อลงกรณ์ พลบุตร หารือที่มาของฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ โดยเสนอให้นายกรัฐมนตรีมาจากฝ่ายนิติบัญญัติ คณะรัฐมนตรีควรเสนออย่างเปิดเผยในช่วงรณรงค์หาเสียง และสภาผู้แทนราษฎรควรมีทั้ง ส.ส. เขตเลือกตั้งและ ส.ส. บัญชีรายชื่อ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ได้สงวนความเห็น เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับความเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างมากในเรื่องของการเลือกตั้ง คณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีโดยตรง โดยแท้ที่จริงต้องเรียนว่าเป็นข้อริเริ่ม เป็นนวัตกรรมทางการเมืองในเชิงความเห็นในการปฏิรูปโครงสร้างและระบบการเมือง ที่น่าสนใจ แต่เพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ได้อภิปรายก่อนหน้านี้ได้ชี้แจง แสดงเหตุผลได้ครบถ้วนตามที่ผมนั้นตั้งใจที่จะได้แสดงความเห็นในเชิงไม่เห็นด้วยต่อสภา แห่งนี้ อย่างไรก็ดีกระผมนั้นมีความเห็นเพิ่มเติมที่จะเรียนว่าข้อเสนอในเรื่องของการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีโดยตรงหรือคณะรัฐมนตรีโดยตรงนั้นไม่ได้สอดคล้องกับบริบทของการพัฒนา ระบบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตยของเรา เหมือนที่เราขับรถพวงมาลัยขวาแล้วจะไปให้ ขับพวงมาลัยซ้ายมันไม่ง่ายต่อการสร้างความต่อเนื่องในการพัฒนาประชาธิปไตย ในประเทศไทย ผมได้ซักถามเสียงข้างมากในประเด็นต่าง ๆ ก็ได้ตอบได้เกือบทุกประเด็นครับ เพียงแต่แนวทางที่กระผมนำเสนอนั้นมีความแตกต่าง ผมยึดหลักว่าประเทศนี้ต้องเดินหน้า ด้วยระบบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตยต่อไปข้างหน้า และเสียงสำคัญที่สุดก็คือเสียงของ ประชาชน ประชาชนจะเป็นผู้ใช้สิทธิในอำนาจอธิปไตยในการเลือกตั้ง ระบบที่ออกแบบมานั้น จะต้องง่ายและเป็นระบบที่ทำให้ประชาชนนั้นสามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้อย่างคุ้นเคย เมื่อเราสกัดปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาการทุจริตในการเลือกตั้งก็ดี การสกัดปัญหา ในเรื่องการทุจริตในทางการเมือง หรือปัญหาในเรื่องการครอบงำโดยทุนและ กลุ่มผลประโยชน์ที่มีต่อพรรคการเมืองและนักการเมือง ก็จะมีคำถามว่าแล้วเราจะออกแบบ อย่างไร เมื่อผมไม่เห็นด้วย ผมก็นำเสนอทางเลือกครับ และหวังว่ากรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญจะได้นำไปประกอบการพิจารณา เพราะข้อเสนอแนะต่อกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ในกรณีที่มีความเห็นต่างอย่างมากในประเด็นใดนั้น จะไม่มีประเด็นใด เด็ดขาดเพียงประเด็นเดียวที่จะส่งความเห็นให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ประเด็นดังกล่าวนั้นมีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยสงวนไว้จำนวนมากเช่นเดียวกับ สมาชิกในสภาแห่งนี้ ดังนั้นขอทำความเข้าใจท่านประธานผ่านไปถึงท่านประธานกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญและกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้เข้าใจถึงการนำเสนอความเห็น ที่มีความแตกต่างค่อนข้างมากในนามของ สปช. ต่อไป ผมมี ๖ เรื่องที่จะนำเสนอต่อ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
ประการแรก ก็คือว่าที่มาของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ นายกรัฐมนตรี ควรมาจากฝ่ายนิติบัญญัติ
ประการที่ ๒ ก็คือการเสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรีควรเสนออย่างเปิดเผย ในช่วงของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประกอบการพิจารณาของประชาชน
ประการที่ ๓ สภาจะต้องมาจากการเลือกตั้ง สภาผู้แทนราษฎรควรคงไว้ ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ คือจากเขตเลือกตั้ง ประเภทที่ ๒ คือ ส.ส. บัญชีรายชื่อ
ประการที่ ๔ ก็คือวุฒิสภานั้นควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากจังหวัดต่าง ๆ จังหวัดละ ๑ คน และมาจากการเลือกตั้งโดยองค์กรวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อต้องการได้ ประสบการณ์ความรู้เฉพาะด้านสำหรับการมาเป็นสภาสูงของเรา ๒. ก็คือในระบบถ่วงดุล และตรวจสอบการใช้อำนาจซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภานั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นจะต้องไม่มีการลงมติ เพราะ ๘๒ ปีตั้งแต่เปลี่ยนแปลง การปกครองมา เสียงข้างมากในสภาไม่ว่าพรรคใดเป็นรัฐบาลหรือเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่เคยยึดความถูกต้องชอบธรรมเลย จะยกมือให้กับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือ นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีทั้งคณะในทุกครั้ง นี่คือความล้มเหลวและเป็นปมใหญ่ที่เรา จะต้องแก้ไข ดังนั้น การจัดตั้งให้มีศาลปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในการพิจารณาตัดสิน ภายใน ๑๒๐ วัน โดยให้ ส.ส. จำนวนหนึ่งสามารถยื่นเรื่องประกอบกับคำอภิปรายหลักฐาน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจส่งให้ศาลวินิจฉัย นี่คือการสร้างสัมพันธ์ระหว่างอำนาจฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ คำตัดสินนั้นเราจะได้เห็นว่าวันข้างหน้าจะมีรัฐมนตรี หรือแม้แต่นายกรัฐมนตรีจะต้องติดคุกด้วยข้อหาทุจริต และการทำหน้าที่ตรวจสอบของ เสียงข้างน้อยฝ่ายค้านนั้นจะทรงคุณค่า ความศรัทธาที่มีต่อประชาธิปไตยจะหวนคืนมา ๓. ก็คือการให้มีศาลเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งที่มีปัญหาในเรื่องปัญหาการทุจริต ในการเลือกตั้งนั้นถูกจัดการได้โดยเด็ดขาด ๔. ก็คือการสร้างพรรคการเมืองให้เป็นสถาบัน ทางการเมืองไม่ใช่เป็นเพียงสถาบันของนักการเมืองเท่านั้น โดยการที่ปฏิรูปพรรคการเมือง ใช้ระบบการเลือกตั้งขั้นต้นที่เราเรียกว่าไพรมะรีนั้นเข้ามาสู่การให้อำนาจกับสมาชิกพรรค ที่เป็นเจ้าของพรรคอย่างแท้จริงในการคัดเลือกผู้สมัคร วันนั้นเราจะมี ส.ส. ของประชาชน ไม่ใช่ ส.ส. ของนายทุนพรรค หรือ ส.ส. ของผู้ใหญ่ในพรรคเพียงไม่กี่คน ด้วยข้อจำกัดเวลา ผมเคารพกติกานะครับ ก็เพียงเสนอได้เท่านี้ ก็ขอนำความเห็นดังกล่าวส่งผ่านไปยัง กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญครับ ขอบพระคุณท่านประธาน