สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๗

อุดม ทุมโฆสิต หารือเรื่องการปกครองท้องถิ่น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปกครองโดยประชาชน เพื่อประชาชน และเรียกร้องให้จัดดุลการใช้อำนาจของรัฐให้เหมาะสมเพื่อให้ท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเองได้ และเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการกระจายอำนาจให้กับประชาชนเพื่อให้ท้องถิ่นสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มที่

นายอุดม ทุมโฆสิต

กราบเรียนท่านประธาน ผม ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อุดม ทุมโฆสิต สปช. หมายเลข ๒๔๕ นะครับ ผมได้ฟังท่านประธานด้านการปฏิรูป การปกครองท้องถิ่นแล้วก็เพื่อน ๆ ได้อภิปราย ผมคิดว่าประเด็นเรื่องท้องถิ่นวันนี้ได้รับ การพิจารณาแล้วก็พูดกันค่อนข้างจะครบถ้วนครอบคลุมพอสมควร แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมคิดว่ามีหลายประเด็นที่จำเป็นจะต้องต่อเติมเน้นย้ำเอาไว้ให้ชัดเจน เพราะว่า เรื่องการปกครองท้องถิ่นในบ้านเราเป็นการปกครองซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าหลวง จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันนี้ ผมคิดว่าเป็นระบอบการปกครองที่ยังอ่อนแอต้องการการพัฒนาอีกมาก แล้วผมมั่นใจว่าในฐานะที่เป็นอาจารย์สอนด้านการปกครองท้องถิ่น ผมมั่นใจว่า ถ้าการปกครองท้องถิ่นนี้ไปไม่รอด ประเทศก็ไปไม่รอด ผมเชื่ออย่างนั้นโดยหลักวิชา ก็เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นประเด็นที่อยากจะเน้นย้ำไว้ในที่นี้นี่นะครับ

ประเด็นที่ ๑ ผมอยากจะทำความเข้าใจว่า โดยนัยแห่งการปกครองท้องถิ่น เป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน การปกครองรูปแบบนี้จะทำให้ การเมืองเข้มแข็งขึ้น จะทำให้เศรษฐกิจเข้มแข็งขึ้น จะทำให้สังคมเข้มแข็งขึ้น และรัฐทั้งรัฐ ก็จะเข้มแข็งขึ้นด้วย ความอ่อนแอที่เราเห็นในปัจจุบันนี้ รากฐานสำคัญมาอยู่ที่การใช้อำนาจ รัฐไม่เหมาะสม ทำให้ท้องถิ่นอ่อนแอ เพราะประเด็นของเราซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ ก็คือต้องจัด ดุลการใช้อำนาจรัฐให้เหมาะสม ทำให้ท้องถิ่นสามารถจะพึ่งตนเองได้ ปกครองตนเองได้ และเป็นเนื้อเดียวกับรัฐ นี่คือประเด็น

ส่วนที่ ๒ ที่ผมอยากจะเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้เห็นเจตนารมณ์ของ การปกครองแห่งรัฐ ผมจะเน้นย้ำว่าประเทศไทย ๘๒ ปีที่มีการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย ซึ่งล้มลุกคลุกคลานมาตลอด สามวันดีสี่วันไข้ ผมอยากจะเน้นถึง พระราชหัตถเลขาของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๗ ซึ่งทรงดำริที่จะกระจายอำนาจให้ประชาชน ดังนี้ครับ ข้าพเจ้าเต็มใจที่จะสละอำนาจอยู่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอม ยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใดคณะใดโดยเฉพาะ เพื่อให้อำนาจนั้นโดยเด็ดขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของราษฎร พวกเราต้องคิดนะครับว่าอำนาจเดี๋ยวนี้ ถึงประชาชนหรือยัง ใครเป็นผู้บิดเบือนนำอำนาจนั้นไปใช้เพื่อประโยชน์อย่างอื่น ไม่ใช่เพื่อ ประโยชน์ของรัฐแล้วก็ประโยชน์ของราษฎร อันนี้เป็นหน้าที่ต้องปฏิรูปทำให้สำเร็จ ผมคิดว่า ท่านทั้งหลายที่อยู่ในที่นี้ต่างก็เป็นผู้มีสติปัญญาอันเฉียบคมกันทั้งนั้น คงจะคิดออกทั้งนั้น

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมว่าธงการปฏิรูป ถ้าเราพูดง่าย ๆ หรือโครงการกระจายอำนาจที่เราพูดง่าย ๆ นี่ปรากฏอยู่ในวรรคหนึ่งของ เพลงชาติเราแล้วครับ ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เป็นประชารัฐ ประชารัฐ หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าประชาชนเข้มแข็ง รัฐเข้มแข็ง เป็นรัฐแห่ง ประชาชน และประชาชนแห่งรัฐ ๒ อันนี้ต้องเป็นเนื้อเดียวกันครับ ประเทศถึงจะไปได้ รัฐเข้มแข็งประชาชนอ่อนแอ ประชาชนก็ทำให้รัฐป่วย เพราะฉะนั้นความเป็นเลือดเนื้อ เชื้อชาติเดียวกันหมายถึงทั้งกายใจ จิตวิญญาณ และสติปัญญา ตรงนี้เป็นสาระสำคัญที่เราคง จะต้องปฏิรูป จะต้องทำ จะต้องคิดหาวิธีการ และจะต้องถกเถียงกันต่อไปในอนาคต

ในประการที่ ๓ ซึ่งผมอยากจะเน้นย้ำไว้ก็คือว่า เจตนารมณ์ดังกล่าวที่กำหนด ไว้ในรัฐธรรมนูญและในคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านการปกครองท้องถิ่น ซึ่งได้แจกไปแล้ว อ่านไปแล้ว ท่านประธานก็ได้พูดไปแล้ว มีเรื่องการกระจายอำนาจ ๔ ด้าน มีเรื่อง การปกครองท้องถิ่น ๔ ด้าน ใน ๔ ด้านนั้นจริง ๆ แล้วเราพูดกันมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาถึงปี ๒๕๕๐ ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ครับ ผมได้มีโอกาสทำงานด้านกระจายอำนาจแล้วก็ สอนหนังสือ ทำวิจัย ๑๐ กว่าเรื่อง เรื่องการกระจายอำนาจ ผมอยากจะกราบเรียนว่าไม่ถึง ฝั่งฝัน แล้วก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะถึง ที่มันเป็นอย่างนั้นเพราะว่าเรามีอุปสรรคปัญหามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการถ่ายโอนภารกิจ ในความเห็นอย่างตรงไปตรงมาของผมก็คือ ผู้มีอำนาจและผู้มีผลประโยชน์ในอำนาจนั้นหวงครับ สงวนไว้ โดยใช้วิธีการต่าง ๆ นานาที่จะ เบี่ยงเบน บิดเบือน บางกระทรวงนี่เขาถึงขั้นกับพูด ในฐานะที่ผมเป็นประธานการถ่ายโอน ภารกิจบางด้าน เขาถึงขั้นกับพูดว่าอาจารย์ยังไม่รู้ตัวอีกหรือว่าเขาไม่อยากจะถ่ายโอน ซึ่งเป็นคำพูดที่เจ็บปวดมากนะครับ พวกเราไปทำงานให้กับประเทศชาตินี่เราไม่หวัง ประโยชน์อันใดเลย แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นภาระที่จะต้องฝ่าฟันแล้วก็ดำเนินการ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปฏิรูป จึงหวังว่าจะสร้างความเข้มแข็งในกระบวนการปฏิรูป ทั้งหมดให้เป็นจริงขึ้นมาให้ได้ หวังว่าอย่างนั้น มิฉะนั้นก็ไม่รู้เมื่อไรที่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นจริง ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ