นันทวัฒน์ บรมานันท์ หารือเรื่องการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง และแสดงความเห็นว่าไม่เห็นด้วย เนื่องจากอาจจะนำมาซึ่งปัญหาการซื้อเสียงและผูกขาดทางการเมือง แต่เสนอข้อเสนอในการปรับเปลี่ยนการตรวจสอบและการเลือกตั้งให้ดีขึ้น รวมถึงการเสนอให้นายกรัฐมนตรีจัดทำบัญชีรายชื่อคณะรัฐมนตรี และให้รัฐสภาให้ความคิดเห็น
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม นันทวัฒน์ บรมานันท์ สมาชิกหมายเลข ๑๐๘ ผมได้สงวนความเห็นเกี่ยวกับเรื่อง การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรงเอาไว้แล้วก็การเลือกตั้งคณะรัฐมนตรีโดยตรงนะครับ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรงผมขอแสดงความเห็นว่าในส่วนตัวผมเอง แล้วผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรงนะครับ เหตุผลจริง ๆ หลาย ๆ ท่านที่อภิปรายไปก็ได้พูดไปแล้วนะครับว่ามันอาจจะมีปัญหาโน้น ปัญหานี้ ปัญหานั้น เกิดขึ้นมาอย่างมากมายนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาหลักที่เราเคยหรือเราเจอกันอยู่ตลอดตั้งแต่ก่อนมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วก็มีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็คือปัญหา เรื่องการซื้อเสียงนะครับ ที่รัฐธรรมนูญ ๒ ฉบับก่อนหน้านี้แม้ว่าจะวางกลไกเอาไว้ อย่างจะเรียกว่า อย่างป้องกันได้เต็มที่แล้วก็ตามนี่นะครับ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาในการ ซื้อเสียงได้ เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่าเราปล่อยให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรงโดยที่ เรายังไม่มีการวางกรอบ หรือมีการแก้ไขกระบวนการในการได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าน่าเป็นห่วงนะครับ การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรงนี่จะนำมาซึ่งการผูกขาด ทางการเมืองนะครับ แล้วก็ก่อให้เกิดปัญหากับประเทศอย่างมากนะครับ เราจะเห็นได้ว่า ในรอบ ๒๐ ปีที่ผ่านมา แม้ว่าเราจะไม่ได้เลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรงก็ตาม แต่คนที่ขึ้นมา เป็นนายกรัฐมนตรีก็ดูคล้ายกับว่าในบางคนผูกขาดการใช้อำนาจทางการเมืองนะครับ นำไปสู่ ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมากมายเช่นกันนะครับ ถ้าเราปล่อยให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี โดยตรงได้ ชัดเจนอยู่แล้วนะครับว่านายทุนหรือว่าหัวหน้าพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่มี ทุนรอนมากพอที่จะได้เสียงมาได้ก็จะเป็นผู้ที่เข้ามาควบคุมธุรกิจการเมืองก็จะแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็จะเกิดปัญหามากมายนะครับ แล้วนอกจากนี้แล้วถ้านายกรัฐมนตรี กับเสียงข้างมากในสภาเป็นข้างเดียวกันก็จะเกิดปัญหาตามมามากมายอีกเช่นกันนะครับ เพราะฉะนั้นในความเห็นของผมนี่ผมคิดว่าเรายังไม่พร้อมที่จะเปิดโอกาสให้มีการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีโดยตรงได้ ถ้าเรายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการซื้อเสียง เรื่องการทุจริต คอร์รัปชัน ถ้าเรายังไม่สามารถวางกลไกในการให้ได้มาซึ่งนักการเมืองที่บริสุทธิ์ยุติธรรม มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันครับ
สำหรับประการที่ ๒ นี่นะครับ ก็คือการเลือกตั้งคณะรัฐมนตรีโดยตรงนะครับ อันนี้ก็เป็นปัญหาคล้าย ๆ กับประการแรกเช่นกันนะครับ แต่ผมจะขอพูดอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือว่าคนเก่งนะครับ ถ้าสมมุติว่าพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งเสนอคนที่เก่งมาก ๆ เข้าไปอยู่ในบัญชีรายชื่อ แล้วปรากฏว่าไม่ได้รับเลือกเข้ามานี่นะครับ คนเก่งคนนั้นก็จะถูก ตัดโอกาสให้เข้ามาช่วยเหลือประเทศ อันนี้มองในปัญหาข้างเคียงนะครับ ไม่ได้ดูในปัญหา โดยตรง เพราะฉะนั้นการที่ให้มีการเสนอชื่อ หรือมีการเปิดเผยตัวบุคคลก่อนล่วงหน้า นี่นะครับ ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งคณะรัฐมนตรีมันจะทำให้เกิด ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นการซื้อ ตัวบุคคลหรืออะไรอย่างนี้หรือเปล่า เพื่อที่จะให้เข้ามาอยู่ในบัญชีรายชื่อของ ครม. นะครับ เพราะฉะนั้นคิดว่าไม่น่าจะได้คนที่เก่งเข้ามานะครับ แล้วก็บรรดาคนที่เก่งที่อยู่ใน อีกบัญชีรายชื่อหนึ่งของพรรคการเมืองอื่นนี่นะครับ ก็จะขาดโอกาสในการเข้ามารับใช้ ประเทศ
ในส่วนที่เป็นข้อเสนอของผมนะครับ ผมคิดว่านายกรัฐมนตรีในระบบรัฐสภา แบบเดิมเป็นรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดนะครับ แต่ว่าเราต้องปรับเปลี่ยนวิธีการตรวจสอบ การเลือกตั้งให้ได้ผลดีขึ้นแล้วก็มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อที่จะได้คนที่ดีที่สุดเข้ามานะครับ ในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับคณะรัฐมนตรีนะครับ ผมมีข้อเสนอเล็กน้อยนะครับ จริง ๆ ก็ได้เสนอ ในคณะกรรมาธิการไปแล้วว่าเมื่อเราได้ตัวนายกรัฐมนตรีแล้วนี่นะครับ ผมคิดว่า ถ้านายกรัฐมนตรีจัดทำบัญชีรายชื่อคณะรัฐมนตรีนะครับ แล้วเสนอให้รัฐสภาพิจารณา ให้ความเห็นนะครับ โดยบัญชีรายชื่อคณะรัฐมนตรีนั้นก็จะมาจากคนที่อาจจะเป็นคนที่เก่งก็ได้ คนที่อะไร อย่างไรก็ได้นะครับ แต่ว่าในการเสนอชื่อให้รัฐสภาให้ความคิดเห็นนี่จะต้องเน้น ใน ๒ ส่วนนะครับ ส่วนที่ ๑ ก็คือความซื่อสัตย์สุจริต กับส่วนที่ ๒ ก็คือความถนัด หรือความชำนาญเฉพาะด้านของคนเหล่านั้นนะครับ เพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่คนจะมาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังจะไม่ใช่นักการเงินที่เก่งที่สุดในประเทศ หรือเป็นนักอะไรที่เก่ง ที่สุดในประเทศนะครับ ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง เพราะฉะนั้นด้วยวิธีนี้นี่นะครับ ใช้เวลาสั้น ๆ ให้นายกรัฐมนตรีใช้เวลาสั้น ๆ เสนอบัญชีรายชื่อของคนที่จะมาเป็น ครม. ต่อรัฐสภา เปิดโอกาสให้มีการรับฟังความคิดเห็น หรือตรวจสอบประวัติจากภายนอกสภาด้วยนี่นะครับ แล้วถ้าเมื่อไรก็ตามในระยะเวลาสั้น ๆ นั้น คนที่ผมจะใช้คำว่า ยี้ ก็ไม่ถนัดนะครับ คนที่สังคม คิดว่ามีปัญหานะครับ นายกรัฐมนตรีก็ไม่ต้องตั้งคนนั้นก็ดูคนอื่นต่อไป ผมคิดว่าวิธีนี้จะทำให้ เราสามารถกลั่นกรองคุณสมบัติของคนที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีได้ก่อนที่จะมีการกราบบังคมทูล เพื่อให้แต่งตั้งต่อไปครับ แค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ