สรวงศ์ อภิปรายร่าง รธน. ยันอำนาจประชาชนต้องไม่ตกอยู่ในมือกลุ่มคน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๔ เมษายน ๒๕๕๖

สรวงศ์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หารือประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นที่มาตรา ๑๙๐ และ ๑๑๑ เพื่อแก้ปัญหาอำนาจของ ส.ว. ที่ไม่มาจากประชาชน และเรียกร้องให้ปรับปรุงระบบสรรหาสมาชิกวุฒิสภา

นายสรวงศ์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สระแก้ว

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสรวงศ์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระแก้ว พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขอกราบเรียน ท่านประธานแล้วก็ที่ประชุมแห่งนี้ว่ากระผมนั้นรู้สึกยินดีและรู้สึกดีใจที่อย่างน้อยเทียนทอง ก็ได้มีโอกาสได้ยืนขึ้นอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเราจำกันได้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็ได้รับการแย้งจากคนที่ชื่อเสนาะ เทียนทอง แล้วสิ่งที่คนคนนั้นแย้ง เอาไว้วันนี้ทุกคนก็เห็นว่ามันก่อให้เกิดปัญหาในบ้านในเมืองนี้จริง ๆ คนส่วนใหญ่จะยกย่อง แล้วก็จะชื่นชมรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด แต่กลับกันครับ กระผม มีความคิดเห็นว่าการที่เราใช้อำนาจของปวงชนชาวไทยไปให้กับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง คนเพียง ไม่กี่คนใช้อำนาจในการตัดสินผู้คนที่เขาได้รับการเลือกตั้งมาจากพี่น้องประชาชน มันเป็นสิ่ง ที่ผิด ผมได้มีโอกาสเดินทางไปกับท่านรองประธานอภิวันท์เมื่อสมัยที่แล้วไปที่ ประเทศเดนมาร์ก ท่านประธานสภาของประเทศเดนมาร์กตั้งคำถามหนึ่งกับท่านอภิวันท์ พวกเราก็อึ้งนะครับ เขาถามว่าประชาธิปไตยของเมืองไทยเป็นประชาธิปไตยที่แปลกที่สุด เท่าที่เขาเคยเห็นมา คนที่ถูกเลือกตั้งมาโดยประชาชนถูกล้ม ถูกเอาออกโดยคนที่ถูกแต่งตั้ง มาโดยกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งจริง ๆ แล้วกระผมอยากจะบอกท่านประธานว่าตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ จนมาถึงปี ๒๕๕๐ มันไม่มีอะไรดีขึ้นกับประเทศไทยเลยนะครับ พวกเราจะเห็นว่าประชาธิปไตยของประเทศไทย ที่บอกกันว่าให้อำนาจกับประชาชน แต่พอถึงเวลาจริง ๆ ก็ลิดรอนอำนาจประชาชน ผมเอง ได้มีเจตนารมณ์ที่จะอภิปราย ๒ มาตรา ก็คือ มาตรา ๑๙๐ แล้วก็มาตรา ๑๑๑ ก็คือที่มาของ ส.ว. ท่านประธานครับ การทำงานของพวกเราในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ผมว่าพวกเรากำลัง สับสนกับตัวเอง เราได้แยกอำนาจนิติบัญญัติกับอำนาจบริหารอย่างชัดเจนและเราก็จะ ไม่ก้าวก่ายกัน จะเห็นได้ว่า ส.ส. อย่างพวกเราถ้าไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีก็ไม่มี อำนาจหรือไม่มีบทบาทอะไรเลย แต่ก่อนยังสามารถที่จะเป็นเลขานุการ ไปเป็นที่ปรึกษา รัฐมนตรีได้ เดี๋ยวนี้ไม่มีอำนาจ เพราะฉะนั้นเราแยกกันโดยชัดเจน แต่แปลกครับ ๖ ปี ที่ผ่านมากี่ครั้งแล้วครับที่เราต้องตีรถเปล่าหวังว่าเราจะไปเจรจาการค้าให้กับประเทศ แต่กลับมาก็กลับมารถเปล่าครับ กี่ครั้งแล้วที่เราต้องเสียงบประมาณแผ่นดินในการเดินทาง ของรัฐมนตรี ของข้าราชการที่จะไปเจรจาการค้ากับประเทศโน้นประเทศนี้ ไปเจรจาสัญญา ต่าง ๆ กลับมามือเปล่าครับ ในปี ๒๕๕๘ ที่จะถึงนี้เราประกาศตัวเองว่าเราจะเป็น ๑ ในสมาชิก ๑๐ ประเทศอาเซียน (ASEAN) หรืออาจจะเป็น ๑๐ ประเทศ บวก ๑ ประเทศ หรือ ๑๐ ประเทศ บวก ๓ ประเทศก็แล้วแต่เราจะมองว่าตัวเองเป็นพี่ใหญ่เสมอประเทศไทย ในกลุ่มอาเซียน ๑๐ ประเทศเราเป็นพี่ใหญ่เราจะพูดเสมอครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้พี่ใหญ่ เสียโอกาสไปนับครั้งไม่ถ้วน การเจรจาแต่ละครั้งไม่ว่าจะเป็นการค้าหรือการทำอะไรก็แล้วแต่ พวกเรามีความตั้งใจจะไปสร้างผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติ แต่เราต้องไปมองหน้า ประเทศอื่นแล้วก็บอกว่ารอเดี๋ยวขอกลับไปคุยกับรัฐสภาก่อน อย่างที่ผมเรียนให้ทราบ ตั้งแต่แรกว่าเราได้แยกการทำงานอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นผมเห็นว่ามาตรา ๑๙๐ ควรแก้ อะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ดีคงไว้ครับ การเจรจาอะไรต่าง ๆ ที่จะเสียดินแดนคงไว้ครับ ผมคนชายแดนครับ ท่านประสิทธิ์คนชายแดนครับ ท่านคุณากร คนชายแดนครับ พวกเราไม่ยอม ผมบอกแล้วเคยอภิปรายไว้แล้วว่าไม่ยอมเสียแม้กระทั่ง กระเบียดนิ้วเดียว แต่พวกท่านอย่ารักประเทศแต่รักอยู่ในกรุงเทพฯ ครับ ไปรักประเทศ อยู่ชายแดนอย่างพวกผมครับแล้วท่านจะรู้ว่ามันสำคัญแค่ไหน อีกมาตราหนึ่งท่านประธานครับ ผมขออนุญาตล่วงเกินไปถึงมาตราที่เกี่ยวข้องกับที่มาของสมาชิกวุฒิสภา รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ อย่างที่ผมกราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าได้ให้อำนาจกับกลุ่มคน บุคคล นึกว่า ปี ๒๕๕๐ จะดีขึ้น แย่ลงกว่าเดิม คือตัดสิทธิประชาชนอีก รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ให้อำนาจ ประชาชนเลือก ส.ว. มา ๒๐๐ คน แต่ว่าก็ถูกกล่าวหาอย่างโน้นอย่างนี้ ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่า หลาย ๆ ท่านได้อภิปราย แม้กระทั่งท่าน ส.ว. ที่มาจากการสรรหาบอกว่ามาจากประชาชน ท่านประธานครับมาตรา ๑๑๓ ให้มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาคณะหนึ่ง ประกอบด้วยประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้พิพากษา ในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามอบหมาย จำนวนหนึ่งคน และตุลาการในศาลปกครองสูงสุดที่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครอง สูงสุดมอบหมายจำนวนหนึ่งคน ๘ องค์กร แล้วไหนครับ ๘ องค์กรนี้องค์กรไหนมาจาก ประชาชนครับ ผมกราบเรียนท่านประธานตรงนี้ว่าผมขออนุญาตที่จะสนับสนุน การแก้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ถึงแม้จะแค่ ๓ มาตรา จริง ๆ แล้วอยากจะให้แก้ทั้งฉบับเลย แต่ในเมื่อพวกเราตกลงปลงใจที่จะปรองดองกันอย่างนี้ ตกลงปลงใจที่จะทำงานร่วมกัน อย่างนี้ พวกผมก็ให้ความร่วมมือแล้วก็ขออนุญาตที่จะสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ ทั้ง ๓ มาตราครับ กราบขอบพระคุณครับ