ประสาร มฤคพิทักษ์ โต้แย้งการลงมติเลือกคณะรัฐมนตรีโดยตรง โดยระบุว่าไม่แก้ปัญหาในระบบอุปถัมภ์ และเรียกร้องให้มีการปฏิรูปให้สมาชิกสภาไม่ต้องยึดติดกับพรรคการเมือง พร้อมเสนอแนวคิดการเปลี่ยนแปลงวิธีการเลือกคณะรัฐมนตรีโดยตรง และสิทธิชุมชน โดยอ้างอิงจากประเทศต่างๆ เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และอิสราเอล
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมเป็นหนึ่งในเสียงข้างน้อยที่ขอสงวนความเห็น เพื่อที่จะมาแสดงในที่ประชุมใหญ่ เพราะไม่เห็นด้วยกับการเลือกคณะรัฐมนตรีโดยตรง
ข้อ ๑ วิธีเช่นนี้ไม่แก้ปัญหาระบบอุปถัมภ์ตามที่ผู้เสนอได้ชี้แจงที่บอกว่า ส.ส. กับรัฐมนตรีอุปถัมภ์กัน ผมเห็นว่าไม่ได้แก้ปัญหา ที่ว่าไม่แก้ปัญหาเพราะว่าเมืองไทยกับระบบ อุปถัมภ์นั้นเป็นน้ำเนื้อเดียวกันมาเป็นเวลายาวนาน ผมไม่ได้บอกว่าเป็นความผิดนะครับ ทุกมิติ ทุกปริมณฑลอุปถัมภ์กันทั้งนั้นครับ เดี๋ยวนี้ฝากเด็กเข้าโรงเรียนอนุบาลตั้งแต่เด็กยังอยู่ ในครรภ์นะครับ แล้วถ้าไม่อุปถัมภ์กันก่อนก็ไปอุปถัมภ์กันทีหลังได้ครับ หลังจากเป็นรัฐบาล แล้ว ส.ส. ที่ว่าแยกจากคณะรัฐมนตรีนั้นผมเรียนว่าถึงเวลาจริง ส.ส. นั่นเองครับเขาจะเป็น หัวคะแนน และเมื่อหลังจากเป็นรัฐบาลแล้วเขาจะอุปถัมภ์กันหรือไม่โปรดพิจารณา
ข้อ ๒ เรื่องการซื้อเสียงไม่แก้ปัญหาครับ ผมเรียนว่าจะซื้อเสียงกันมโหฬารพันลึก กว่าที่ผ่านมาในอดีตด้วยซ้ำไป และทุนใหญ่เท่านั้นที่มีอานุภาพ พิมพ์ใบปลิวกี่สิบล้านใบครับ ทำแผ่นไวนิลกี่ล้านแผ่นครับ เข้าถึงเกือบ ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน เข้าถึงผู้คน ๖๐ กว่าล้านคน เข้าถึงพื้นที่ทั่วประเทศใช้คนกี่คน ใช้รถกี่คัน ผมว่าถ้าไม่มีเงินระดับหลักพันหลักหมื่นล้านนี่ ทำไม่ได้ แล้วผมเรียนว่าการซื้อเสียงนั้นมันจะกลายเป็นการซื้อเสียงแบบไดเรกต์ เซล (Direct sale) ครับ คำว่า ไดเรกต์ เซล คือซื้อตรง เดิมเวลาซื้อเสียง ๑. ซื้อในวันเลือกตั้ง หรือก่อนเลือกตั้ง เพื่อผลในวันเลือกตั้ง ๒. ไปซื้อก๊วนในพรรคการเมือง เราก็รู้อยู่แล้วนะครับ ๓. ไปซื้อพรรคการเมืองที่มีการควบรวมนะครับ สมัยหนึ่งควบรวม ๓-๔ พรรค เพื่อให้ พรรคใหญ่ขึ้นแล้วก็ได้ผลด้วย ๔. ซื้อในวันลงคะแนนเลือกรัฐบาลครับ จะเป็นรัฐบาล ก็ยังซื้ออีก ซื้อกัน ๓ หรือ ๔ ชั้น แต่ถ้าเผื่อเลือกคณะรัฐมนตรีโดยตรงซื้อชั้นเดียวครับ ไม่ต้องมีอัป ไลน์ (Up line) ดาวน์ ไลน์ (Down line) เหมือนภาษาการขายเขาหรอก ไดเรกต์ เซลเลยนะครับ ซื้อกันมโหฬารพันลึกทีเดียวนะครับ และแน่นอนถ้าซื้อกันขนาดนี้ ท่อน้ำเลี้ยงก็จะต้องใหญ่ตามไปด้วย
ข้อ ๓ ผมเรียนว่าปัญหาอยู่ที่คนไม่ใช่อยู่ที่ระบบ เขาบอกว่าเวลาลงคะแนนเสียง ๑ มติให้เสียบบัตรครั้งเดียว ก็ไปเสียบกัน ๓ ใบ ๔ ใบ เห็นกันอยู่ชัด ๆ ครับ ก็บอกว่าใช้ เอกสารจริง นี่ก็ไปปลอมเอกสาร เขาบอกว่าจำนำข้าวนี่เตือนแล้วเตือนอีก สตง. ก็เตือน ป.ป.ช. ก็เตือน บอกว่ามันไม่ชอบนะ ถ้าไม่จัดการก็ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นะ ก็ยังดันทุรังครับ แล้วผลเป็นอย่างไรครับ ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รู้กันนะครับวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นเด็ดขาดผูกพันทุกองค์กร แล้วใครครับที่ตะแบง ใครครับที่ไม่เชื่อ แล้วใครครับที่ไม่ยอมรับทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญบอกว่าผูกพันทุกองค์กร ขอตั้งเป็นข้อสังเกตนะครับ ๓.๕ แสนล้านบาท หรือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันต้องผ่านวิธีการ ผ่านกฎหมาย ป.ป.ช. มันต้องประมูลตามระบบ ก็ตะแบงไปบอกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่เงินแผ่นดินบ้าง อะไรบ้าง ในที่สุดศาลตัดสินว่าอย่างไร ผมกำลังเรียนท่านประธานว่าที่เขาวางไว้นี่เขาวางไว้ดี พอสมควร แต่มันเป็นที่คนครับ คนมันแหกกฎ คนมันไม่เอากฎ คนมันไม่เชื่อ แล้วคนมันก็ ตะแบงไปทุกวิถีทางอย่างที่ทุกท่านทราบ ผมไม่ได้บอกว่าที่เป็นอยู่แล้วนี่ดีนะครับ มันปรับปรุง ได้ครับ คนเป็นประธานสภาเอาละยอมรับ เป็นนายกรัฐมนตรียอมรับเสียงข้างมาก คนเป็นรองประธานคนที่หนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรให้พรรคอันดับ ๒ เขาเป็นได้ไหมครับ ให้รองประธานคนที่สองให้พรรคที่ได้คะแนนอันดับ ๓ เป็นได้ไหมครับ คนเป็นประธานสภา ทันทีที่เป็นหลุดไปจากสังกัดหรืออิทธิพลของพรรคการเมืองพรรคนั้นได้ไหมครับ หรือยังต้อง ไปอยู่ใต้นายทุนที่ต้องโทรศัพท์คุยกันในวันเกิด นี่แหละครับวิธีปฏิบัติมันมีอยู่ คุณอุทัย พิมพ์ใจชน พอเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรหลุดไปจากพรรคเลยครับ ไม่ประชุมพรรค ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค นี่คือตัวอย่างที่อยากจะเรียนนะครับ หรือคนเป็นประธานกรรมาธิการ กระทรวงที่มีงบประมาณเยอะ ๆ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ ให้คนที่เขาเป็นฝ่ายค้านเป็นประธานครับ ทำไมฝ่ายข้างมาก จะต้องเป็นประธานทุกคณะหรือเกือบทุกคณะ ให้เขาเป็นประธานเขาจะได้มีโอกาส ตรวจสอบ ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจคุณทำหน้าที่อย่างไม่ทุจริตแล้วไปกลัวการตรวจสอบทำไม เราสามารถบัญญัติได้จะเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญ จะเป็นกฎหมายลูกก็ตามแต่สามารถ จะทำได้นะครับ ท่านประธานครับนี่คือสิ่งที่สามารถปรับปรุงได้บนพื้นฐานการเลือก คณะรัฐมนตรีจากสภาผู้แทนราษฎร
ข้อ ๔ วิธีการเลือกคณะรัฐมนตรีนั้นเลือกโดยตรงจากสภาผู้แทนราษฎร ผู้เสนออธิบายว่าทำให้ ส.ส. ก็อยู่ไป ๔ ปี คณะรัฐมนตรีก็อยู่ไป ๔ ปีเลยนะครับ เพื่อที่จะ ให้เกิดความเข้มแข็งมีเสถียรภาพ ผมขอเรียนว่าที่ผ่านมานั้นมันไม่ใช่ปัญหาไม่มีเสถียรภาพ วิกฤติครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นจนกระทั่งนำไปสู่ ๒๒ พฤษภาคมนั้น เป็นเพราะรัฐบาลมีเสถียรภาพ ล้นเกิน ศาลรัฐธรรมนูญชี้ผิดแล้วก็ตะแบงไม่ยอมรับนะครับ คำเตือนจากองค์กรอิสระ ทั้งหลายทั้งปวงไม่ยอมรับ ๆ คนเดินขบวนเป็นล้านคนก็ยังอยู่ในอำนาจ ถ้าไม่มี ๒๒ พฤษภาคมเกิดขึ้นก็ยังไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวิกฤติมันเกิดจากการเข้มแข็ง ล้นเกิน และถ้าอยู่ ๔ ปี จะเป็นอย่างไรครับ ผมว่านี่คือการติดปีกให้เสือนะครับ ติดครีบ ติดหางให้ลงลึกสู่บาดาลได้ ทำอะไรเขาไม่ได้อีกด้วยนะครับ นายฮูโก ชาเวช เป็นประธานาธิบดีเลือกตั้งของเวเนซุเอลา ทันทีที่ได้รับการเลือกตั้งเขาทำอย่างไรครับ นี่คืออานุภาพที่เขาได้คะแนนเป็นรัฐ ๆ เป็น ๑๐-๒๐ ล้านนี่นะครับ เขาบอกเลยเขาแก้ไข รัฐธรรมนูญ แก้อะไรครับ ส.ส. ที่เป็นได้ตลอดไม่จำกัดสมัย บอกไปจำกัดสมัยให้ ส.ส. เป็นได้ ๒ สมัย ขณะเดียวกันตัวเองที่ให้เป็นได้ไม่เกิน ๒ วาระแก้ไขให้ตัวเองสามารถเป็น ประธานาธิบดีได้ไม่มีวาระ แปลว่าเป็นได้ตลอดชีวิต และแล้วก็แพ้พญามัจจุราชนะครับ ในที่สุดก็สิ้นชีวิตไป ท่านประธานที่เคารพ เราพูดกันมา ๓ วัน ที่จริงเราพูดกันทุกวันครับ เราเอ่ยถึงคำว่า ลดความเหลื่อมล้ำ เราเอ่ยถึงคำว่า กระจายอำนาจ เราพูดถึงว่า ท้องถิ่น จัดการตนเอง เราพูดถึงประชาชนมีส่วนร่วม เราพูดถึงประชาชนร่วมฟัง ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมตรวจสอบ เราพูดกันมาทุกวี่ทุกวันครับ วันนี้ก็พูดกันเยอะแยะมากมาย เราพูดถึงสิทธิชุมชน นี่คือทิศทางที่เคารพอำนาจประชาชน แม่น้ำแต่ละสายมันไหลรวมลงไป ที่แม่น้ำ เคารพในอำนาจของประชาชน ประชาชนมีอำนาจและเราก็ได้คำพูดติดปากติดตา ติดใจว่า ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน ผมมองไม่เห็นว่าการเลือกตั้งคณะรัฐมนตรี โดยตรงจะเป็นการลดอำนาจรัฐตรงไหน ตรงกันข้ามครับ เพิ่มอำนาจรัฐมากมายมหาศาล จะแก้รัฐธรรมนูญก็ได้ครับ จะทำอะไรก็ได้ครับ เพราะฉะนั้นนี่คือการไปเพิ่มเสถียรภาพ ของรัฐบาลที่ทำให้เกิดการล้นเกิน จนกระทั่งการตรวจสอบก็ยากที่จะทำ ผมนึกไม่ออกครับ จะตรวจสอบอย่างไร มาตรวจสอบมาถอดถอนที่เรียกว่า อิมพีชเมนต์ (Impeachment) ทำได้อย่างไรครับ อัยการอิสระอยู่ตรงไหนและจะมาตรวจสอบอย่างไร อัยการไม่ฟ้อง แล้วมีอะไรเกิดขึ้น เป็นมาตรการตรวจสอบที่บางเบามาก ระบบเดิมก็ยังสามารถ ที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ เอาละไม่มีผลในการไว้วางใจ แต่ก็มีผลในการเปิดโปง มีผลในการ กดดันจากสื่อ จากสังคม ถึงขนาดปลายปี ๒๕๕๓ เมื่อเกิดปัญหากับนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง พรรคประชาธิปัตย์ก็ไปร่วมกับอีกพรรคหนึ่งจับขั้วรัฐบาลใหม่ นี่คือการตรวจสอบ โดยอัตโนมัติทำให้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี การตรวจสอบ มันอยู่ในเนื้อในตัวของระบบอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย เขาเดินมาได้ด้วยระบบนี้ครับ และเขาก็ทำของเขามาตลอด เขาก็ไม่ได้มี ปัญหาที่จะต้องมาเปลี่ยนแปลง ตรงกันข้ามประเทศที่เปลี่ยนแปลงเอาเลือกนายกรัฐมนตรี โดยตรง เมื่อปี ๒๕๓๙ ที่อิสราเอลเขาใช้ได้ ๕ ปีเขาก็เลิกไปครับ เขาใช้ได้เพียง ๕ ปีเขาก็เลิกไป เพราะทำงานไม่ได้ ต้องไปจับขั้วรัฐบาลผสมกันใหม่จนกระทั่งเกิดความวุ่นวายนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะเรียนว่าทุกวันนี้ประเทศไทยนั้นขอเรียนว่าปัญหามันไม่ได้ ง่าย ๆ มันมีความยุ่งยาก มันมีความสลับซับซ้อนมันมีกลุ่มผลประโยชน์เยอะแยะมากมาย และผมคิดว่าโดยลำพังรัฐบาลไม่มีปัญญาครับ วิธีการสั่งจากบนลงล่าง วิธีการสั่งการจากบน ลงล่างนั้นเป็นวิธีที่ไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาได้ สูตรสำเร็จใด ๆ สูตรใดสูตรหนึ่งก็แก้ปัญหา ไม่ได้ครับ เพราะปัญหามีเยอะ ปัญหาซับซ้อนหนทางที่ดีที่สุดคืออะไร คือการให้อำนาจประชาชนในการแก้ไขปัญหาของตัวเอง เปิดพื้นที่สาธารณะให้กับผู้คน ทุกหมู่ทุกเหล่าได้ร่วมกันคิดร่วมกันผลักดันอย่างเสมอภาคกันนะครับ สร้างเงื่อนไขให้ ประชาชนสามารถอาศัยประชาธิปไตยท้องถิ่นเราพูดกันมาทั้งวันวันนี้ สร้างเงื่อนไข ให้ประชาชนสามารถจะใช้ประชาธิปไตยท้องถิ่นในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาชีวิต ปัญหา ครอบครัว ปัญหาสังคมของเขา อย่าเลยครับ อย่าไปเสริมอำนาจเลยครับ ที่มีอยู่แล้วนี่มาก เกินแล้ว ขอจบด้วยคำพูดของลอร์ด แอคตัน ลอร์ด แอคตัน บอกว่าอำนาจทำให้ ฉ้อฉล อำนาจเด็ดขาดทำให้ฉ้อฉลเบ็ดเสร็จ ตัวอย่างมีมาเยอะแยะมากมาย ขอกราบเรียนด้วยความเคารพ ขอบพระคุณครับ