สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๗

จรัส สุทธิกุลบุตร เสนอการปรับปรุงโครงสร้างการปกครองส่วนท้องถิ่นให้สม่ำเสมอ โดยให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจและความอิสระในการบริหารจัดการขององค์กรส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางการจัดการงบประมาณและการคลังที่เหมาะสม และสวัสดิการสำหรับผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกในสภาท้องถิ่น

นายจรัส สุทธิกุลบุตร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจรัส สุทธิกุลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลำดับที่ ๓๑ ประเด็นเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น กระผมคิดว่าสมาชิกแต่ละท่านคงมีความสามารถพูดในเรื่องนี้ได้ถึงคนละ ๕-๖ ชั่วโมง แต่การที่จะพูดให้กระชับภายในเวลา ๕-๖ นาทีนั้นก็คงจะต้องเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร ดังนั้นกระผมจึงจะขอใช้คำย่อแล้วก็ขอตัดข้อความยาว ๆ บางคำออก อย่างเช่นคำว่า ใช้เฉพาะคำว่า ท้องถิ่น เพื่อเป็นการประหยัดเวลา ท่านประธานและสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมไม่ใช่นักการเมืองทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น แต่ข้อมูลที่กระผมจะพูดต่อไปนี้เป็น ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ได้จากการสัมผัสด้วยตนเอง และจากการบอกเล่าของพี่น้องประชาชน ตลอดจนจากผู้บริหารท้องถิ่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น ผมได้รับเกียรติ ถูกเชิญไปรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้อง อปท. ๗๐ กว่าแห่งในจังหวัดพะเยา รวมทั้งหมด ๒๓๐ คน ดังนั้นผมคิดว่าการที่ผมจะพูดต่อไปนี้ผมจะใช้คำว่า ผมคิดว่า หรือใช้คำว่า เขาบอกว่า ประเด็นที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่นได้นำเสนอทั้ง ๒ หมวด ๘ ประเด็นนั้นกระผมเห็นด้วย และคิดว่าน่าจะครอบคลุมในเรื่องที่ อปท. ทั้ง ๗๐ กว่าแห่ง ในจังหวัดพะเยาเขาได้บอกผมมา ขอเริ่มต้นที่เรื่องรูปแบบโครงสร้างนะครับ ปัจจุบันมีการ ทับซ้อนของพื้นที่ของเทศบาล และอบต. กันอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดพะเยาที่ผมอยู่ แล้วผมคิดว่ามันคงมีความทับซ้อนอย่างนี้อยู่ในหลาย ๆ ที่ในประเทศของเรา เขาเสนอว่า อยากให้เป็นรูปแบบเดียวกันไปเลยนะครับ จะเป็นเทศบาลหรือเป็น อบต. ก็ได้ โดยอาจจะรวม อบต. เล็ก ๆ เป็นเทศบาลก็ว่ากันไปนะครับ แต่ขอเพียงแต่ว่าสมาชิกสภานั้นขอให้ได้ยึดโยง มาจากทุกหมู่บ้าน ซึ่งปัจจุบัน อบต. นั้นสมาชิกก็จะมาจากทุกหมู่บ้าน แต่พอมาเป็น เทศบาลแล้ว บางเทศบาลสมาชิกไม่ได้มาจากทุกหมู่บ้าน เขาบอกว่าขอให้มีการยึดโยง มาจากทุกหมู่บ้าน เพราะเขาบอกว่ามันจะเกิดความอบอุ่นใกล้ชิดจากพี่น้องประชาชน ซึ่งผม ก็ได้เห็นในเอกสารของคณะกรรมาธิการได้มีพูดคำว่า ใกล้ชิด อบอุ่น ตรงนี้ด้วย ในเรื่อง ความสัมพันธ์ บทบาทหน้าที่ของส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นนั้นเขายังคงให้ ความสำคัญของส่วนภูมิภาคอยู่นะครับ โดยขอให้คงบทบาทกำกับดูแลหรือเรียกง่าย ๆ ว่า การเป็นพี่เลี้ยง แล้วกระจายบทบาทหน้าที่การบริหารจัดการให้มากขึ้นโดยยึดโยงประชาชน เป็นหลัก และจัดดุลบทบาทอำนาจหน้าที่ให้เหมาะสม พูดถึงตรงนี้ผมขอเท้าความถึงในวันที่ ผมไปรับฟังความคิดเห็นจาก อปท. ทั้ง ๗๐ กว่าแห่งนั้น ได้มีชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้นำ เอกสารแสดงความคิดเห็นมายื่นผ่านทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาคือท่านชูชาติ กีฬาแปง และผ่านมาถึงผม ซึ่งเอกสารชุดนี้เดี๋ยวผมอภิปรายเสร็จเรียบร้อย ผมก็จะขอนำส่ง ให้กับคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องนะครับ พอพูดถึงตรงนี้ผมขอใช้โอกาสนี้กล่าวขอบคุณ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาพร้อมคณะท่านหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดพะเยา ประกอบกับคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้งจากส่วนกลางและในจังหวัดนะครับ ที่ได้จัดตั้ง ศูนย์ประสานงานรับฟังความคิดเห็นของ สปช. จังหวัดพะเยาขึ้นเป็นแห่งแรกในต่างจังหวัด โดยมีท่านภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. มาเป็นประธานในพิธีเปิด กลับมาว่าถึงเรื่อง การถ่ายโอนอำนาจสู่ท้องถิ่น เขาบอกว่าปัจจุบันท้องถิ่นได้มีการพัฒนามาถึงจุดที่พร้อมจะ รับโอน การกระจายบทบาทหน้าที่มาสู่ท้องถิ่นมากขึ้น โดยเขาขอเพียงแต่ว่าให้มาพร้อม ๆ กันทั้งในเรื่องบทบาทหน้าที่คนและเงิน

สำหรับในเรื่องการเป็นนิติบุคคลขององค์กรส่วนท้องถิ่นนั้น ปัจจุบันองค์กร ส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นนิติบุคคล แต่เขาเปรียบเปรยว่าเป็นนิติบุคคลแบบเด็กอนุบาล กล่าวคือ เขาไม่สามารถทำอะไรได้ หรือจะทำอะไรก็จะต้องให้พี่เลี้ยงคอยป้อนอยู่ตลอด เขาบอกว่า ปัจจุบันนี้เขาโตพอที่จะเป็นวัยรุ่นเริ่มที่จะบริหารจัดการตนเองได้ เขาอยากให้มีความอิสระ ในการบริหารจัดการตนเองมากขึ้น แต่เขายังคงเห็นความสำคัญของการมีพี่เลี้ยงอยู่

สำหรับในเรื่องงบประมาณและการคลังนั้น ปัจจุบันมีเงินอุดหนุนอยู่ ๒ ประเภทเข้าไปสู่ในองค์กรส่วนท้องถิ่น นั่นก็คือเงินอุดหนุนทั่วไปและเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เขาขอพูดถึงเฉพาะเรื่องเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เขาบอกว่า ณ ปัจจุบันเงินก้อนนี้มักจะกอง อยู่ที่ส่วนกลาง ซึ่งการมากองที่ส่วนกลางนั้นก็จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการที่จะนำเงิน ตรงนี้เข้ามาใช้ เขามีคำพูดอยู่คำหนึ่งว่า มือใครยาวสาวได้สาวไป

สำหรับเรื่องประเด็นสุดท้ายนะครับ เพื่อรักษาเวลาก็คือเกี่ยวกับเรื่อง สวัสดิการ ซึ่งจะขอแบ่งออกเป็น ๒ แบบ

ในแบบที่ ๑ ก็คือสวัสดิการที่จะช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชน เขาอยากมี บทบาทที่คล่องตัวมากขึ้นกว่าในปัจจุบัน และเรื่องการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยนั้นเขามี คำเปรียบเปรยไว้ว่า ถ้ามีไฟไหม้บ้าน ๑ หลังนั้นการที่จะทำเรื่องช่วยเหลือนั้นยาก แต่ถ้าไฟ ไหม้บ้าน ๒ หลัง เขาสามารถช่วยเหลือได้ทันที

ในเรื่องสวัสดิการในด้านที่ ๒ นั่นก็คือสวัสดิการในส่วนของผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกในสภาของท้องถิ่น เขาอยากได้รับการดูแลเหมือนข้าราชการหรือเหมือน ภาคการเมืองอื่น ๆ เขาบอกว่าทุกวันนี้งานทุกอย่างมักจะลงไปที่ท้องถิ่น เขาเหนื่อย เขาอยากได้สวัสดิการในรูปแบบที่คล้าย ๆ กัน เริ่มด้วยใจแล้วไปด้วยกัน กราบขอบพระคุณครับ