สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๗

พอพล มณีรินทร์ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยชื่นชมคณะกรรมาธิการที่สรุปประเด็นในการยกร่างรัฐธรรมนูญ และเสนอข้อคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ พอพล มณีรินทร์ ยังขอให้คณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินนำนโยบายความมั่นคงแห่งชาติของสภาความมั่นคงแห่งชาติมาใช้และพิจารณาค่านิยมหลักของชาติ 12 ประการ รวมทั้งผลประโยชน์ของชาติ 8 ประการด้วยกัน

พลเอก พอพล มณีรินทร์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ กระผม พลเอก พอพล มณีรินทร์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่นผมขอชื่นชม คณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินทุกท่านที่ได้กรุณาสรุปประเด็นเพื่อเสนอ ในการยกร่างรัฐธรรมนูญถึง ๗ ประการด้วย ซึ่งกระผมเห็นด้วยทุกประการครับ แต่อย่างไรก็ดี ผมขออนุญาตให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมเฉพาะประเด็นเรื่องความมั่นคงแห่งรัฐ ตามที่ทราบ กันอยู่แล้วครับว่านโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่ต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับเพราะอะไร หรือครับ เพราะว่าเป็นรากฐานการพัฒนาประเทศในแต่ละด้านให้เกิดความมีเสถียรภาพ และความยั่งยืน รวมทั้งการเสริมสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศ โดยที่ ประชาชนจะมีความสมานฉันท์และมีความปรองดอง มีคุณภาพที่ดีและมีความสุข เช่นกัน ในการบริหารราชการแผ่นดินไม่ว่าจะเป็นข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ หรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐก็ตาม จะต้องตระหนักถึงหลักธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน และการให้บริการประชาชนด้วยความสุจริตซึ่งเสมือนเป็นหัวใจในการปฏิรูปในครั้งนี้ครับ

ท่านประธานที่เคารพ ตามที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการ แผ่นดินได้ให้ข้อคิดในด้านความมั่นคงแห่งรัฐที่ว่า เน้นเฉพาะเรื่องทางการทหาร ไม่สะท้อน ความมั่นคงแห่งรัฐที่แท้จริง โดยขอให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้กรุณานำเอา ผลประโยชน์ของชาติทั้งในด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม มาบัญญัติไว้ด้วยนั้น ซึ่งผมคิดว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญคงรับไว้เรียบร้อยแล้ว และคงจะพิจารณา ตามความเหมาะสมไว้ในภาคที่ ๒ หมวด ๒ ต่อไปครับ ซึ่งผมมีความเชื่อมั่นในคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญทุกท่าน โดยเฉพาะท่านประธาน ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ ซึ่งผมจะขออนุญาต กล่าวนำ ให้เหตุผลกล่าวคือ คงประมาณสัก ๒๕ ปีที่ผ่านมา ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ พร้อมด้วย ท่านอาจารย์พันธุ์ศักดิ์ และอาจารย์ไกรศักดิ์ ผมขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนามบุคคลภายนอก ท่านจะสังเกตว่าทั้ง ๓ ท่านนั้นมีชื่อศักดิ์ลงท้ายทั้ง ๓ ท่าน ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นกับ คณะผู้ใหญ่แห่งกองทัพบกไปทำไมครับ ไปเพื่อที่จะเจรจาให้ประเทศเพื่อนบ้านเราซึ่งมี ความแตกแยกในเวลานั้น ให้มีความสามัคคีมีความปรองดอง ซึ่งเป็นภารกิจที่ยาก เผอิญผมได้อยู่ในคณะนั้นด้วย แต่ก็สำเร็จในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นกรณีที่น่ายกย่อง และขอชมเชยถึงคุณูปการที่ท่านอาจารย์บวรศักดิ์และคณะทีมงานได้ทำไว้ในครั้งนั้น เพราะฉะนั้นในการยกร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการทุกท่านไม่เกิน ขีดความสามารถ และที่สำคัญที่สุดก็คือในขณะนี้ถึงคราวที่จะต้องทำให้กับประเทศไทยบ้างแล้ว เพราะฉะนั้นในการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะต้องสร้างความสมานฉันท์และความปรองดองให้กับ ประเทศไทยอย่างแน่นอน

สำหรับคณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินนั้น ผมขออนุญาต ที่จะให้ข้อสังเกตในเรื่องของความมั่นคงแห่งรัฐดังต่อไปนี้ ท่านคงจะเคยได้ยิน เคยเห็น ความมั่นคงของรัฐ ความมั่นคงแห่งรัฐ หรือความมั่นคงของชาติ ความมั่นคงแห่งชาติ ตามบทความต่าง ๆ เพราะฉะนั้นคำว่า ของ และ แห่ง จริง ๆ แล้วมีความหมายที่แตกต่างกัน แต่การนำมาใช้นั้น ไม่ว่าในรัฐธรรมนูญก็ดี ในเอกสารที่ประกอบมาก็ดี จะใช้ใกล้เคียงกัน บางครั้งจนเกิดความสับสนว่าจะใช้คำว่า ของ หรือใช้คำว่า แห่ง นะครับ หรือแม้กระทั่งว่า รัฐ กับ ชาติ ซึ่งก็มีความหมายแตกต่างกัน แต่เผอิญประเทศไทยเป็นรัฐเดี่ยวหรือซิงเกิล สเตต (Single state) จึงไม่มีความแตกต่างกันระหว่างคำว่า รัฐ กับ ชาติ ฉะนั้นเวลานำไปใช้ ในรัฐธรรมนูญที่ผ่าน ๆ มาท่านจะเห็นคำว่า รัฐ หรือ รัฐ (รัด-ถะ) อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งโดยปกติแล้วรัฐมีความหมายเป็นองค์รวม มีกลไกเป็นกลไกของรัฐ เป็นผู้ขับเคลื่อนให้เป็น รูปธรรม สรุปนะครับว่าความมั่นคงของรัฐก็ดี ความมั่นคงแห่งรัฐก็ดีนั้น หรือความมั่นคง แห่งชาติเฉพาะในแง่ทางทหารนั้นมันเป็นความจำเป็นขั้นพื้นฐาน จริง ๆ แล้วก็เพื่อให้เกิด ความสงบ เกิดเสถียรภาพ เพื่อจะได้พัฒนาในด้านอื่น ๆ จนเกิดเป็นความมั่นคงทั้งทางด้าน การเมือง ทางด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม ซึ่งตรงกับยุทธศาสตร์พระราชทานที่ว่า ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง อย่างไรก็ตามผมขอความกรุณาคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินที่ว่านะครับ ได้กรุณานำนโยบายความมั่นคงแห่งชาติของ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งในนั้นจะไปมีกรอบของความคิดหลักในการกำหนดนโยบาย ได้คำนึงถึงค่านิยมหลักของชาติ ซึ่งเหล่านี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กำหนดค่านิยมหลักของชาติไว้ ๑๒ ประการ รวมทั้งผลประโยชน์ของชาติอยู่ ๘ ประการด้วยกัน ตัวอย่างเช่น ความสามารถในการรักษาผลประโยชน์ของชาติภายใต้ การเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมระหว่างประเทศ หรือการมีเอกราชอธิปไตย บูรณาการ แห่งเขตอำนาจของรัฐ มีทั้งหมด ๘ ประการด้วยกัน ผมคงมีข้อคิดเห็นเสนอเพื่อกรุณา พิจารณาเพียงเท่านี้ ผมขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพและท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านครับ ขอบคุณครับ