สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๗

ธวัช สุวุฒิกุล เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยชี้ว่าควรกำหนดหัวข้อสำคัญ และไม่จำเป็นต้องมีรายละเอียดมากเกินไป นอกจากนี้ยังเสนอแนะให้เพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผลของการบริหารราชการแผ่นดิน โดยการสร้างองค์กรพิเศษเพื่อประเมินประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการ และการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารราชการ

นายธวัช สุวุฒิกุล

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปด้านบริหาร ราชการแผ่นดิน ก่อนที่ผมจะเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านประสิทธิภาพประสิทธิผลนั้น ผมขออนุญาตท่านประธานในโอกาสนี้ชมเชยผลงาน การสรุปความเห็นและข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประจำสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๑๘ คณะ ซึ่งในส่วนนี้ผมถือว่าท่านทั้งหลายที่ได้ร่วมทำงาน กับท่านประธานกรรมาธิการ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านไพโรจน์ พรหมสาส์น ท่านได้ใช้เวลา อันจำกัด สามารถที่จะรวบรวมประเด็นจากคณะกรรมาธิการ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ๒๕๐ ชีวิต ได้ครบถ้วนพอสมควร ซึ่งอันนี้เป็นรูปเล่มสีขาว ๒ เล่ม เล่มใหญ่มีประมาณเกือบ ๔๐๐ หน้า และรวบรวมประเด็นต่าง ๆ ได้ ๒๔๖ ประเด็น ซึ่งผมคิดว่าในส่วนนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานต่อไปของสภาแห่งนี้ ส่วนผู้ใดจะเป็น ผู้ประสานทำต่อนั้น ผมจะได้ขออนุญาตนำเสนอต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอถือโอกาสนี้อัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้พระราชทาน แก่สภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๐ ซึ่งผมถือว่าตรงนั้นเป็นแนวพระราชดำรัส อย่างดีที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะน้อมเกล้าฯ เพื่อนำไปเจริญรอยตามเบื้อง พระยุคลบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เราจะใส่ทั้งแม่ทั้งลูกไว้ในฉบับเดียวกันนั้น มันก็คงจะยืดยาว ประกอบกับคำปรารภของท่านอาจารย์บวรศักดิ์ ท่านประธานกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้กล่าวไว้เมื่อคืนวันที่ ๑๕ ในการที่ท่านกล่าวก่อนเลิกประชุมว่า จะมีองค์กรใดคณะใดที่จะสามารถประสานการทำงาน ความคิดความอ่านของสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งนี้ ในจำนวน ๒๔๖ ประเด็นนั้น ให้สามารถทำให้ประเทศชาติเราเดินไปได้ เพราะเราคงไม่สามารถที่จะนำ ๒๔๖ ประเด็น ประมาณ ๔๐๐ หน้านั้นใส่ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระผมก็เห็นด้วยว่ารัฐธรรมนูญฉบับนั้นคงมีจำนวนมาตราไม่น้อยกว่าอดีตที่ผ่านมา ในการที่จะทำรัฐธรรมนูญให้มีความกะทัดรัด ไม่ยืดยาว และหาผู้ที่จะสานงานต่อจาก สภาแห่งนี้ต่อไปนั้น ผมคิดว่าผมมีข้อเสนอ ๒ ประเด็นครับ

อันแรก รัฐธรรมนูญควรจะกำหนดเฉพาะหัวข้อสำคัญ ผมขอยกตัวอย่าง ๒-๓ ตัวอย่าง ขออนุญาตท่านประธาน เช่น รัฐต้องส่งเสริมกระบวนการคุ้มครองสิทธิ ของประชาชน ส่วนคำประกอบคำรอง ๆ ลงมา ซึ่งส่วนใหญ่มักจะตามด้วยข้อความว่า โดยต้องทำอย่างโน้นอย่างนี้ ทั้งนี้เพื่อคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ท่านครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า มันยืดยาว ผมจะขออนุญาตดูของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ซึ่งท่านอาจารย์สมชัยได้เสนอเมื่อวานนี้ เช่น เราจะพูดถึงสิทธิของผู้เสียภาษีนี่นะครับ บุคคล พึงแสดงรายได้ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้อง อย่างนี้เป็นต้น หรือในเรื่องของหน้าที่ประชาชนในการเสียภาษี บุคคลมีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมายนะครับ เราคงไม่ต้องพูดว่ารัฐต้องจัดระบบอย่างโน้นอย่างนี้ อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ยังมีอีก หลายตัวอย่างนะครับ แม้แต่ในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ก็เช่นเดียวกัน อะไรก็ตามที่ กำหนดว่าต่อจากนั้นต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องใส่ ถ้าอย่างนี้แล้ว ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็จะไม่ยืดยาดยืดยาวเปรียบเสมือนว่าเราเป็นครอบครัว ครอบครัวหนึ่ง ถ้ามีเฉพาะพ่อแม่ครอบครัวนั้นก็ไม่ใหญ่โตแต่ถ้าต้องมีลูกมีหลานมีเหลนอยู่ใน ครอบครัวนั้นด้วย ผมเชื่อว่าครอบครัวนั้นต้องเทอะทะใหญ่โตอย่างแน่นอน ขออนุญาต เปรียบเทียบ

ประการที่ ๒ ท่านครับ เอกสาร ๔๐๐ หน้า ๒๔๖ ประเด็นนั้นนี่นะครับ กรรมาธิการด้านต่าง ๆ ได้ทำไว้ดีแล้วนะครับ ก็จะให้องค์กรระดับสูงนำเอา ๒๔๖ ประเด็นนั้น ไปดำเนินการต่อไป ผมขออนุญาตท่านประธาน ขออนุญาตนิดเดียวท่านครับ ในส่วนประเด็น ของการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินที่ผมจะขอเสนอแนะเพิ่มเติมในเรื่องของการเพิ่ม ประสิทธิภาพประสิทธิผลของการบริหารราชการแผ่นดินนั้น

ในประการแรก กลไกที่ผมคิดว่าควรจะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้การบริหาร ราชการแผ่นดินนั้นมีประสิทธิภาพในเรื่องของการตรวจสอบประเมินผลประสิทธิภาพ ซึ่งตรงนี้ควรจะมีองค์กรพิเศษขึ้นมา ในอดีตเราเคยมีบริษัทเอกชนมาประเมินนะครับ และในหน้า ๒๐ ของการประเมินของคณะกรรมการประเมินแห่งชาติก็อยู่ในเรื่องของ การปฏิรูปการเมืองก็มีอยู่ แต่ผมคิดว่าถ้าหากว่ามีคณะกรรมการตรงนี้อยู่เพื่อมาประเมิน ประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการให้เป็นรูปเป็นผลนะครับ ให้อย่างจริงจัง ตรงนี้ ก็จะทำให้การดำเนินการประสิทธิภาพประสิทธิผลของระบบราชการดีขึ้น

ในส่วนที่ ๒ ท่านครับ ขนาดของระบบราชการ เราจะต้องทำให้ราชการนั้น มีการแข่งขันกัน ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้ข้าราชการนั้นได้บริการประชาชนให้ดีขึ้น โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเราจะใช้งบประมาณน้อยที่เรียกว่า การตลาดสำหรับภาครัฐ

และในส่วนสุดท้ายครับ ในส่วนสุดท้ายนั้นนี่นะครับ ด้านการมีส่วนร่วม ประชาชน ในขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมประชาชน แต่ผมคิดว่า การมีส่วนร่วมประชาชนนั้นเป็นการเพิ่มอำนาจของประชาชน เพราะฉะนั้นในส่วนของ ๓ ประเด็นนี้ควรจะเพิ่มเข้าไปในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล

ท้ายที่สุดท่านกรรมาธิการยกร่างครับ ผมขอเรียนว่าทั้ง ๑๐ ประเด็นนะครับ ซึ่งอยู่ในมาตรา ๓๕ นั้น เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องคำนึงถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของกลไกในการสร้างเสริมให้มีประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินไปอย่างไม่คุ้มค่า ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินที่ได้แก้ไขใหม่ในปี ๒๕๔๕ นั้น มีมาตรา ๓/๑ ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า ราชการต้องบริหารราชการอย่างคุ้มค่า แต่ว่าสิ่งนั้นนี่ยังไม่ได้มีการปฏิบัติ อย่างจริงจัง ผมก็มั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้นะครับ ประกอบด้วยมาตรา ๓๕ จะทำให้การบริหาร ราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กราบขอบพระคุณท่านครับ