สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๗

ชาลี เจริญสุข หารือเรื่องการเริ่มประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ และเสนอแนะการปฏิรูปการเมือง โดยการจำกัดทรัพย์สินของผู้ที่จะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง หรือคณะรัฐมนตรี และการรับสมาชิกพรรคการเมืองท้องถิ่น

นายชาลี เจริญสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ลำดับที่ ๐๕๙ ครับ วันนี้ได้มีโอกาสอภิปรายเป็นวันที่ ๓ พอหันไปดูนาฬิกาเกือบหกโมงเย็นพอดีนะครับ ก็โชคดี ที่วันนี้เราเริ่มกันเร็ว เพราะตามกำหนดการเดิมจะเริ่มคิวที่ ๑ ประมาณ ๑๘.๐๐ นาฬิกากว่า ฉะนั้นผมขอเริ่มเลยก็แล้วกันเพราะว่าเวลามีน้อย

ประเด็นแรก เรื่องการเลือกคณะรัฐมนตรีโดยตรง ตัวผมเองได้รับ การเสนอแนะจากประชาชนมาตั้งแต่สมัยโน้นแล้วครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ครับ จนปัจจุบันนี้ผมได้มีโอกาสเข้ามาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมก็ไม่ลืมพี่น้องประชาชน ที่เคยเสนอผมมา แล้วก็ไปทบทวนว่าจะดีไหม ปรากฏว่าบังเอิญครับ ในคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการเมืองมีคนที่คิดเห็นตรงกันเป็นเสียงข้างมากเยอะจึงทำให้เกิดกำลังใจแล้วก็เสนอ ท่านประธานกรรมาธิการ ท่านอาจารย์สมบัติ ก็เลยต้องกราบเรียนว่ามันจะเป็นมิติใหม่ จริง ๆ ครับว่าวันนี้ในการเลือกตั้งอยากจะให้ประชาชนเขาเกิดเห็นมิติใหม่ในการเลือกตั้ง เห็นการปฏิรูปการเมืองแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้น แต่เรายอมรับว่ามันอาจจะมีช่องโหว่ มันอาจจะ มีปัญหาบ้าง แต่เราก็ต้องแก้ครับ ผมก็ได้คิดเสนอวิธีการแก้ไปแล้ว หลายท่านกำลังมองว่า มันจะเกิดทุนสามานย์ จะเกิดกระเป๋าเจมส์บอนด์ ผมคิดทบทวนมานานแล้วว่าวิธีการก็คือ การที่จะจำกัดผู้ที่จะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง หรือจะมาดำรงตำแหน่งคณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีก็ตาม ผมว่าถ้าเราไม่อยากได้นายทุนที่มาทำระบบการเมืองเสีย เราก็ต้อง จำกัดบุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคและมาเป็นรัฐบาล จำกัดทรัพย์สินได้ไหมว่ามีวงเงิน ทรัพย์สินไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท มีการตรวจสอบล่วงหน้าเหมือนกับเพื่อนสมาชิกได้เสนอว่า ตรวจสอบบัญชี หรือทรัพย์สินย้อนหลัง ๕ ปีอย่างนี้เอามาประกอบก่อนที่จะมาสมัครเป็น หัวหน้าพรรคการเมืองด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นนี่ก็เป็นกฎเกณฑ์หรือเป็นเกณฑ์หนึ่งซึ่งเราจะ ป้องกันทุนสามานย์แล้วก็จะเกิดนักการเมืองที่เรียกว่า นักการเมืองสัมมา ซึ่งจะตรงกับ ศาสนาพุทธของเราก็คือ สัมมา อะระหัง ก็คือสัมมาอาชีวะที่ดีนั่นเองครับ เป็นนักการเมืองที่ดี ถ้าเราป้องกันตรงนี้ได้ผมมั่นใจว่าเราสามารถที่จะทำการเมืองไทยให้เรามีการปฏิรูป เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น จริง ๆ มีประเด็นที่จะเสนอแนะอีกเยอะก็คงจะเป็นในวาระต่อไป แต่เรื่องที่ผมจะเสนออีก ๓ นาทีข้างหน้าที่เหลือจะเป็นเรื่องของการปฏิรูปพรรคการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมเองมีความอึดอัดใจ เพราะว่าผมเคยดำรงตำแหน่งประธานสาขาพรรคการเมืองมาแล้ว มีปัญหาเรื่องการหา สมาชิกพรรคมาก วันนี้มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านเสนอว่า ส.ส. ต้องสังกัดพรรคการเมือง ผมเห็นด้วยครับ ควรหรือไม่ที่จะมีผู้สมัครอิสระ ผมมองว่าถ้าเราจะให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ไม่ควรให้มีผู้สมัครอิสระ เพราะมันจะเป็นการเหมือนกับว่าขัดแย้งกันเอง เราอยากจะ สนับสนุนพรรคการเมืองเพื่อให้มี ส.ส. แต่เราบอกว่ามีอิสระก็ได้ แต่มีหมวดหนึ่งบอกว่า จะมีมาตรการในการควบคุมพรรคการเมือง ถ้าทำผิดกฎหมายร้ายแรงจะต้องยุบพรรคอย่างนี้ มันก็ขัดแย้งกันเองว่าถ้ากลัวเรื่องยุบพรรคเขาก็เลยไปอิสระเสียเลยใช่ไหมครับ เหลืออีก ๒ นาทีนี้ผมจะเรียนเพิ่มเติมอีกเรื่องหนึ่ง คือนอกจากผู้สมัครที่จะสมัคร ส.ส. ต้องสังกัดพรรคแล้ว ท้องถิ่น นายกท้องถิ่น นายก อบต. นายกเทศบาล นายก อบจ. และสมาชิกท้องถิ่น ผมว่าต้องมีกฎหมายที่ต้องให้สังกัดพรรคการเมือง เพราะอะไรครับ เพราะเป็นการส่งเสริมพรรคการเมืองครับ พรรคการเมืองหาสมาชิกยาก แต่ไม่มีกฎหมาย ที่จะมาส่งเสริมให้กับผู้ที่มาทำงานการเมือง เป็นสมาชิกพรรคการเมือง มาเรียนรู้อุดมการณ์ ของพรรคการเมืองตั้งแต่ฐานรากครับ วันนี้ฐานรากเราบอกเปิดฟรีอิสระไม่ต้องสังกัด พรรคการเมืองก็ได้ แต่ก็มีครับ ท้องถิ่นขนาดใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครนี้ทุกคนแย่งที่จะลง สังกัดพรรคการเมืองเพราะอะไรครับ แสดงว่าดีใช่ไหมครับ ถ้าไม่ดีก็คงไม่อยากสังกัด พรรคการเมือง แล้วถามว่าทำไมภูมิภาคไม่เคยมีใครเสนอเลยว่าออกกฎหมายสิครับ ให้ผู้สมัครท้องถิ่นนี้และนายกท้องถิ่นสังกัดพรรคการเมืองไปเลย และเป็นการช่วย พรรคการเมืองให้เขามีสมาชิกเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น เราไม่ได้ส่งเสริมให้ผู้สมัคร นายกท้องถิ่นหรือสมาชิกท้องถิ่นไปตั้งพรรคการเมืองนะครับ พรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วมี ๗๓ พรรค ผมว่าต้องมีสักพรรคหนึ่งที่มีอุดมการณ์ตรงกับท่าน ท่านสรรหาสิครับ เรื่องอนุรักษ์ เรื่องอะไรนี่ไปเลยครับ ฉะนั้นผมขอฝากว่าประเด็นนี้อยากให้บรรจุไว้ แล้วก็เป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ขอบคุณครับ