สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๗

ไพบูลย์ นิติตะวัน เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการเมืองไทย โดยไม่ให้พรรคการเมืองครอบงำ และให้ประชาชนควบคุมดูแลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นผู้แทนของเขา

นายไพบูลย์ นิติตะวัน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วก็ในฐานะของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตมาเรียนถึงความคิดเห็นของผมในคณะกรรมาธิการ ที่ทำไมผมต้องเป็นเสียงข้างน้อย แต่อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้น ผมต้องขออนุญาตเรียนเลยครับว่าเป็นด้วยเจตนาดี ที่อยากจะแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่น วิธีการที่เสนอให้เลือก นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีโดยตรงนั้น ไม่ได้เจตนาหรือให้มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแน่นอน ผมขอยืนยันครับ แต่ที่ผมต้องชื่นชมก็มีหลายส่วน ไม่ว่าความพยายามที่จะปลดล็อก ของปัญหาของการเมืองไทย ระบอบการเมืองไทยที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ที่ท่านประธานก็คงจะทราบดีว่าในห้วงเวลานั้นรัฐสภาโดยสภาผู้แทนราษฎรมีสภาพเป็น สภาทาสครับท่านประธาน คณะรัฐมนตรีเป็นคณะรัฐมนตรีที่เหมือนพนักงานบริษัท กระทำการบริหารราชการแผ่นดินล้วนแล้วแต่เป็นไปตามการบงการของกลุ่มคนกลุ่มทุน เพียงคนสองคนเท่านั้น นี่คือความล้มเหลวที่เกิดขึ้นในระบอบที่ผ่านมา กรรมาธิการ เสียงข้างมากจึงพยายามจะออกแบบให้มีการเลือกตั้งคณะรัฐมนตรีโดยตรงเพื่อลดปัญหา ดังกล่าว แต่ผมขอเรียนให้ท่านประธานทราบว่า จากที่ผมได้รับฟังกรรมาธิการเสียงข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือคุมเสียงทั้งสภาผู้แทนราษฎร ผมต้องขออนุญาต ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมคัดค้านทุกเรื่อง ทุกเหตุ ทุกผลนะครับ เพราะผม ไม่อาจจะรับได้ว่าปัญหาที่เราเห็นอยู่แล้วเป็นประจักษ์อยู่โดยตลอดในสังคมไทยกลับไม่ได้รับ การแก้ไขปัญหาเลย ดังนั้นกรรมาธิการเสียงข้างมากเมื่อเสนอให้เลือกนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีโดยตรงนั้น ผมเมื่อไม่เห็นด้วยแต่ก็ยังไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกันกับการที่จะให้ เป็นไปตามระบอบเดิมก็คือให้สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากพรรคการเมืองทั้งสิ้นเป็นผู้เลือก นายกรัฐมนตรี ผมจึงเรียนในที่ประชุมคณะกรรมาธิการว่าผมขอเสนอให้ใช้วิธีที่ ๓ ซึ่งจะเป็นวิธีที่แก้ไขปัญหาได้ ก็คือลดการผูกขาดของพรรคการเมืองแต่ฝ่ายเดียว ในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีในรัฐสภา ผมเสนอว่าจะต้องให้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีที่มาจาก การไม่สังกัดพรรคการเมืองต้องมีสิทธิในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยที่จะเข้ามามีส่วน ในการเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส. ที่มาจากพรรคการเมืองด้วย ผมเรียนกับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากว่าสิ่งนี้ต่างหากถึงค่อยเป็นการเลือกฝ่ายบริหารโดยระบอบ รัฐสภาอย่างแท้จริง เพราะระบอบรัฐสภาของไทยนั้นประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย สมาชิกวุฒิสภาก็เป็นผู้แทน ปวงชนชาวไทย แล้วทำไมถึงไม่ให้สมาชิกวุฒิสภามีส่วนในการเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย ถ้าอย่างนั้นก็กลายเป็นว่าให้สมาชิกวุฒิสภาไม่ใช่ผู้แทนปวงชนชาวไทย เป็นอย่างอื่น ไปเสียก่อนถึงค่อยจะไม่มีสิทธิเลือกอย่างนั้นในความคิดผมนะครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ความเข้าใจผิดมาโดยตลอด ไปมองว่าพรรคการเมืองจะต้องเป็นคนที่มี หน้าที่ต้องคัดเลือกคนดีมาเสนอให้ประชาชนพิจารณา ตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมาก ประกอบไว้ในเอกสารนั้น ผมขอเรียนเลยครับว่าพรรคการเมืองต้องคัดเลือกคนดีมาเสนอให้ ประชาชน จะทำได้อย่างไรครับ ในเมื่อพรรคการเมืองเป็นที่มาของคนที่ไม่ดีเสียแล้ว พรรคการเมืองไม่เคยมีระบบอะไรที่จะกลั่นกรองในการเลือกคนที่มาเป็นกรรมการบริหาร ของพรรคการเมืองเลย ทั้ง ๆ ที่กระบวนการที่ได้มาซึ่งกรรมการที่จะไปเป็นองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องมีการใช้อำนาจรัฐบางส่วนเท่านั้น น้อยกว่าการใช้อำนาจรัฐ ในการเป็นคณะรัฐมนตรีเสียด้วยซ้ำ กลับจะต้องมีกระบวนการสรรหา กระบวนการคัดกรอง กระบวนการตรวจสอบแล้วตรวจสอบอีก แต่กรรมการบริหารพรรคไม่มีเลย มีแต่นายทุน ที่มีทุนจัดตั้งพรรคการเมืองส่งมาให้เป็นกรรมการบริหารก็สามารถบริหารพรรคการเมืองได้ แล้วกรรมการบริหารเหล่านี้แหละครับเป็นผู้เลือกคนเข้ามาเป็นผู้ที่สมัครเป็นคณะรัฐมนตรี หรือเป็น ส.ส. แล้วจะได้ผลอย่างไรในการที่จะได้คนดีเข้าสู่สภา จะได้คนดีเข้าสู่ คณะรัฐมนตรีได้อย่างไร ดังนั้นโดยสรุปครับท่านประธาน ผมก็จึงเสนอแนวทางที่ ๓ ที่ผมกราบเรียนไปแล้วนั้น และรวมทั้งผมเรียนเลยครับว่าการที่ประชาชนจะมีอำนาจ อย่างแท้จริงขึ้นมาได้นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดครับประชาชนจะต้องหลุดจากการครอบงำของ ระบอบพรรคการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ระบอบเผด็จการโดยพรรคการเมืองนั้น ประชาชนต้องหลุดออกมาให้ได้ ถ้าประชาชนหลุดออกมาได้เมื่อไรครับ ประชาชนจึงจะมี อำนาจอย่างแท้จริง ประชาชนจึงจะควบคุมดูแลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นผู้แทน ของเขาได้ แล้วประเทศชาตินั้นจะเป็นการปกครองโดยประชาชนอย่างแท้จริง จึงต้อง ลดอำนาจพรรคการเมืองลง ด้วยเหตุผลที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปทั้งหมด จึงขอฝากว่า ผมจึงไม่อาจเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากในการเสนอเรื่องให้เลือกคณะรัฐมนตรี โดยตรงด้วยเหตุนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน