข็งนะครับ องค์กรตรวจสอบจะต้องมีความเป็นอิสระแล้วก็ต้องมีประสิทธิภาพในการทำงานนะครับ จะต้องสามารถเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ ไม่ยืดเยื้อ แล้วก็ไม่เยิ่นเย้อ นอกจากนั้นจะต้อง จับปลาใหญ่ให้ได้นะครับ ไม่ใช่จับเฉพาะปลาซิว ปลาสร้อย ไม่ใช่จับเฉพาะแมลงหวี่ แมลงวัน ต้องจับเสือให้ได้ด้วยนะครับ จะจับสิงห์ กระทิง แล้วก็แรดอย่างที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ พูดหรือไม่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งนะครับ แต่ไม่ใช่จับแต่รายเล็กรายน้อย พอถึงรายใหญ่ทีไร ใครผิดก็มักจะหายตัวหนีเข้ากลีบเมฆ หรือไม่ก็เดินทางไปต่างประเทศกัน ผมคิดว่าถ้าเราจะทำ ให้ระบบการเมืองของเราดีขึ้น คนผิดคนโกงต้องถูกลงโทษ คนที่สร้างความเสียหายให้กับ บ้านเมืองต้องถูกลงโทษไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง การตรวจสอบที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การตรวจสอบโดยภาคประชาชนนะครับ นอกจากเราจะต้องมีระบบ มีกลไกที่แข็งแรงแล้ว ภาคประชาชนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบในการที่จะช่วยทำให้การเมืองของเรา พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นนะครับ เป็นสิ่งที่สำคัญนะครับที่เราจะต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งในแง่ของการเลือกคนที่จะเข้าสู่ตำแหน่งต่าง ๆ ทั้งในแง่ของการติดตาม ตรวจสอบ การถอดถอน แล้วก็การช่วยเป็นหูเป็นตา ระบบการเมืองของเราต้องโปร่งใส ต้องเปิดเผย แล้วก็ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนในการตรวจสอบ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่ม อำนาจประชาชนนะครับ ขณะที่อำนาจของรัฐผมคิดว่าควรจะต้องลดน้อยลงนะครับ ต้องเพิ่มอำนาจประชาชนให้แข็งแรงขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ