วุฒิสาร ตันไชย หารือเรื่องการกระจายอำนาจและการสร้างประชาธิปไตยรากฐาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกระจายอำนาจในเชิงกฎหมายและพื้นที่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความมั่นคงทางการเมือง และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการปฏิรูปประเทศเพื่อสอดคล้องกับแนวคิดของการกระจายอำนาจ โดยขออนุญาตกราบเรียนว่า ประเด็นทั้งหมดที่วุฒิสารได้รับฟังและสรุปนั้น หลายเรื่องสามารถบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญใหม่ควรจะเป็นรัฐธรรมนูญที่วางหลักการสำคัญ วางเรื่องใหม่ ๆ เพื่อตอบสนอง ต่อความต้องการของการปฏิรูปประเทศ และเป็นบทบัญญัติในส่วนของการกระจายอำนาจที่ ต้องเชื่อมโยงกับบทบัญญัติอื่น ๆ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผม วุฒิสาร ตันไชย สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่ท่านประธานอนุกรรมาธิการได้กราบเรียนต่อที่ประชุมแล้วครับว่า เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติและกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นได้ให้ ความคิดเห็นต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นการฟังอย่างได้ยิน และก็เป็นการสร้าง ความมั่นใจว่าเราได้รับฟัง แล้วก็เราได้รวบรวม ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่า เรารับความคิดเห็นใน ๓ ส่วนใหญ่ ๆ ที่คิดว่าเป็นเรื่องหลักการเลยนะครับ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของหลักการและแนวคิดเรื่องของการกระจายอำนาจ ซึ่งผมคิดว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ตรงกันหมด แม้ในการอภิปราย ๒ วันที่แล้วก็จะเห็นว่า ทุกคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อการปฏิรูปเอ่ยถึงเรื่องของการกระจายอำนาจ เพราะฉะนั้น เรื่องของการกระจายอำนาจ ซึ่งลงไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นน่าจะเป็นคานงัด สำคัญเพื่อการแก้ปัญหาของความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม เพื่อลดความเสี่ยงของการรวม ศูนย์อำนาจทางการเมืองในระดับส่วนรวม แล้วก็เพื่อสร้างประชาธิปไตยรากฐาน แต่เท่าที่ สดับตรับฟังจะเห็นว่าแนวคิดเรื่องการกระจายอำนาจนั้นได้ขยายขอบเขตและความคิดไป มากกว่าการกระจายอำนาจในเชิงกฎหมายเดิม ซึ่งหมายถึงการกระจายอำนาจไปสู่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น แต่หมายรวมถึงการกระจายอำนาจไปสู่พื้นที่ นั่นหมายถึงการสร้าง ดุลยภาพของกลุ่มคน ของภาคประชาสังคม ของคนในพื้นที่เพื่อให้มามีส่วนร่วมกันในการ บริหารงาน การสร้างความสัมพันธ์ในแนวระนาบ การจัดสรรโครงสร้างอำนาจอย่างมี ดุลยภาพในพื้นที่กลายเป็นโจทย์ใหม่ของการกระจายอำนาจ ซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญคงต้องนำไปพิจารณาอย่างละเอียดเพื่อการออกแบบที่เหมาะสมต่อไป
เรื่องที่ ๒ ที่ผมคิดว่าได้รับฟังจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก็คือการแก้ปัญหาที่ถูกถามซ้ำ ในเรื่องของการกระจายอำนาจแต่เดิมมาตลอด ๒๐ ปี ปัญหาที่ถูกถามซ้ำมี ๒ ประการครับ ก็คือว่าปัญหาประการแรกคือปัญหาเชิงโครงสร้างและกฎหมายซึ่งดูจะเป็นปัญหาอยู่ในวันนี้ เช่น การจัดเรื่องโครงสร้างอำนาจหน้าที่หรือความจำกัดในขอบเขตอำนาจหน้าที่ขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมใด ๆ ได้หลายเรื่อง ซึ่งตรงนี้เองทำให้เห็นว่า คณะกรรมาธิการปฏิรูปหลายคณะเรียกร้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทหน้าที่ ในการจัดการเรื่องอีกหลายเรื่อง แต่ด้วยความจำกัดของขอบเขตอำนาจนั้นทำให้ทำได้ยาก ปัญหาเรื่องของการถ่ายโอนภารกิจซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย ขาดองค์กรที่เร่งรัดและมีพลัง เพียงพอที่จะขับเคลื่อนการกระจายอำนาจในรูปแบบของการถ่ายโอนภารกิจไป การบริหารงานบุคคล ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาในเชิงของโครงสร้างของกฎหมาย ซึ่งทำให้ระบบ ของการบริหารงานบุคคลของท้องถิ่นนั้นไม่สร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานท้องถิ่นและ ข้าราชการท้องถิ่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ปัญหาเรื่องการพัฒนาการบริหารงานหรือโครงสร้าง การบริหารงานภายในที่อาจจะเป็นปัญหาในเชิงของขนาด รายได้ รวมไปถึงรูปแบบของ การจัดการ รวมไปถึงการแบ่งภารกิจที่ชัดเจนระหว่างราชการส่วนกลาง กับส่วนท้องถิ่น และในสิ่งที่ตามมาก็คือบทบาทของราชการภูมิภาค ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของราชการ ส่วนกลางนั้นควรทำงานกันอย่างไร ปัญหาเรื่องข้อเสนอเชิงการทบทวนรายได้และการ จัดสรรรายได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เหมาะสมและเพียงพอ ปัญหาเหล่านี้ เป็นปัญหาที่ถูกถามซ้ำ และเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดมา แล้วก็สมาชิกได้กรุณาอภิปรายให้ ความเห็น ปัญหาส่วนที่ ๒ เป็นปัญหาเชิงพฤติกรรม ซึ่งผมคิดว่าส่วนใหญ่แล้วก็เป็นปัญหาที่ ถูกสดับตรับฟังอยู่แล้วในสาธารณชน เช่น ปัญหาเรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง ปัญหาการ คัดสรรคนเข้ามาสู่ระบบ ปัญหาเรื่องของการคอร์รัปชันในเรื่องของการบริหารจัดการหรือ ความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามครับ กระผมคิดว่าถ้าเราเห็นด้วยกับหลักของการ กระจายอำนาจ ปัญหาเรื่องพฤติกรรมต้องแยกจากหลักการ ปัญหาเรื่องพฤติกรรมต้องแก้ ด้วยพฤติกรรมและแก้ด้วยการลงโทษตามกฎหมายที่รุนแรงและรวดเร็ว แต่ปัญหา ๒ เรื่องนี้ เป็นปัญหาที่ถูกถามซ้ำแล้วผมคิดว่าสามารถแก้ไขได้
ประเด็นสุดท้ายที่ผมขออนุญาตกราบเรียนที่คณะกรรมาธิการได้รับทราบ ก็คือแนวทางใหม่สำหรับการปฏิรูปเพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของคำว่า การกระจายอำนาจ ที่ขยายขอบเขตความหมายไปมากขึ้น ผมคิดว่าเรื่องนี้มีความเชื่อมโยงกับอีกหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปฏิรูประบบภาษี การปฏิรูประบบงบประมาณ การปฏิรูประบบ การเมือง ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงเรื่องของคำว่า การเมืองใหม่ขององค์กรปกครองท้องถิ่น หลายท่านใช้คำว่า การเมืองพอเพียง หลายท่านใช้คำว่า การเมืองสัมมา หลายท่านใช้คำว่า ทำการเมืองเพื่อบ้านเมือง การเสนอกลไกใหม่เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับประชาชนในการเข้ามา มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการบริหารจัดการพื้นที่ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น คำว่า สภาพลเมือง สมัชชาพลเมือง หรือสภายุทธศาสตร์ การออกแบบกลไกเพื่อขับเคลื่อน ให้การกระจายอำนาจเป็นจริงและเป็นไปได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น การเสนอเรื่องของการจัดตั้งสภาการปกครองท้องถิ่นแห่งชาติก็ตาม และที่สำคัญที่สุดคือ การออกแบบให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจด้วยการเสริมพลังอำนาจของประชาชนและ การสร้างกลไกที่ทำให้เปิดโอกาสให้ประชาชนมีพื้นที่ในการบริหารจัดการ ที่เราใช้คำว่า การสร้างโครงสร้างอำนาจต้นน้ำของประชาชนเอง ผมคิดว่าแนวคิดทั้งหมดใน ๓ เรื่องที่ กระผมสรุปนั้นเป็นแนวคิดที่ได้สดับตรับฟังในวันนี้ตลอดเวลา ๓ ชั่วโมงกว่า ในเชิงทัศนะ ผมคิดว่าในสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเห็นตรงกันครับว่า การกระจายอำนาจคือคำตอบ สำคัญของการปฏิรูปประเทศ หลายเรื่องที่เราพูดกันนั้นการกระจายอำนาจคือการเอาอำนาจ การแก้ปัญหาไปไว้ใกล้ปัญหาที่สุด เสริมพลังให้คนเหล่านั้นสามารถตัดสินใจสร้าง ความเป็นเจ้าของให้กับประชาชน ดังนั้นผมคิดว่าในสภาแห่งนี้จึงมีความมั่นคงในเชิงความคิด เรื่องของการกระจายอำนาจ แล้วก็ต้องมีความอดทนยึดมั่นในปรัชญาเหล่านี้ และพร้อมที่จะ ปรับปรุงแก้ไข กระบวนการกระจายอำนาจเป็นกระบวนการเรียนรู้ของสังคมที่ผมคิดว่า เราเดินมาถูกทางและเราก็คิดว่าเราคงต้องทำต่อไป โดยข้อสรุปผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ประเด็นทั้งหมดที่กระผมได้รับฟังและสรุปนั้น หลายเรื่องสามารถบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญใหม่ควรจะเป็นรัฐธรรมนูญที่วางหลักการสำคัญ วางเรื่องใหม่ ๆ เพื่อตอบสนอง ต่อความต้องการของการปฏิรูปประเทศ และเป็นบทบัญญัติในส่วนของการกระจายอำนาจที่ ต้องเชื่อมโยงกับบทบัญญัติอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบการเงินการคลัง ระบบการบริหารราชการแผ่นดิน และที่สำคัญมากผมคิดว่าสิ่งที่ควรบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญคงเป็นเรื่องที่ไม่ใช่กับดักให้เรา สามารถทำการกระจายอำนาจได้อย่างไม่เต็มที่ ดังนั้น ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเอง อาจจะมีความจำเป็นที่ต้องเปิดกว้างเพื่อความหลากหลาย แต่ท่านประธานครับ ผมคิดว่า อีกหลายเรื่องซึ่งเป็นประเด็นที่เป็นปัญหา ไม่สามารถจะบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญได้ แต่ผมคิดว่า เป็นหน้าที่สำคัญของสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปการปกครอง ท้องถิ่นที่จะหยิบยกประเด็นเหล่านี้มาเพื่อทบทวนปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่มีอยู่ หรือแม้กระทั่งการยกร่างกฎหมายใหม่ที่มีความจำเป็น เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และแก้ไขให้บรรลุในเป้าหมายของการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง กราบขอบพระคุณครับ