รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๔ เมษายน ๒๕๕๖

บุญยอด สุขถิ่นไทย อภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยแสดงความไม่เห็นด้วย และเรียกร้องให้ตรวจสอบการลงชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พร้อมยืนยันเจตนาของผู้ลงชื่อ และคงหลักการที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตลอดจนการเพิ่มจำนวนสมาชิกวุฒิสภา โดยไม่ให้สมาชิกวุฒิสภาได้รับผลประโยชน์ทับซ้อน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เข้าประเด็นครับ เข้าประเด็นก็คือว่ามีความแห้งแล้ง ๓๘ จังหวัดทั่วประเทศรวมทั้ง จังหวัดสุรินทร์ด้วย ผมก็เลยต้องเรียนต่อพี่น้องประชาชนว่า ส.ส. ของท่านจึงไม่ได้ไปที่ จังหวัดสุรินทร์และจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศรวมทั้ง ส.ว. ด้วยที่จะไปดูแลความเดือดร้อน เพราะต้องมาทำการพิจารณาเรื่องนี้ สัปดาห์ที่แล้วก็กู้เงินไปแล้ว ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับดอกเบี้ยรวมเป็น ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เลยทำให้ไม่มีใครได้ไปดูพื้นที่ การพิจารณาในวันนี้ที่จะต้องแสดงความไม่เห็นด้วยผมดูตั้งแต่หน้าแรกเลยของทั้ง ๓ ฉบับ ถ้าท่านประธานดูนะครับ ท่าน ส.ว. สมชายกรุณาตั้งข้อสังเกตไปแล้วว่าหน้าแรกที่มี การลงชื่อกันนั้นไม่มีการระบุเลขมาตรา อาจจะมีความสับสนก็ได้ว่าการลงชื่อครั้งนี้ลงชื่อ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราใดขอให้ตรวจสอบด้วย นอกจากนั้นท่านประธานครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนั้นมีอยู่เยอะ ผมก็ขออนุญาตข้ามไปไม่เป็นไร มาดูกันว่า จะทำเรื่องนี้ไปเพื่ออะไร ผมเห็นด้วยกับสมาชิกหลายท่านครับว่าเราคุยกันวันนี้ ๓ วัน ไม่มีประโยชน์หรอกครับ ๓ วันนี้พูดกันไปเถอะครับ สุดท้ายอาจจะเสนอการพิจารณา วาระที่สามเข้ามาแก้ทั้งฉบับก็ได้เพราะวันนี้เพียงแค่เปิดทางไว้ ผมขอให้ท่านดิเรก ถึงฝั่ง ขออนุญาตเอ่ยนาม เพราะท่านเป็นผู้ลงชื่อในการแก้ไขมาตรา ๖๘ ลุกขึ้นยืนยันต่อสภาว่า เจตนาของท่านในการแก้ไขมาตรา ๖๘ ไม่ได้ทำให้เกิดการไปสู่การแก้ไขวาระที่สาม ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับซึ่งศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีการตัดสินมาแล้ว ขอบพระคุณ ที่ท่านอยู่ที่นี่เดี๋ยวผมจะพาดพิงท่านอีกเยอะนะครับ ผมขออนุญาตดูทีละเรื่องเลยนะครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าการแก้ไข ๓ ฉบับนี้เป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชนอย่างแท้จริง และเป็นการรวบอำนาจเข้ามาโดยผู้มีอำนาจบางคนที่ใช้สภานี้เป็นเครื่องมือ ผมขออนุญาต หยิบยกครับท่านประธาน นี่คือรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐสภา สรุปเรื่องนี้มาเดือนมิถุนายน ๒๕๕๒ ประธานเรื่องนี้ ก็คือ นายดิเรก ถึงฝั่ง เป็นประธานคณะกรรมการ อีกท่านหนึ่งที่ขออนุญาตเอ่ยนาม เพราะเป็นกรรมการร่วมด้วยคือ นายกฤช อาทิตย์แก้ว สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งร่วมลงชื่อ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เท่าที่ผมตรวจดูเกือบทุกฉบับ ประเด็นที่ส่งเข้ามาในเรื่องของ การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีอยู่เพียงแค่ ๖ ประเด็นเท่านั้นในรายงานของท่าน ประเด็นที่ ๑ การยุบพรรคการเมืองและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคการเมืองตามมาตรา ๒๓๗ รายงานของท่านยืนยันเลยนะครับ แล้วเดี๋ยวผมจะอภิปรายสอดคล้องกับร่างที่ท่านส่งมา ดูรายงานของท่านก่อนครับ รายงาน ของท่านบอกว่าที่ประชุมส่วนใหญ่มีความคิดเห็นสอดคล้องกันคือเห็นชอบให้ยกเลิกการยุบ พรรคการเมืองเฉพาะในมาตรา ๒๓๗ แต่ให้คงไว้ซึ่งการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเฉพาะตัว ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่กระทำความผิดตามมาตรา ๒๓๗ เท่านั้น แล้วสิ่งที่ท่านส่งเข้ามาคืออะไร สิ่งที่ท่านส่งเข้ามา หลักการ ๑. แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของบุคคลเพื่อพิทักษ์ รัฐธรรมนูญ การเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญและยกเลิกการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้า พรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง ยุบพรรคการเมืองตามมาตรา ๖๘ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๖๘ ๒. ยกเลิกบทบัญญัติ ที่ว่าด้วยการยุบพรรคการเมืองและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง และกรรมการบริหารพรรคการเมือง ยกเลิกวรรคสองของมาตรา ๒๓๗ ขัดแย้งกันไหมครับ จำสิ่งที่ตัวเองเคยทำไว้ไม่ได้แล้วหรือที่ท่านเองยืนยันว่ายกเว้น คือให้คงไว้ซึ่งการเพิกถอน สิทธิเลือกตั้งเฉพาะตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งที่กระทำความผิด และถ้าผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๒๓๘ เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหาร พรรคการเมืองแล้วก็ควรได้รับโทษที่สูงขึ้น เช่นถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นระยะเวลา ที่ยาวนานกว่าเป็นต้น ท่านลืมบทสรุปของท่านแล้วหรือครับ

ประเด็นที่ ๒ มาตรา ๑๙๐ ในการสรุปข้อที่ ๔ ของท่าน การทำหนังสือ สัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ที่ประชุมส่วนใหญ่มีความเห็นร่วมกันคือ เห็นชอบให้คงหลักการที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมและให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ หนังสือสัญญาในมาตรา ๑๙๐ ไว้ แต่แก้ไขเพิ่มเติมข้อความในวรรคห้า ก็คือการให้กำหนด ประเภทของหนังสือสัญญาขึ้นมา ท่านดิเรก ถึงฝั่ง ท่านลงนามร่วมด้วยนะครับ ในมาตรา ๑๙๐ มาตรา ๑๙๐ คือการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในฉบับแก้ไขของท่าน ทำไมท่าน ทำแบบนี้ล่ะครับ

ประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องของ ส.ว. ที่มาของ ส.ว. ในรายงานของท่านท่านบอกว่า ให้ไปใช้ ๒๐๐ คน ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ โดยให้มีสภาพี่เลี้ยง ยังต้องการให้วุฒิสภา มีอำนาจหน้าที่อย่างกว้างในการใช้อำนาจหน้าที่ตรวจสอบควบคุมบริหารราชการแผ่นดิน แต่ในการแก้ไขของฉบับนี้ก็ไม่ตรง ๒๐๐ คนอาจจะตรง แต่ที่มาของ ส.ว. นั้นยังไม่ได้ถูกระบุว่า จะมาจังหวัดละเท่าไร

ผมขออภิปรายต่อในเรื่องของ ส.ว. ว่าสิ่งที่จะแก้ไขในวันนี้ตัวเลขมันเห็นชัดครับ ท่านประธาน ว่านี่คือคณิตศาสตร์การเมืองอย่างแท้จริง ทำไม ถ้าท่านบอกว่าการเลือกตั้ง เป็นสิ่งที่เป็นคำตอบของการเป็นสมาชิกวุฒิสภา ท่านไม่คงไว้ที่ ๗๗ คน ๗๗ จังหวัดล่ะครับ ทำไมต้องเพิ่มจาก ๑๕๐ คนในปัจจุบันเป็น ๒๐๐ คนล่ะครับ ถ้าท่านบอกว่าการเลือกตั้ง คือสิ่งที่ดีที่สุดของการเป็นตัวแทนประชาชน ทำไมท่านไม่สนับสนุนให้เลือกตั้ง ส.ส. ทั้งหมด สภาล่ะครับ ทั้ง ๕๐๐ คน บัญชีรายชื่อไม่ต้องเอาดีไหมครับ นี่คือคณิตศาสตร์การเมืองครับ ท่านประธาน เพราะประชากรมีไม่เท่ากัน ผมเชื่อว่านี่คือการวางหมากไว้ว่าในภาคบางภาค พรรคการเมืองบางพรรคมีความเชี่ยวชาญ ๒-๓ ภาครวมกัน สามารถเอาชนะการเลือกตั้ง ได้จำนวนมาก หลังจากนั้นสมาชิกวุฒิสภาจะสูญเสียความเป็นกลางอย่างชัดเจน เพราะจะต้องชนะการเลือกตั้งก็ต้องพึ่งพิงพรรคการเมืองซึ่งมีฐานคะแนนเสียงอยู่ ความประพฤติหรือพฤติกรรมของ ส.ว. ในปัจจุบันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ มีการวิพากษ์วิจารณ์ มากมายว่า ส.ว. บางท่าน บางคน ถ้าท่านไม่เดือดร้อนก็กรุณาอย่าลุกขึ้นประท้วงนะครับ รับใช้พรรคการเมือง ท่านประธานครับ การไม่เว้นวรรคด้วยนะครับเป็นเรื่องที่น่าจะต้อง ถูกพิจารณาว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ในผู้ที่แก้ไขเข้ามาในเรื่องของ ส.ว. มีสมาชิก วุฒิสภาชุดนี้อยู่ด้วยที่เป็นผู้ยื่นการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมคิดว่ามันเป็นคำถาม ต่อไปครับว่า ส.ว. ต่าง ๆ เหล่านี้ ผมขออนุญาตไม่อ่านชื่อนะครับ แต่ผมคิดประชาชน สามารถตรวจสอบดูได้ สามารถจะรู้ได้ว่ามี ส.ว. ท่านใดบ้างที่กล้ายื่นเรื่องนี้ให้ตนเอง และคณะของตนเองนั้นมีผลประโยชน์ทับซ้อนก็คือการได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ว. อีกครั้งหนึ่งในสมัยหน้า แน่จริงประกาศกันเลยครับว่า ส.ว. ชุดนี้จะไม่รับประโยชน์ทับซ้อน ใด ๆ จะขอเว้นวรรค ๑ สมัยแล้วค่อยไปว่ากันคราวหน้า เอาอย่างนี้ไหมครับ ผมกราบเรียน ต่อท่านประธานและพี่น้องประชาชนครับว่าวันนี้ไม่ใช่ภาระหน้าที่ที่สำคัญของสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภาที่จะมาพิจารณาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับที่เกิดขึ้นในวันนี้ มีภาระ มากมายของประเทศนี้ที่จะต้องเผชิญต่อทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เรื่องการเมือง ไม่ใช่เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในวันนี้ แต่วันนี้มีคนบางคนอาจจะสั่งให้เราทำ มีคนบางคน มีมือที่มองไม่เห็นมากำหนดให้พวกเราต้องมานั่งประชุมกันในวันนี้ ผมรู้สึกละอาย ผมรู้สึก เสียดายโอกาสของพี่น้องประชาชน ผมขอให้พี่น้องประชาชนลุกขึ้น ในสภาแห่งนี้อาจจะ ทำหน้าที่แทนท่านไม่ได้ ถ้าท่านมีโอกาส มีเวลา ขอให้เสื้อแดงที่มีความเป็นประชาธิปไตย ที่แท้จริงออกมาชุมนุมในโอกาสต่อไปเพื่อเรียกร้องความถูกต้อง ความยุติธรรมที่แท้จริง ต่อพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับ