รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๔ เมษายน ๒๕๕๖

พีรพันธุ์ พาลุสุข กล่าวต่อประธานสภาและสมาชิกสภาเกี่ยวกับข้อกังวลด้านการประชุมรัฐสภา

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยโสธร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมและเพื่อนสมาชิกซีกนี้นั่งฟังคำประท้วงของสมาชิกฝ่ายค้าน ที่กำลังเดินออกไปว่าไม่เห็นด้วยที่ประธานจะทำหน้าที่ประธานการประชุมในเรื่องนี้ เนื่องจาก ท่านประธานไปลงชื่อสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ ๒ ฉบับ และอ้างว่าการทำหน้าที่ ของประธานไม่เป็นกลาง พร้อมกับบอกว่าท่านประธานกำลังทำเรื่องที่ขัดผลประโยชน์กัน และมีส่วนได้เสียในเรื่องนี้ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าท่านประธานได้พยายาม ทำหน้าที่ตามข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา โดยเฉพาะข้อ ๕ (๓) (๔) ท่านได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ว่าสมาชิกอีกซีกหนึ่งไม่ยอมรับคำตัดสิน ของท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่ข้อบังคับหลายข้อได้เขียนไว้ชัดเจนว่าให้เป็นอำนาจหน้าที่ของประธาน คำวินิจฉัยของประธานเป็นที่สุด คำวินิจฉัยของประธานจะขัดแย้งไม่ได้ โต้แย้งไม่ได้ เขียนไว้ อย่างนี้อยู่เป็นประจำในข้อบังคับ แต่ว่าซีกนั้นกลับไม่ยอมรับการทำหน้าที่ของประธาน มีข้อเสนอ เพียงอย่างเดียวว่าให้ท่านประธานลงจากการทำหน้าที่เป็นประธานเขาจึงจะร่วมประชุมกัน ต่อไปได้ หรือไม่ให้ไปถอนชื่อ ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่าท่านประธานเอง ก็เป็นสมาชิกรัฐสภาท่านหนึ่งก็ย่อมมีสิทธิที่จะเสนอร่างกฎหมายเหมือนกับท่านอื่น ๆ เพียงแต่ว่าเมื่อท่านมาทำหน้าที่ตรงนี้ กฎหมายได้เขียนทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ บอกว่าท่านต้องทำหน้าที่เป็นกลาง เป็นกลางในที่นี้ผมก็เห็นว่าท่านทำหน้าที่ตรงนี้มาอยู่ตลอด ท่านประธานไม่ได้ทำหน้าที่ที่จะมาพิทักษ์รักษาสิ่งที่ท่านได้เสนอไม่ลำบากเลย ท่านมีหน้าที่ ควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่านทำหน้าที่ตรงนี้นั้นถูกต้องแล้ว ถ้าถือตามมาตรฐานอย่างที่เพื่อนสมาชิกถามว่าท่านต้องไปถอนชื่อก่อนจึงจะทำหน้าที่ เป็นประธานได้ ถ้าอย่างนั้นสมมุติว่าถ้ารัฐสภาแห่งนี้เห็นชอบรับหลักการการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วเราไปตั้งคณะกรรมาธิการ ท่านที่จะไปทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการก็ได้ลงชื่อ สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้อยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นถ้าท่านไปทำหน้าที่เป็นประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านก็ต้องมาขอถอนชื่อจากการเป็นผู้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยสิ จึงจะทำหน้าที่อย่างเป็นกลางได้ มันคนละเรื่องกันท่านประธานครับ และโดยเฉพาะที่พยายาม จะให้เหตุผลว่าการที่ท่านประธานไปลงชื่อสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ ฉบับนี่เป็นการกระทำ ที่ผลประโยชน์ขัดกัน และท่านประธานมีส่วนได้เสีย ผมอยากจะกราบเรียนไปทางซีกฝ่ายที่ ไม่เห็นด้วยว่าเรากำลังอธิบายเรื่องนี้ไปไกลเกินกว่าขอบเขตของกฎหมายหรือเปล่า เพราะ คำว่า ผลประโยชน์ขัดกันหรือมีส่วนได้เสียนั้น จริง ๆ แล้วก็หมายถึงว่า ผลประโยชน์ขัดกัน ระหว่างประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์ส่วนรวม แต่ในที่นี้ท่านประธานเองในฐานะสมาชิกรัฐสภา ได้ลงชื่อสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งก็เป็นเรื่องของประโยชน์ส่วนรวม ท่านไม่ได้ ลงชื่อไปแก้ไขเพื่อประโยชน์ส่วนตัวเลย ผมยังไม่เห็นรัฐธรรมนูญมาตราไหนที่ว่าถ้าแก้แล้ว ท่านประธานจะได้ประโยชน์เป็นเรื่องส่วนตัวไม่มี ก็เป็นเรื่องของส่วนรวมทั้งนั้น ฉะนั้น ที่ทำหน้าที่ตรงนี้ก็เป็นการทำที่ถูกต้องแล้ว เพียงแต่มีปัญหาว่าเมื่อท่านวินิจฉัยแล้ว สมาชิกจำนวนหนึ่งไม่ยอมรับคำวินิจฉัยแล้วท่านจะทำอย่างไร ท่านก็มีหน้าที่ข้อเดียวครับ ทำตามข้อบังคับที่ให้ไว้ คำสั่งของประธานเป็นที่สุดจะโต้เถียงไม่ได้นะครับ ผมยังไม่อยากจะ ไปถึงข้อสุดท้าย ถ้าบอกว่าถ้ามีปัญหาที่จะต้องตีความข้อบังคับนี้ให้เป็นอำนาจของรัฐสภาที่จะ วินิจฉัย ยังไม่จำเป็นถึงขนาดนั้น เพียงแต่ว่าอยากจะขอร้องสมาชิกฝั่งโน้นบอกว่า เมื่อข้อบังคับเป็นอย่างนี้ก็ขอให้มีความเคารพต่อข้อบังคับ เคารพต่อผู้ที่ทำหน้าที่ เป็นประธานนะครับ แต่ท่านจะตั้งเงื่อนไขว่าท่านประธานต้องออกไปก่อนพวกผมจึงจะ ร่วมประชุมด้วย อย่างนี้คงเป็นไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นท่านประธานก็จะไม่สามารถทำหน้าที่ เป็นประธาน เป็นเพราะไม่มีการยอมรับข้อบังคับของท่านประธานเองนะครับ ซึ่งอย่างนี้ เป็นเหตุผลที่ไม่น่าจะรับฟัง ฉะนั้นผมจึงเห็นว่าท่านประธานควรจะดำเนินการการประชุม ต่อไป และถ้ามีผู้ที่คัดค้านไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของประธานก็ขอให้ท่านประธานได้ใช้ อำนาจหน้าที่ตามข้อบังคับที่มีให้ไว้อยู่แล้วครับ