สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๗

สุชาติ นวกวงษ์ หารือเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการตนเองที่ดี เพื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เช่น ภัยพิบัติ น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม น้ำเสีย น้ำไม่พอใช้ และสุขภาพของชุมชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีบุคลากรที่มีคุณภาพในท้องถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

นายสุชาติ นวกวงษ์

สวัสดีท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ กระผม รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดลครับท่านประธาน ฝากคำอภิปรายนี้ไปยังท่านประธานกรรมาธิการทางด้านการปกครองท้องถิ่นนะครับ ท่านประธาน ผมฟังมาแล้วนี่นะครับท่านประธาน มีแต่คนอภิปรายที่มาจากท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่ ทีนี้ส่วนของผม ผมจะขอเน้นเรื่องของการจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ เนื่องจากว่าผมจะเน้น เรื่องสิ่งแวดล้อมนะครับท่านประธาน ยังไม่มีใครพูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยตรงว่าปัญหา เรื่องสิ่งแวดล้อมมันเป็นปัญหาเรื่องใหญ่ของประเทศด้วย และเวลาเดียวกันมันก็เจาะลงไป ในพื้นที่ด้วยนะครับ คนในพื้นที่ยังไม่เข้าใจปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมที่แท้จริง ยังไม่มีคนที่รู้เรื่อง สิ่งแวดล้อมที่แท้จริง ถึงแม้ว่าจะมีความรู้อยู่บ้างแต่ว่าเราต้องพยายามมุ่งเน้นไปให้เขารู้เรื่อง ของสิ่งแวดล้อมมากขึ้นนะครับ ผมเห็นด้วยกับเจตนารมณ์ของกรรมาธิการท้องถิ่นที่จะ กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นเป็นอิสระมากขึ้น แล้วเวลาเดียวกันก็อยากจะเห็นหลักการ ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เช่นเดียวกัน คำว่าธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ หมายความว่า จะต้องมีการกำกับดูแลที่เหมาะสม ให้คิดถึงธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม อย่างไร อันนั้นเป็นรายละเอียด ผมคงไม่สามารถที่จะพูดในที่นี้ได้นะครับ เช่นเดียวกันนะครับ อยากจะให้กำหนดหน้าที่ในการดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ให้ชัดเจน คำว่า ดูแล เรื่องสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ให้ชัดเจน เพราะว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่มีเรื่องเดียวนะครับ ปัญหาเรื่องภัยพิบัติ ปัญหาเรื่องน้ำท่วม ปัญหาเรื่องดินโคลนถล่ม ปัญหาเรื่องน้ำเสีย ปัญหาเรื่องน้ำไม่พอใช้ ปัญหาเรื่องสุขภาพของชุมชนในพื้นที่ เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่ท้องถิ่นจะต้องเข้าไปดูแลทั้งสิ้นนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าท้องถิ่นมีหลักอยู่ ๒ หลัก ด้วยกันที่ควรจะต้องคิดนะครับ

หลักที่ ๑ คือว่า หลักกระจายอำนาจ เราจะต้องกระจายอำนาจอย่างไร ให้ท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองได้นะครับ ขณะนี้ผมฟังดูแล้วไม่มีทางที่ท้องถิ่นจะจัดการ ตนเองได้เลย ท้องถิ่นจะทำอะไรต้องถามกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยคิดอยู่คนเดียว ตัดสินใจอยู่คนเดียวตั้ง ๗,๘๐๐ กว่าแห่ง มันก็ไม่ถูกนะครับ กรมการปกครองท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีหน้าที่ช่วยการปกครองท้องถิ่น แต่เวลาเดียวกันจะทำอะไร ต้องถามกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก่อน อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นไม่ใช่การจัดการ ตนเองที่ดี เพราะฉะนั้นการจัดการตนเองที่ดีก็คือว่า ต้องแบ่งเบาภาระจากส่วนกลางได้ด้วยครับ ท่านประธาน เราจะทำอย่างไรล่ะครับจึงจะสามารถกำหนดอำนาจให้กับท้องถิ่นได้มีอำนาจ ในการตัดสินใจได้ด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าการกระจายอำนาจท้องถิ่นเป็นเรื่องดี แต่เราต้องกำหนดขอบเขตหน้าที่ไว้ให้ชัดเจนให้เขาคิดได้ คำว่า คิดได้ แปลว่าท้องถิ่น ต้องคิดได้ และเวลาเดียวกันต้องมีอำนาจในการตัดสินใจได้ด้วย อบจ. จะยุบหรือไม่ยุบ มันไม่ใช่ประเด็นนะครับ ถ้ามีอำนาจตัดสินใจเขาก็คิดได้ อบต. ก็เช่นเดียวกัน ถ้าเขามีอำนาจ ตัดสินใจเขาก็คิดได้ เขาสามารถหาคนที่จะมาช่วยตัดสินใจได้ คิดได้นะครับ เพราะฉะนั้น จะกระจายอำนาจขอให้หาคนที่ช่วยกันคิดเป็นนะครับ หลักที่ ๒ ครับ ท่านประธาน เวลาอาจจะมีไม่มากนักนะครับ

หลักที่ ๒ ครับท่านประธาน เวลาอาจจะมีไม่มากนักนะครับ หลักที่ ๒ คือ เรื่องของการปกครอง หมายความว่าอย่างไรครับ เรื่องการบริหารงานบุคคลในพื้นที่ก็เป็น เรื่องสำคัญสำหรับ อบต. หรือว่าการปกครองท้องถิ่น เนื่องจากว่าท้องถิ่นถูกมองว่าเป็นคนที่ ไม่มีศักดิ์ศรีบ้าง ถูกมองว่าเป็นโลคอล (Local) บ้าง เป็นพื้นที่เฉพาะบ้าง เพราะฉะนั้นคนต่าง ๆ ก็ไม่ค่อยอยากจะไปอยู่ แต่จริง ๆ แล้วท้องถิ่นสัมผัสกับประชาชนเต็มรูป ประชาชนมีปัญหา อย่างไรต้องรับเรื่องปัญหาของประชาชนได้ ดังนั้นผมจึงคิดว่าเราควรจะต้องหาบุคลากรที่มี คุณภาพไปอยู่ในท้องถิ่น ผมมองปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ถ้าหากว่าไม่มีคนมีคุณภาพเรื่อง สิ่งแวดล้อมไปอยู่ในท้องถิ่น คิดอย่างไรก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมได้ เราจะไปดู เรื่องของขยะได้อย่างไร ในเมื่อมองแต่ว่าตรงไหนเอาไปกองฝัง ตรงไหนเอาไปกลบฝัง ตรงไหนจะทำอย่างไรนะครับ เรื่องของสารพัดโรคที่เกิดจากขยะ เรื่องของสารพัดโรคที่เกิด จากน้ำท่วม เรื่องของสารพัดโรคที่เกิดจากน้ำเสีย อันนี้ไม่มีคนช่วยคิดนะครับ เพราะฉะนั้น เราต้องหาคนคุณภาพไปไว้ที่ตรงนั้น แต่หาอย่างไรเป็นหน้าที่ของกระบวนการต้องหาคน เข้าไปนะครับ อยากจะฝากไว้ว่าถ้าเราจะคิดถึงเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม เราควรจะต้องมอง ท้องถิ่นให้เยอะ แล้วเวลาเดียวกันเราต้องส่งเสริมให้คนในท้องถิ่นนี่นะครับมีความรู้ในเรื่อง ของการคิดเอง ดูแลตัวเองด้วย

สิ่งที่ผมจะพูดอีกนิดหนึ่งท่านประธานครับ เรามองดูว่าเราจะกระจายอำนาจ ให้กับท้องถิ่น เวลาเดียวกันเราต้องมองดูว่ากระจายอำนาจไประดับใด ระดับที่เขาคิดเอง ระดับที่ตัดสินใจเอง ดังนั้น การผูกพันเรื่องรายได้จึงจะต้องขึ้นอยู่กับท้องถิ่นเช่นเดียวกัน รายได้ที่เกิดจากที่ใดควรจะมีรายจ่าย ณ ที่นั้น นั่นคือท้องถิ่นควรมีรายได้ของตนเอง รัฐซัปพอร์ต (Support) ให้น้อยที่สุด รายได้ต้องเกิดจากท้องถิ่น นี่ความเห็นของผมว่ารายได้ ควรจะต้องเกิดจากท้องถิ่น เพื่อท้องถิ่นจะได้ตัดสินใจเอง แต่เวลาเดียวกันท้องถิ่นต้องมี ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ต้องคิดให้ได้ว่าสิ่งที่จะสามารถตอบสนองต่อประชาชนนั้น ทำอย่างไรประชาชนจึงจะพอใจ เรื่องของสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่ประชาชนอยู่ กับสุขภาพ อยู่กับสิ่งที่สัมผัสอยู่ทุกวัน อ้างว่าเรื่องสิ่งแวดล้อม อ้างว่าเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เวลาเดียวกันไม่มองถึงประชาชนเลย ขอบพระคุณครับท่านประธาน