สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๗

โกวิท ศรีไพโรจน์ เสนอแนะการเปลี่ยนแปลงคำว่า "เจ้าหน้าที่รัฐ" เป็น "ข้าราชการ" เพื่อให้สอดคล้องกับธรรมเนียมและความเชื่อของคนไทย นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแยกบทบาทของกองทัพออกจากอำนาจการเมือง และให้ความชัดเจนในเรื่องของความมั่นคงของประเทศ

นายโกวิท ศรีไพโรจน์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ผม โกวิท ศรีไพโรจน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๙ จากจังหวัด สุราษฎร์ธานี ประเด็นที่ผมจะขอกล่าว ณ ที่นี้ต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปการบริหาร ราชการแผ่นดินมีอยู่ประมาณ ๒-๓ ประเด็น

ท่านประธานครับ ผมเชื่อมั่นอยู่อย่างหนึ่งว่าคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญคณะนี้คงไม่เปลี่ยนหลักการปกครองของประเทศไทย รัฐธรรมนูญทุกฉบับของเรา ได้เขียนไว้ว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย และพระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนั้น แทนปวงชนชาวไทย ประเด็นที่ผมเองมีความกังวลก็คือว่า ปรากฏว่าผมได้รับรายงานจาก คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญสรุปการประชุมครั้งที่ ๑๓ มีประเด็นอยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งติดใจมาก ๆ ว่าอยากจะเปลี่ยนคำว่า ข้าราชการ เป็นคำว่า เจ้าหน้าที่รัฐ เฉพาะคำคำนี้ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าในจิตวิญญาณของคนไทยทุกคน แล้วก็วันนี้สิ่งหนึ่งที่เป็นขวัญ กำลังใจของประชาชนคนไทยทุกคนนั้น ก็คือแผ่นดินนี้ คือเป็นแผ่นดินที่มีพระราชาปกครอง และปัจจุบันนี้เรามีพระราชาที่ดีที่สุดในโลก คำว่า อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของปวงชนชาวไทย และพระมหากษัตริย์ได้ทรงใช้อำนาจนั้น ในความหมายที่เป็นความคิดของกระผมเองว่า งานแผ่นดินทุกชนิดซึ่งจะต้องทำการบริหารราชการแผ่นดินนั้นพระมหากษัตริย์ได้ทรงใช้ แทนปวงชนชาวไทยทั้งสิ้น อะไรที่เป็นงานแผ่นดินย่อมเป็นงานของพระราชาซึ่งพระองค์ ทรงแบกเอาไว้ตามรัฐธรรมนูญของประเทศไทย ประทานโทษครับ ผมเชื่อว่าแม้กระทั่ง คนกวาดถนนก็ทำงานของแผ่นดินเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ เขาควรได้รับเกียรติ เป็นข้าราชการ เพราะฉะนั้นคำว่า เจ้าหน้าที่รัฐ นั้นผมเชื่อว่าน่าจะไม่เหมาะกับบริบทของ ประเทศไทย ประเทศที่ใช้คำว่า ข้าราชการ ผมเชื่อว่าในโลกนี้มีไม่กี่ประเทศหรอกครับ แล้วก็ประเทศนั้นจะต้องมีพระราชาที่ยิ่งใหญ่ และเป็นพระราชาที่คนในประเทศนั้น มอบอำนาจให้พระองค์ใช้แทน ผมฝากท่านประธานไปถึงท่านกรรมาธิการวิสามัญ คณะบริหารราชการแผ่นดินและส่งไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นข้อสังเกตไว้ ณ จุดนี้ด้วยครับ

ประเด็นที่ ๒ เราได้พูดถึงการบริหารราชการแผ่นดินในหลายหน่วย เมื่อกี้นี้ ผมดีใจนะครับ ผมอ่านรายงานทั้งเล่มใหญ่และเล่มเล็กติดอยู่นิดเดียว ทุกอย่างดีหมดครับ มีอยู่เรื่องเดียวที่ผมยังติดใจมาโดยตลอด คือเรื่องของกองทัพครับ ถ้าในความเห็นของผมนั้น ผมเชื่อว่าการปกครองประเทศทุกประเทศ ประมุขกับกองทัพนั้น ต้องอยู่คู่เคียงกันเสมอ ทุกประเทศที่ประมุขล้มนั้นคือกองทัพตีตัวออกห่างจากประมุข ในประเทศไทยเรามีระบบการปกครองโดยพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข เราจึงพูด ตลอดเวลาว่ากองทัพต้องไม่เกี่ยวกับการเมือง เพราะกองทัพต้องอยู่กับประมุขของประเทศ แต่ในขณะเดียวกันความมั่นคงของประเทศก็เป็นเรื่องสำคัญ เราแยกอำนาจอธิปไตย เป็น ๓ ส่วนครับท่านประธาน คืออำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ออกจากกัน ๓ ส่วน เพื่อไม่ให้อำนาจนั้นรวมอยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่ง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน คนไทยเอง แต่ในขณะเดียวกันเรื่องของความมั่นคงนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ หลายพระราชบัญญัติ ที่ผ่านมาผมไม่สบายใจ อย่างเช่น พระราชบัญญัติกลาโหม ซึ่งให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็น ข้าราชการการเมืองไปนั่งอยู่หัวโต๊ะ ไปนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะสภากลาโหม โดยความเห็นของผมว่า น่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญหรือหลักการของรัฐธรรมนูญ นี่ในส่วนหนึ่ง พูดมาถึงตรงนี้ แม้กระทั่ง ขอโทษนะครับ พระราชบัญญัติองค์กรอัยการ ซึ่งผมสังกัด ยังมีคำว่า เจ้าหน้าที่รัฐ นะครับว่า เจ้าหน้าที่รัฐ หมายความว่า ข้าราชการ เจ้าพนักงาน ผมอยากจะฝากท่านประธานไปถึง คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าเราเปลี่ยนได้ไหมครับว่า ข้าราชการ หมายถึง เจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าพนักงานทั้งปวง ก็มีประเด็นเรื่องของข้าราชการ เรื่องของกองทัพอยากจะ แยกกันให้ชัดเจนว่ากองทัพควรจะมีบทบาทอะไร แล้วก็ความมั่นคง เดี๋ยวนี้ความมั่นคง เราแตกแยกออกมาเยอะครับ ไม่ใช่ความมั่นคงแค่เขตดินแดนอย่างเดียว ความมั่นคง ของอธิปไตยอย่างเดียว ความมั่นคงทางด้านพลังงาน ความมั่นคงทางด้านภัยธรรมชาติ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ คราวนี้ถ้าหากว่าทางฝ่ายการเมืองซึ่งเขาก็มีหน้าที่แล้วครับ แต่ถ้าหาก มาตีปนกันโดยที่ไม่แยกให้อย่างชัดเจนแล้ว ผมเชื่อว่ากระทบกระเทือนภารกิจของกองทัพได้ ผมก็คงมีเรื่องที่จะกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในประเด็นแค่นี้ ขอบพระคุณครับ