รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๔ เมษายน ๒๕๕๖

สุนัย จุลพงศธร กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ยากเย็นเพราะมีการยึดโยงกับผลประโยชน์ของกลุ่มคนขึ้นมา และมีการแต่งตั้งส.ว. ซึ่งไม่เหมาะสม

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครสวรรค์ ในนามของสมาชิกรัฐสภา ผมนั่งใคร่ครวญฟังเพื่อนสมาชิกรัฐสภา อภิปรายเรื่องรัฐธรรมนูญวันนี้จะเป็นเพราะอายุมากหรือเปล่าไม่ทราบ ย้อนถึงอดีตว่า ทำไมชีวิตของผมมันอยู่กับรัฐธรรมนูญตลอด ตั้งแต่อายุ ๒๐ ปี ผมเป็นอนุกรรมการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๒๕๑๗ คือฉบับที่ท่านคึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นประธานยกร่าง ต่อมาปี ๒๕๔๐ เป็น ส.ส. ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ มาคราวนี้นึกว่าจะจบคราวที่แล้วแล้วครับ เรื่องแก้ไขทั้งระบบ แต่ปรากฏว่าไม่จบอีกมาเป็นรายมาตราอีก สิ่งที่ผมได้เห็นเหล่านี้เอง ระยะเวลา ๔๐ กว่าปีของผม สิ่งที่ผมได้ประโยชน์จริง ๆ คือผมได้เห็นตัวละครทางประวัติศาสตร์ ที่วันหนึ่งแสดงตัวเป็นนักประชาธิปไตย แต่อีกวันหนึ่งเปลี่ยนมาเป็นเผด็จการได้ ชอบรัฐธรรมนูญ เผด็จการได้ ผมยังถามตัวเองว่าถ้าในอนาคตข้างหน้าจะมีคนยึดอำนาจอีกแล้วตั้งผมไปเป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติเอากับเขาไหม ขอประกาศเลยนะครับ ใครจะยึดอำนาจอย่าตั้งผม ผมไม่เอา ๒. ถ้าคณะรัฐประหารนั้นจะร่างรัฐธรรมนูญแล้วทำให้พรรคการเมืองที่ผมสังกัด เกิดประโยชน์ผมก็จะต่อต้านครับท่านประธาน เพราะผมไม่เคยร่วมกับฝ่ายเผด็จการ ในการร่างกฎหมายเลย วันนี้คำถามที่ว่าทำไมรัฐธรรมนูญมันแก้ยากแก้เย็นก็จากประสบการณ์ ที่เราเห็นด้วยตัวเองนี่ละครับ มันไปยึดโยงกับผลประโยชน์ของกลุ่มคนขึ้นมา มีท่านสมาชิกสภา ท่านหนึ่งบอกว่าชนชั้นใดเขียนกฎหมายก็แน่ไซร้เพื่อชั้นนั้น แหมท่านไม่น่าพูดเลยครับ ถ้าเราร่างรัฐธรรมนูญจากสภาเราเป็นชนชั้นตัวแทนของประชาชนก็เห็นกับประชาชน ถ้าคนขับรถถังมาร่างรัฐธรรมนูญเขาก็เห็นกับพวกรถถัง ท่านประธานครับ วันนี้สิ่งที่น่ากลัว ที่สุด ส.ว. แต่งตั้งนั้นไม่ใช่เพิ่งมีสมัยนี้มีมานานแล้ว วันนี้เวลาไม่มากผมได้รับมอบหมาย ให้พูดในกลุ่มมาตรา ๑๑๑ หรือ ๑ ๑ ๑ เป็นเลขที่เป็นสัญลักษณ์ของความไม่เป็นธรรม ของบ้านนี้พอดี ท่านประธานครับ ได้เกิดเหตุการณ์การยึดอำนาจแล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อันนี้ปฏิเสธไม่ได้ครับ แต่ผมแปลกที่สุดครับ ตัวละครแห่งประวัติศาสตร์นั้นถ้าเป็นคนยึดอำนาจ ตรง ๆ เลยครับ มาอธิบายประชาธิปไตยว่ารัฐธรรมนูญนี้เป็นประชาธิปไตย ผมไม่ว่าเลยครับ ไม่มีใครเชื่อ แต่คนที่แสดงตัวเป็นนักประชาธิปไตยแต่ว่าใฝ่เผด็จการ อันนี้ต้องขอพูดสักนิดหนึ่ง ถ้าจะอ้างสำนวนจีน ผมก็มีสำนวนจีนเหมือนกันครับท่านประธาน สำนวนจีนเขาบอกคนพวก นี้คือปีศาจปากคาบคัมภีร์ครับ ตัวเป็นปีศาจแต่พูดทีไรพูดเรื่องธรรมะทุกที พูดประชาธิปไตย ทุกทีแต่ชอบเผด็จการมันถึงได้เกิดการต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มันก็ชัดแล้วเราจะไป กอดอยู่กับรัฐธรรมนูญที่มาจากการรัฐประหารได้อย่างไร ท่านประธานครับ และวันนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใครจะต่อต้านการแก้ไขก็แล้วแต่ท่าน ผมไม่ได้รังเกียจ ส.ส. ที่มาจาก การแต่งตั้ง ขอประทานโทษครับ ส.ว. แต่งตั้ง เพื่อนผมก็มีหลายคนแต่ไม่เอ่ยชื่อ ท่านประธานครับ แต่เดิมนั้นการแต่งตั้งไม่ได้อยู่ที่ศาลครับ เมื่อก่อนการแต่งตั้งที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์นั้นมาจากฝ่ายบริหารแต่งตั้ง แต่งตั้งดี แต่งตั้งเลว ฝ่ายบริหารคือรัฐบาลรับผิดชอบไป เราได้ผ่านกระบวนการนี้มาถึงการเลือกตั้ง ก็เกิดการโจมตีกัน เรื่องสภาผัวเมีย แหม เป็นนักเลือกตั้งมาตั้งนาน ทีคลินตันทั้งผัวทั้งเมียเขาเป็นทั้งนั้นไม่ว่ากันเลย หรืออย่างไร พอทำไปทำมากลับมาสู่การแต่งตั้งใหม่ คราวนี้เป็นสภากิ๊กแล้วครับ แอบกันครับ แอบกัน ท่านประธานครับ โดยส่วนตัวไม่ได้รังเกียจอะไรกันเลย แต่สิ่งที่ผมจะกราบเรียน ท่านประธานนี้ขอให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้ตรึกตรองสักนิดครับว่ากระบวนการตามกฎหมาย ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี้ได้ไปดึงเอาศาลครับ ไปดึงเอาอำนาจศาลมาเป็นคนสรรหา ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดกระบวนการที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้เลยครับท่านประธาน ปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้อย่างไร ท่านดูมาตรา ๑๑๓ สิครับ ปรากฏว่าคนที่แต่งตั้ง ส.ว. หรือเรียกว่าสรรหา ก็แล้วแต่นี่นะครับ ๑. ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ๒. ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. ๓. ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ๔. ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช. ๕. ประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ๖. ผู้พิพากษาศาลฎีกา ตัวแทนศาลฎีกา และผู้พิพากษาศาลปกครอง ตัวแทนศาลปกครอง เดี๋ยวผมจะบอกเบื้องหลังด้วย พอเอาเข้าจริง ๆ ในทุกองค์กรอิสระที่ถูกรัฐธรรมนูญเขียนให้มีอำนาจมากที่สุดนี้กลายเป็นบุคลากรที่มาจาก ผู้พิพากษาเกือบหมด ผมได้อภิปรายเรื่องนี้หลายครั้ง ท่านประธานครับ ไม่ได้รังเกียจ แต่ห่วงสถาบันตุลาการ เพราะลักษณะการปกครองไทยนี้มีลักษณะพิเศษที่สุด คือฝ่ายนิติบัญญัติ กับฝ่ายบริหารนั้นมาจากการเลือกตั้ง แต่ตุลาการไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ท่านครับ เรามาจากการเลือกตั้งนั้นจะหนักจะเบามันไม่ตายได้หรอกครับระบบ ผมจึงเปรียบว่าสภา กับฝ่ายบริหารเหมือนตุ๊กตาล้มลุก ล้มแล้วก็ลุกได้ คนยึดอำนาจบางทีหมั่นไส้มาก จับตุ๊กตาล้มลุกขว้างใส่ข้างฝาตกมาลุกมาอีกแล้วครับ ก็ไม่ชอบพวกผม ยึดอำนาจเสร็จปีหนึ่ง สุนัยกลับมาอีกแล้วครับ ท่านครับ แต่ว่าศาลไม่ใช่ตุ๊กตาล้มลุกในโครงสร้างของประชาธิปไตย ของเรา ศาลเป็นตุ๊กตาล้มแตกครับ แล้วปรากฏว่าท่านเอาศาลอ้างว่าองค์กรอิสระ ตามมาตรา ๑๑๓ นี้ครับเข้ามานั่งกันหมด ปรากฏว่าในความเป็นจริงก็มาจากศาลทั้งหมด ผมถามหน่อยเถอะครับ โดยจริยธรรมของผู้พิพากษานั้นท่านไม่อาจจะมาคลุกคลีตีโมง กินเหล้ากินยากับทนายได้ รวมตลอดจะไปสัมพันธ์ทางสังคมกับองค์กรนั้นกับสมาคมนี้ไม่ได้หรอกครับ ผมถามหน่อยว่ามาตรา ๑๑๓ ที่บอกว่าเป็นบุคคลที่จะสรรหา ส.ว. นั้นมีความสามารถสรรหา ได้จริงหรือครับ ก็ในเมื่อท่านไม่เคยไปรู้จักกับใครเลย เพราะโดยจริยธรรมของศาลนั้น ท่านจะลงมาจากบัลลังก์มาสัมพันธ์กับคนอื่นไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เองโดยหน้าที่จริง ๆ สรรหา บุคลากรไม่ได้หรอกครับ แล้วใครสรรหาล่ะครับ คนอยู่ข้างหลังครับ หัวหน้าคณะปฏิวัติ ตัวจริง ถ้าผมพูดอย่างนี้ก็อย่าหาว่าผมไปก้าวล่วง ผมไม่พูดถึงหรอกครับ แต่ถ้าผมไว้สีผม ของผมอย่างนี้ก็อย่าว่าอะไรผมเลยนะครับ ท่านประธานครับ พอแต่งตั้ง ส.ว. เสร็จ ศาลรัฐธรรมนูญทำผิดถอดถอนได้ไหมครับ ส.ว. ถอดถอนตามกฎหมายได้ แต่ในทางปฏิบัติ ถอดถอนได้ไหมครับก็เขาตั้งคุณมานี่ กกต. ป.ป.ช. ทำไม่ชอบ ส.ว. ถอดถอนได้ไหมครับ จะถอดถอนได้อย่างไรล่ะครับเขาตั้งมา ที่เรียกว่าผลัดกันเกาหลังนี่คือของแท้อยู่ที่นี่ครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ละครับได้สร้างองค์กรอำนาจผลัดกันเกาหลังของแท้อยู่ในนี้ ท่านประธานครับ วันนี้ท่านก็เห็นศาลรัฐธรรมนูญบุคคลหนึ่งออกมาพูดชัดเจนว่าที่ตัดสินไปนั้นไม่ถูกต้อง บังเอิญสถานการณ์ตอนนั้นเกิดความไม่สงบศาลเลยอยากจะตัดสินให้เกิดความสงบจึงยุบพรรค ถ้ามีความสงบไม่ยุบหรอก นี่ผมเพิ่งรู้นะครับว่าศาลตัดสินตามสถานการณ์ไม่ใช่ตัดสิน ตามหลักฐาน แล้วก็ไม่ได้ดูเพราะความไม่รู้ของท่านท่านก็ไปดูว่าคนที่ก่อความไม่สงบนั้นคือใคร ปรากฏว่าเลยไปล่ออีกฝั่งหนึ่งหมดเรียบร้อยเลย อย่างกรณีอย่างนี้ ส.ว. ไม่เห็นพูดเลยครับ ผมไม่ได้ว่าท่านเพราะท่านถูกแต่งตั้งมาครึ่งหนึ่งครับมาจากกลุ่มคนเหล่านี้ ท่านประธานครับ ตรงนี้ผมจึงบอกว่านี่คือการไปดึงศาลมาติดคุกการเมือง ศาลส่วนใหญ่เขามีความเห็น เยอะมากนะครับเขาไม่เห็นด้วย แต่ศาลบางคนที่เข้ามาอยู่ตรงนี้อาจจะแฮปปี้ (Happy) อาจจะมีความสุข พอไปดูโครงสร้างปรากฏว่าทำไมครับการรัฐประหารตั้งแต่ต้นมีประธานศาลฎีกา ไปนั่งวางแผนยึดอำนาจกับเขาด้วย มีเลขาประธานศาลฎีกาไปนั่งประชุมกับเขาด้วย หลังจากยึดอำนาจได้แล้วบุคคลเหล่านี้ก็เข้ามาสู่ฝ่ายการเมืองมันก็ยิ่งชัด แล้วปรากฏว่า มีคนคนหนึ่งที่เป็นศาลเป็นคนไปเขียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้น ก็ไหนท่านบอกว่าผลประโยชน์ ทับซ้อนท่านเกลียดจัง