สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๗

วรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องการแสดงบัญชีการเสียภาษีและแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อลดการซื้อเสียงในทางการเมือง และเสนอแนวคิดในการแบ่งเขตเลือกตั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่เพื่อลดปัญหาการซื้อเสียง

นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก แล้วก็ ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผมได้สงวนคำแปรญัตติไว้ ๒-๓ ประเด็นนะครับ

ประเด็นแรก ที่เสนอไว้แล้วก็ไม่ได้รับการบรรจุไว้ แต่ว่าดูเหมือนว่าหลายคน จะเห็นด้วย นั่นก็คือว่าต้องระบุให้ชัดว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับจะต้องแสดง บัญชีการเสียภาษีย้อนหลัง ๕ ปี เหตุที่ผมพูดเรื่องนี้มาตลอดเพราะว่าการที่ ส.ส. มายื่นบัญชี ทรัพย์สินภายหลังที่ได้รับตำแหน่งแล้ว ประชาชนไม่ได้ตรวจสอบครับ แต่ถ้าเกิดมีการยื่น บัญชีภาษีแล้วดูตัวเลขการเสียภาษีไม่สมดุลกับทรัพย์สินที่มีอยู่ที่ประชาชนเห็นนี่นะครับ ประชาชนสามารถจะตัดสินได้ว่าควรจะเลือกคนคนนั้นมาเป็นผู้แทนของตัวเองหรือไม่

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะพูดถึงนั่นก็คือเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง การปฏิรูป การเมืองหรือปฏิรูปประเทศ เราจำเป็นจะต้องศึกษาปัญหาแล้วก็มองโครงสร้างทั้งโครงสร้าง ประเด็นก็คือว่าการซื้อเสียง เพราะว่าระบบทุนเข้ามาอยู่ในฝ่ายการเมือง ทำให้การซื้อเสียง ทำให้การเมืองเป็นธุรกิจ ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องแก้ให้ได้ก็คือจะทำอย่างไรให้เราแก้ปัญหา การซื้อเสียงลดน้อยลงนะครับ ไม่ใช่ว่าเราจะยอมจำนน ทีนี้วิธีการแบ่งเขตนะครับ ก็มีผลต่อการซื้อเสียงนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ๑ เขต ๑ คน หรือว่าเขตละไม่เกิน ๓ คนนะครับ เดี๋ยวจะมีชาร์ต (Chart) ขึ้นในที่หน้าจอนะครับ เดี๋ยวขอให้เจ้าหน้าที่ขึ้นนิดหนึ่งนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเตชัน)

ผมลองทำข้อมูลนะครับ โดยใช้สถิติ ของประชากรในปี ๒๕๕๖ ตัวเลขของกรมการปกครองนะครับ ประชาชนคนไทยมีประมาณ ๖๔ ล้านคน ขึ้นที่จอนะครับ ถ้าเรามี ส.ส. ๓๕๐ คน ก็เฉลี่ยนะครับ ส.ส. ๑ คน ต้องมี ประชากร ๑๘๕,๐๐๐ คน ประมาณนี้นะครับ ไปดูแผ่นที่ ๒ นะครับ แผ่นที่ ๒ ผมลองจับ ส.ส. มาแต่ละจังหวัด ลองแบ่งเขตดู ถ้า ส.ส. ๑ คน จังหวัดหนึ่งมี ส.ส. ๑ คน จะมีอยู่ ๗ จังหวัด แล้วก็จะมี ส.ส. อยู่ในสภา ๗ คน ส.ส. ที่จังหวัดหนึ่งมี ๒ คน มีอยู่ ๑๒ จังหวัด ก็จะมี ส.ส. เข้าสภา ๒๔ คนนะครับ แล้วถ้าเกิดจังหวัดละ ๓ คนล่ะครับ จังหวัดละ ๓ คน มี ๖๐ คนนี่นะครับ มี ๒๐ จังหวัดนะครับ เข้ามา ๖๐ คน ที่เหลือลอง สังเกตดูครับ ที่เหลือก็จะเป็น ถ้าเกิดเราบอกกำหนดเขต ๓ คนนี่นะครับ จะมีตัวเลขหนึ่ง ขอแผ่นที่ ๓ ครับ ผมจะลองแบ่งให้ดูนะครับ ผมสมมุติเขตละ ๓ คน สมมุติ ส.ส. มี ๗ คน ๑ จังหวัด ก็จะแบ่งเป็นเขตละ ๓ บวก ๒ บวก ๒ นะครับ ก็จะมีเขตละ ๓ คน ๒ คน และ ๒ คนครับ ถ้า ส.ส. ๑๐ คนละครับ ก็จะมี ๓ คน ๓ คน ๒ คน ๒ คนนะครับ ไปดูแผ่นที่ ๓ ครับ แผ่นที่ ๓ นะครับ ผมคำนวณมาได้อย่างนี้นะครับ ถ้าเราบอกว่า เราต้องการให้ ส.ส. มีเขตละ ๓ คน ไปประมาณไม่ได้อย่างนั้นนะครับ เจ้าหน้าที่ขอแผ่นที่ ๔ ไม่ได้เช่นนั้นนะครับ ปรากฏว่าเขตเลือกตั้งที่มี ส.ส. ๑ คนจะมีอยู่ ๗ เขต จังหวัดนี่นะครับ ๗ เขต แล้วเขตเลือกตั้งที่มี ส.ส. ๒ คน เพราะว่าที่มีเศษอย่างที่ว่าเมื่อกี้จะมี ๕๙ เขต มี ส.ส. เข้าสภา ๑๑๘ คน ส่วน ส.ส. ที่ไม่เกิน ๓ คน เขตหนึ่งไม่เกิน ๓ คน มีทั้งหมด ๗๕ เขต มี ส.ส. เข้าสภาได้ ๒๒๕ คน ขอแผ่นที่ ๕ ครับ ส.ส. เขตหนึ่งมี ๓ คนนี่นะครับ การซื้อเสียงเขาซื้อเป็นแพ็ก (Pack) ซึ่งเราก็ทราบดีอยู่แล้วก็การซื้อเสียงอย่างนี้สามารถ กระทำได้ง่าย ไม่ว่าจะแบ่งเขต เรียงเบอร์ หรือแบบเป็นพวงนะครับ ก็เห็นมาแล้ว เราผ่าน มาแล้วนะครับ ทีนี้สิ่งที่ผมเสนอและสงวนไว้ก็คืออยากจะได้เขตใหญ่ไม่เรียงเบอร์ ถ้าเป็นไป ได้ก็เขตจังหวัด แต่เขตจังหวัดบางจังหวัดจะยุ่งมากนะครับ ไปดูแผ่นที่ ๖ ครับ ผมจะอธิบาย ให้ฟังว่าเขตใหญ่ไม่เรียงเบอร์เกิดอะไรขึ้นนะครับ สมมุติผมเอาที่เขตละ ๕ คนก่อนนะครับ พรรค ก ส่ง ๕ คน ก็จะมีคน ๑-๕ ข ๑-๕ คน สมัครเสร็จแล้วนะครับ วันสุดท้ายปิดรับสมัคร ผมให้มาจับสลากกัน จับสลากนะครับ จะได้แผ่นที่ ๗ ครับ เจ้าหน้าที่เปิดแผ่นที่ ๗ ครับ ถ้าจับสุ่มเบอร์อย่างนี้คนที่ ๑ ของ ก จะได้เบอร์ ๓ คนที่ ๒ ได้เบอร์ ๕ คนที่ ๓ ได้เบอร์ ๑๒ คนที่ ๔ ได้เบอร์ ๑ คนที่ ๕ ได้เบอร์ ๑๑ พรรคเดียวกันเบอร์ไม่เรียงครับ เบอร์ไม่เรียงนี่อย่างน้อยก็คือซื้อแพ็กไม่ได้

อันที่ ๒ คนอยู่ในพรรคเดียวกันจะแข่งกันเองครับ เพราะว่าเขตมันใหญ่ ไปเชื่อใจใครไม่ได้แทงกันข้างหลังก็มี จะทำให้เกิดการแข่งขันกันน่าดู แล้วเผลอ ๆ พรรคเดียวกันจะร้องกันเองว่าเพื่อนซื้อเสียง ทีนี้ไปดูแผ่นที่ ๘ ครับ ผมก็ทำตัวเลขสมมุติ ขึ้นมานะครับ มีตัวเลขนี่นะครับ ถ้าเกิดเรากำหนดเขตละ ๕ คนก่อนนะครับ เราจะได้ ส.ส. จากเขตเล็กตั้งแต่ ๑-๔ ๑๒๗ คนเข้าสภา ส่วน ส.ส. ตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป เขตตั้งแต่ ๕ คน ถึง ๓๑ คน ๓๑ คนนี่คือกรุงเทพมหานคร เราจะมี ส.ส. เข้ามา ๒๒๓ คน ถ้าเกิดเรา ตั้งสมมุติฐานว่าถ้าเกิดมี ส.ส. ผ่านการซื้อเสียงด้วยความยากลำบากเพราะว่าเขตมันใหญ่ เราจะมีคนที่มีน้ำดีประมาณ ๒๒๓ คน เป็นเสียงข้างมากได้ที่พอจะดูแลสภานี้ได้ มิฉะนั้นถ้าเกิดเรายังปล่อยให้เป็นเขตเลือกตั้งแบบเล็ก ๆ อยู่การซื้อเสียงเกิดขึ้นได้ และยิ่งประสบการณ์ที่ผ่านมาเรามีปฏิวัติ ๒ ครั้งในรอบ ๗ ปี ๘ ปีนี่นะครับ ก็พิสูจน์ให้เห็น แล้วว่าระบบที่ผ่านมายังสร้างปัญหาอยู่ ผมก็เลยเสนออย่างนี้นะครับ ขอบพระคุณครับ