รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๔ เมษายน ๒๕๕๖

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 68 และ 237 โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและความเป็นธรรม แต่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรคสอง โดยกล่าวว่าการแก้ไขครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปตามเหตุผลที่ถูกนำเสนอ และกลับเป็นการจำกัดสิทธิของประชาชนในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังกล่าวหาว่าการแก้ไขครั้งนี้เป็นการปูทางไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญยกใหญ่ต่อไป

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผมต้องชี้ให้เห็นครับ ผมกำลังจะเข้าเรื่องว่ามีความพยายามที่จะแก้ไขมาตรา ๖๘ ในที่สุด ก็กลับมาที่แก้ไขมาตรา ๖๘ เพื่อจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ผมถึงต้องโยงให้ท่านประธาน ฟังอย่างไรครับว่าความเป็นมาเป็นอย่างไร ท่านประธานครับ มีการอ้างถึงความปรองดอง ซึ่งถ้าเกิดท่านไปศึกษาผลโพลล์ (Poll) ล่าสุดของเอแบคโพลล์ ก็มีประชาชนส่วนใหญ่ ได้แสดงความคิดเห็น ๘๓.๘ เปอร์เซ็นต์คิดว่าหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วความขัดแย้ง ก็จะรุนแรงเหมือนเดิมครับ ท่านลองฟังเสียงประชาชนดูสิครับ ท่านประธานครับ การเสนอ ร่างขึ้นมาใน ๓ ฉบับครั้งนี้แต่ละร่างก็มีเหตุผลที่แตกต่างกัน ผมจะขอด้วยเวลาที่จำกัดครับ ขออภิปรายเกี่ยวกับร่างของท่านดิเรก ถึงฝั่ง ร่างที่ ๓ ครับ ซึ่งในครั้งนี้ท่านก็ให้เหตุผลมา ๒ ประการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ และมาตรา ๒๓๗

เหตุผลที่ ๑ ท่านอ้างว่ากฎหมายยุบพรรคไม่สอดคล้องกับการส่งเสริมระบบ พรรคการเมือง ขัดหลักนิติธรรมและไม่เป็นธรรม

เหตุผลที่ ๒ ท่านให้เหตุผลว่าการกำหนดการใช้สิทธิและเสรีภาพของบุคคล เพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญควรจะทำให้มีความชัดเจนเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ ขององค์กรที่เกี่ยวข้อง

ด้วยเหตุผล ๒ ข้อท่านก็เลยเสนอหลักการแล้วก็ทำ ๓ เรื่องครับ

อันที่ ๑ ก็คือการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้สิทธิเสรีภาพของบุคคล เพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญ

อันที่ ๒ ยกเลิกการเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค

อันที่ ๓ ยกเลิกบทบัญญัติว่าด้วยการยุบพรรคการเมืองและการเพิกถอนสิทธิ การเลือกตั้ง

อันที่จริงผมเองก็ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกกฎหมายยุบพรรคทั้งหมด จริง ๆ แล้ว เราควรจะพูดกันว่าจะทำอย่างไรให้พฤติกรรมของนักการเมืองที่โกงยุติไปมากกว่าการมาแก้ กฎกติกาไปเอื้ออำนวยและไปแก้ไปนิรโทษนักการเมืองที่ถูกตัดสินไปแล้ว แต่สิ่งที่ผมเห็นว่า เป็นอันตรายที่สุดก็คือการแก้ไขมาตรา ๖๘ วรรคสอง ที่ท่านให้เหตุผลซึ่งสำหรับผมเป็นข้ออ้าง ท่านให้เหตุผลว่าต้องกำหนดการใช้สิทธิและเสรีภาพของบุคคลเพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ให้มีความชัดเจนเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรที่เกี่ยวข้อง อันที่จริงแล้ว มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ สิ่งที่ท่านทำไม่ใช่ตามเหตุผลที่ท่านเสนอมาครับ สิ่งที่ท่านทำกลับเป็น การจำกัดสิทธิทางอ้อม ก่อนหน้านี้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ ได้ระบุไว้ ถ้าบุคคลใดคิดว่า มีการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญสามารถยื่นคำร้องคัดค้านได้ ๒ แนวทาง ตามคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๕๔ ช่องทางที่ ๑ สามารถยื่นอัยการสูงสุดได้ ช่องทางที่ ๒ ก็สามารถ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง แต่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ท่านกลับไปจำกัดสิทธิ ท่านจำกัดช่องทางครับ หลังจากการแก้ไขถ้ามีผู้ใดคิดว่าการกระทำใดเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ สามารถยื่นคำร้องต่ออัยการได้อย่างเดียวครับ และเป็นอำนาจที่อัยการจะพิจารณายื่นต่อ ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งผมเองก็อดเป็นห่วงไม่ได้ครับ สมมุติถ้าเกิดผมสงสัยว่าการกระทำ ของท่านประธานหรือสมาชิกท่านใดเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผมยื่นเรื่องต่ออัยการไป เกิดเหตุทำถุงขนมตกเหมือนที่เคยเกิดขึ้นล่ะครับ แล้วเรื่องของผมไม่ถึงศาลรัฐธรรมนูญ มิเท่ากับเป็นการฆ่าตัดตอนขบวนการพิทักษ์รัฐธรรมนูญหรือครับ ผมยื่นเรื่องไปแล้วก่อนที่ เรื่องผมจะถึงศาลรัฐธรรมนูญก็ถูกอุ้มไปกำจัดเสียก่อนนี่ครับ ท่านประธานครับ ดูจากพฤติกรรม ครั้งนี้แล้วผมไม่ใช่หมอดูแต่ผมเดาได้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เพราะอะไรครับ มันเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๘ วรรคสองในครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปตาม เหตุผลที่ท่านให้ไว้ในเอกสารครับ แต่ในทางกลับกันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ วรรคสอง ในครั้งนี้เป็นกุญแจสำคัญที่จะปูทางไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญยกใหญ่ต่อไป ผมเชื่อครับว่า ถ้าท่านสามารถฆ่าตัดตอนขบวนการพิทักษ์รัฐธรรมนูญสำเร็จ ต่อไปการกระทำใด ๆ ที่ท่าน คิดว่าท่านทำไปแล้วอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญท่านก็ไม่กลัวต่อไปแล้วครับ เช่นลงมติวาระที่สาม มาตรา ๒๙๑ อย่างไรครับ หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าที่ท่านพยายามที่จะ แก้ไขมาตรา ๖๘ ก็เพื่อปูทางไปสู่การแก้ไข ไปสู่การลงมติวาระที่สาม แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาทั้งฉบับเพื่อที่จะแก้มาตราตามที่ท่าน อยากแก้ได้ครับ ซึ่งท่านประธานครับ ผมเห็นว่าการกระทำลักษณะนี้ไม่เกิดประโยชน์อะไรครับ การฆ่าตัดตอนระบบพิทักษ์รัฐธรรมนูญ การจำกัดสิทธิของประชาชนในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญยกใหญ่ต่อไป ไม่เป็นผลดีต่อประเทศครับ กลับกันจะสร้าง ความแตกแยกมากไปกว่านี้ครับ เพราะฉะนั้นผมไม่สามารถเห็นด้วยกับพฤติกรรมแบบนี้ ผมต้องขอไม่รับหลักการครับ กราบขอบพระคุณครับ