สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๗

อำพล จินดาวัฒนะ หารือเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ โดยพูดถึงการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเรียกร้องให้ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจของประเทศไทย

นายอำพล จินดาวัฒนะ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมได้ขออนุญาตท่านประธานแจกหนังสือเพื่อนสมาชิก ๒ เล่มนะครับเพื่อจะได้ ประหยัดเวลาในการอภิปราย เล่มที่ ๑ คือข้อเสนอการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจโดย คณะกรรมการปฏิรูปที่ท่านอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานนะครับ เล่มนี้เป็นเล่มสรุปนะครับ ส่วนเล่มแนวทางใหญ่สีน้ำเงินนี้ ผมได้ส่งให้ในรังนกกระจอกของสมาชิกไปแล้วเป็นเวลาสัก เดือนเศษแล้วนะครับ แล้วอีกเล่มหนึ่งคือรวมเอกสารหลักมติสมัชชาปฏิรูประดับชาติ ๓ ปี อันนี้ก็ได้มอบให้ท่านไปแล้วนะครับ ส่วนวันนี้ที่มอบให้ท่านอีกเล่มหนึ่งคือหนังสือเรื่องปฏิรูป สังคม ของท่านอาจารย์หมอประเวศ วะสี ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราพูดกันมากมายและ มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่ผมจะอภิปรายซึ่งเป็นการประหยัดเวลา ต้องขอบพระคุณท่านประธาน ที่ได้กรุณาให้แจกนะครับ ท่านสมาชิก ท่านประธานครับ ถ้าเราจำกรณีสึนามิในช่วงไม่กี่ปีมา ที่ประเทศญี่ปุ่นนะครับ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รั่วไหล ถ้าเราติดตามข่าวจะพบว่าหน่วยงานหลัก สำคัญมากของประเทศญี่ปุ่นในการจัดการปัญหานั้น ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่มากนะครับ แต่หน่วยงานหลักของเขาคือ เทศบาลท้องถิ่นครับ และมีหน่วยงานของรัฐบาลกลางเป็น องค์กรสนับสนุน ผมพาไปที่ตรงข้ามของโลกไปอีกฟากหนึ่งของโลก คือประเทศบราซิลครับ บราซิลนั้นมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๓๑ ซึ่งขณะนี้บราซิลเป็น ๑ ใน ๔ ประเทศที่เรียกว่า บริกส์ (BRICS) คือบราซิล รัสเซีย อินเดีย และไชน่า ซึ่งกำลังจะเติบโต โลกกำลังจับจ้องมองอยู่นะครับ ประเทศบราซิลรัฐธรรมนูญในเมื่ออดีตนั้น ซึ่งขณะนี้ยังใช้อยู่มีการปรับปรุงแต่ใช้อยู่ ใช้รัฐธรรมนูญกระจายอำนาจครับ และขณะนี้ในประเทศบราซิลนั้นได้มีการกระจายอำนาจที่ ก้าวหน้ามากและเศรษฐานะเป็นประเทศรายได้ปานกลางคล้าย ๆ ประเทศไทย ซึ่งเราน่าจะ เรียนรู้อย่างมากนะครับ ผมเคยไปดูงานที่นั่น ผมพบว่าท้องถิ่นเขาเทศบาลเขานี่ เขาดูแล การจัดการบริการสาธารณะเป็นส่วนใหญ่ครับ โรงพยาบาลขนาด ๒๐๐ เตียงที่ผมได้ไปเยี่ยม อยู่ภายใต้การปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐบาลกลางได้ถอยออกมาเป็นพระรองครับ และพระเอกนั้น คือท้องถิ่น ผมอยากกราบเรียนตรงนี้เพื่อจะเชื่อมโยงว่าโลกกำลังไปทางไหนนะครับ สำหรับ บ้านเราในหลายปีที่ผ่านมาเรามีการส่งไปให้เกิด อบจ. เทศบาล และ อบต. มีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นมากมาย ผมได้มีโอกาสไปทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดีขึ้นมากมายและดีขึ้นตามลำดับ เราเห็นคนหนุ่มสาวที่เมื่อก่อน ต้องเข้ามาหางาน หรือมาเติบโตในเมืองใหญ่ได้กลับไปรับใช้บ้านเมืองของเขานะครับ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนั้น ท่านสมาชิกครับ ถ้าเผื่อว่าเราดูรูปนี้นะครับ อันนี้ก็เป็นที่ตั้ง ปฏิทินธรรมดานี่ละครับ ผมหยิบมาจากบ้าน สังคมเราเป็นแบบนี้ครับ สังคมเราเป็นฐานใหญ่ เหมือนกับเป็นเจดีย์ก็ได้ หรือเป็นพีระมิดก็ได้นะครับ นี่คือทุกท่านก็ทราบดีอยู่แล้วว่าสังคม เราเป็นแบบนี้ ไม่ว่าจะดูเรื่องเชิงพื้นที่ ประชากร หรือประเด็นเรื่องราวต่าง ๆ นะครับ เมื่อวานมีการอภิปรายเรื่องตำรวจก็คล้ายกันฐานของสังคมมันจะต้องเข้มแข็ง มั่นคง ประเทศเราถึงจะไปได้ข้างหน้า ขณะนี้เราวิกฤติ เรามีความขัดแย้ง เราวิกฤติเรื่องความ ไม่เป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำ สังคมเราอ่อนแอ ชุมชนเราอ่อนแอนั้น เพราะมันเกิดอะไรขึ้นครับ มันเกิดขึ้นที่สำคัญก็คือ อำนาจ บทบาทหน้าที่และการจัดการ การตัดสินใจและทรัพยากร มันกลับเป็นแบบนี้ครับ เมื่อมันกลับเป็นแบบนี้มันตั้งไม่ได้ครับ มันล้มครับ แล้วประเทศเรา ก็ล้มมาเป็นสิบ ๆ ครั้งแล้ว ถ้าเราเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยยกร่างรัฐธรรมนูญไปสู่ รูปแบบเดิมนะครับ บทบาทหน้าที่ อำนาจการตัดสินใจและทรัพยากรนั้นยังอยู่ข้างบน มันก็จะล้มอีกครับ ในประเทศอินเดียนะครับ ไม่มีทางล้มแบบนี้ได้ เพราะข้างล่างมีอำนาจ มีบทบาทหน้าที่ในการจัดการ ไม่มีใครรวบอำนาจได้ทั้งหมดและมันไม่ล้มครับ อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้เสียหายแบบพลิกกลับแบบนี้ ถ้าจะว่าไปแล้วการปฏิรูปทั้งหมดที่เราคุยกัน ในกรรมาธิการนี้และอื่น ๆ นี่นะครับ ก็คือการพลิกกลับอำนาจครับ ถ้าจะดูในเอกสาร ที่ผมได้กราบเรียนไปให้ท่านในคณะกรรมาธิการปฏิรูปซึ่งมีท่านพงศ์โพยมเป็นกรรมการ อยู่ด้วยและมีหลายท่าน อาจารย์ชัยอนันต์และท่านอื่น ๆ พูดชัดเจนนะครับ ไม่ใช่เรื่อง กระจายอำนาจ ท่านอานันท์ ปันยารชุน ใช้คำว่า คืนอำนาจให้ประชาชน ชุมชน ท้องถิ่น ซึ่งก็หมายถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ที่ผมอยากกราบเรียนตรงนี้เพื่อจะเรียนว่าที่เราคุยทั้งหมดเราแยกกรรมาธิการคุย แท้ที่จริงแล้ว ทั้งหมดอยู่ในเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ ๑. คือการปกครองส่วนท้องถิ่นที่เราคุยกัน ตรงนี้ ๒. บริหารราชการแผ่นดินซึ่งเดี๋ยวกำลังจะมีการพูดกันต่อนะครับ ๓. เรื่องการสร้างเสริม ชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็ง พลังพลเมืองเข้มแข็ง ซึ่งอยู่ในกรรมาธิการที่กระผมเกี่ยวข้องและ ท่านทั้งหลายได้เกี่ยวข้องไปแล้ว และการปฏิรูประบบสำคัญอื่น ๆ ทั้งหมดนี้เรื่องเดียวกันหมด คือการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจครับ ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่จะมีการเขียนในท่ามกลาง การปฏิรูปต้องนำไปสู่การคิดเรื่องนี้อย่างให้ตกผลึก และเป็นไปได้ไหมครับที่จะให้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้นำไปสู่การปรับโครงสร้างอำนาจให้สมดุล เรื่องนี้เรื่องใหญ่ครับ รัฐบาลต้องมีระบบ การตรวจสอบที่ดี มีการเข้าสู่รัฐบาลที่ดี โครงสร้างข้างบนก็สำคัญ ในขณะเดียวกันมีองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นก็ต้องมีระบบตรวจสอบ ชุมชนท้องถิ่นก็ต้องมีโอกาสเข้ามาตรวจสอบ กำกับและมาจัดบริการสาธารณะร่วมกันในสิ่งที่พึงกระทำ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ใหญ่มากนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าท่านได้มีโอกาสอ่านหนังสือฉบับนี้ ผมจะขออีกนิดเดียว แล้วก็ได้กราบเรียนประธานไว้ว่า เนื่องจากผมมีโควตาในการอภิปรายในคณะกรรมาธิการ ถัดไป ในหนังที่ผมยังเสนอไม่จบนี้ เดี๋ยวผมจะกลับมาอีกที่หนึ่งในรอบนั้นนะครับ ท่านกรุณา ได้ให้คิวผมเป็นคิวที่ ๑ หลังจากที่ท่านประธานได้นำเสนอแล้วก็เพื่อจะให้เชื่อมโยงกันเรื่องนี้ ในส่วนของตรงนี้ในหนังสือเล่มนี้ได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาและมองถึงว่าทิศทาง ข้างหน้าประเทศเราควรจะเป็นอย่างไร ซึ่งตรงนี้ทั้งหมดที่ผมกราบเรียนแล้วว่าในขณะนี้ คงไม่สามารถที่จะอภิปรายหมดในเวลาตรงนี้ ถ้าอย่างนั้นผมจะขออนุญาตว่าผมจบตรงนี้ ก่อนสำหรับในเวลาที่มีนะครับ และเดี๋ยวในคณะกรรมาธิการต่อไปผมจะขออนุญาตอภิปราย หรือการให้ความเห็นในมุมนี้ต่อไปสำหรับในช่วงถัดไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ