กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม คำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ คำที่ได้ยินบ่อยถึงเหตุผลในการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ตลอด ๓ วันที่ผม เฝ้านั่งรอมาก็คือ คำว่า ประชาธิปไตย แก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น คำว่า ประชาชนคืนอำนาจให้แก่ประชาชน คำว่า การเลือกตั้งประชาธิปไตยต้องมาจากการเลือกตั้ง และสุดท้าย คำว่า ผลไม้พิษ หรือของโจร ก็คือที่มาของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ กระผมยอมรับว่าการเลือกตั้งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขาดเสียมิได้ของระบอบประชาธิปไตย แต่กระผมก็มีความเชื่อว่าการเลือกตั้งไม่ใช่ทั้งหมดของประชาธิปไตย ยังมีปัจจัยอื่น ที่มีความสำคัญที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบอบประชาธิปไตยยุคใหม่ กล่าวคือการควบคุมตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและการมี ส่วนร่วมโดยตรงของประชาชนและรวมถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชน ท่านประธานครับ ในบรรดาร่างรัฐธรรมนูญ ๓ ประเด็นที่กระผมเห็นว่าไม่ตอบโจทย์ระบอบประชาธิปไตย มากที่สุด ก็คือร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มาตรา ๑๙๐ เพราะว่าเมื่อดูโดยรวมทั้งหมดแล้วเปรียบเสมือนเป็นการยึดอำนาจจากรัฐสภา เปรียบเสมือนเป็นการยึดอำนาจจากประชาชนเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่ฝ่ายบริหาร ท่านประธานครับ เนื้อหาของมาตรา ๑๙๐ ที่แก้ใหม่นี้จะมีผลเป็นการให้ตัดหนังสือสัญญา ออกไป ๒ ประเภทที่ไม่ต้องนำเข้ามาขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ก็คือ
๑. หนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือสังคม ของประเทศอย่างกว้างขวาง
๒. หนังสือสัญญาที่มีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณ ของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ตัดหนังสือสัญญาเกี่ยวกับเศรษฐกิจออกไปทั้งหมด เหลือเพียง หนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตอำนาจแห่งรัฐซึ่งเป็นคำ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาตรา ๒๒๔ ซึ่งปรากฏขึ้นมาครั้งแรกในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๓๔ กล่าวคือ ๒๐ ปีมาแล้วครับ เรากำลังจะเดินหน้าประเทศ แต่เรากำลังจะย้อนยุคกลับไป ๒๐ ปี ท่านประธานครับ ถ้าตัดหนังสือสัญญา ๒ ประเภทใหญ่นี้ออกไปผลที่จะเกิดขึ้น คืออะไรครับ ผลที่จะเกิดขึ้นก็คือว่าสถานการณ์ปัจจุบันนั้นเป็นสถานการณ์ที่รัฐบาลตั้งเป้า จะมีการลงทุนขนานใหญ่ภายใน ๗-๑๐ ปี อาจจะมีการให้สัมปทานต่างชาติเข้ามา ประกอบการ อาจจะมีการร่วมทุนกับต่างชาติ อาจจะต้องมีการกู้เงินจากต่างชาติ ผลที่เกิดขึ้นแน่ ๆ ก็คือสัญญากู้เงินต่อจากนี้ไม่ต้องผ่านรัฐสภา ก่อนหน้านี้เราเคยพิจารณา สัญญากู้เงินจากธนาคารโลก จากธนาคารเอดีบี (ADB) ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยที่สัญญากู้เงินจะไม่ต้องผ่านรัฐสภา และสมาชิกที่ยื่น ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรานี้เมื่อปี ๒๕๕๒ ท่านก็ไม่เคยเห็นด้วยครับ ในขณะนั้นรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญา พ.ศ. .... มาตรา ๔ วรรคสอง ยกเว้นว่าสัญญากู้เงินตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ไม่อยู่ในข่ายหนังสือสัญญาที่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา เพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทย อภิปรายจนรัฐบาลในขณะนั้นไปไม่เป็น ต้องถอนร่างพระราชบัญญัติฉบับนั้นออกไป เหตุการณ์ ผ่านไป ๓ ปีเกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมท่านถึงเปลี่ยนใจที่จะมาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้หนังสือสัญญากู้เงินไม่ต้องผ่านสภา แต่ยังทำให้หนังสือสัญญาเกี่ยวกับ เศรษฐกิจทั้งหมดไม่ต้องผ่านสภา ท่านประธานครับ สาเหตุที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เขาต้อง บัญญัติมาตรา ๑๙๐ เอาหนังสือสัญญา ๒ ประเภทเข้ามาขอความเห็นชอบจากสภา ก็เพราะ สถานการณ์การใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้นมีการทำหนังสือสัญญาเศรษฐกิจที่ผูกพัน การลงทุนของประเทศอย่างมหาศาลหลายครั้งแต่ไม่เคยต้องผ่านสภา รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ใช้บังคับมา ๑๐ ปี มีหนังสือสัญญาที่ผ่านเข้ามาตามมาตรา ๒๒๔ เพียง ๑๐ ฉบับ เป็นฉบับเล็ก ๆ เอฟทีเอแต่ละฉบับไม่เคยผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น ในการแก้ไขหรือการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ปี ๒๕๕๐ นั้นจึงได้มีการบัญญัติเอาไว้ เพราะเห็นว่า เป็นภาระสำคัญของประเทศชาติ สถานการณ์จากนี้ไป ๗ ปี การลงทุนครั้งใหญ่สัญญาทาง เศรษฐกิจจะมีความหมายต่อประเทศไทยอย่างยิ่งยวด ยิ่งเมื่อพิจารณาจากร่างพระราชบัญญัติ ร่วมทุนฉบับใหม่ ยิ่งเมื่อพิจารณาจากร่างพระราชบัญญัติกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเห็นได้ว่า ถ้ามีการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ เป็นไปตามร่างที่เสนอมานี้ ผมเชื่อว่ามันเสมือนจิกซอว์ตัวสุดท้าย ที่จะทำให้การลงทุนครั้งใหญ่ที่ต้องร่วมทุนกับต่างชาติในขณะนี้นั้นรอดหูรอดตารัฐสภา และที่สำคัญครับท่านประธาน เมื่อรอดหูรอดตารัฐสภาไปแล้วก็จะไม่ผ่านความรับรู้ ของประชาชน เพราะเป็นการตัดขั้นตอนตามมาตรา ๑๙๐ ที่กำหนดไว้ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ๔ ขั้นตอน คือ ๒ ขั้นตอนก่อนทำหนังสือสัญญา และอีก ๒ ขั้นตอนหลังทำหนังสือสัญญา ออกไปด้วย ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ มีขึ้นเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ใน ๓ ประการ ก็คือเพิ่มเติมบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพิ่มเติม ความโปร่งใสในกระบวนการทำหนังสือสัญญาและเพิ่มเติมการตรวจสอบและถ่วงดุลกัน ระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านประธานครับ นอกจากตัดหนังสือสัญญา ๒ ประเภท ออกไปแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือว่าการกลับไปใช้แต่เพียงคำว่า หนังสือสัญญาที่มีบท เปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตอำนาจแห่งรัฐนั้น คำว่า เขตอำนาจแห่งรัฐ เป็นคำที่มีปัญหาครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ใช้คำว่า หนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศมีสิทธิอธิปไตย หรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ ให้ความหมายที่ครอบคลุมมากกว่า ท่านประธานครับ คำว่า เขตอำนาจแห่งรัฐ นั้นเคยเป็นคดีความ ขึ้นศาลรัฐธรรมนูญในยุคก่อนหน้านี้ในคดีคำวินิจฉัยที่ ๓๓/๒๕๔๓ วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๔๓ เพราะว่าคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นไปทางหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศมีความเห็น ไปทางหนึ่งเรื่องเขตอำนาจของรัฐ และศาลรัฐธรรมนูญในขณะนั้นก็ไม่ได้ชี้ขาดชัดเจนว่า เขตอำนาจแห่งรัฐมีความหมายว่าอย่างไร ถ้าเผื่อเรากลับไปใช้ตามร่างแก้ไขในมาตรานี้ ก็จะเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนตามมา ท่านประธานครับ ผมรอมา ๓ วัน ขออีก ๑ นาทีครึ่ง ท่านประธานครับ ประเด็นสำคัญที่สุดที่ผมจะบอกก็คือว่าในเมื่อเราอ้างประชาชน เราอ้างประชาธิปไตย เราบอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นผลไม้พิษ เป็นของโจรที่พวกเรา ไม่ควรจะรักษาไว้ ผมอาจจะเห็นด้วยครับ และกลับมาคิดดูหลายครั้งหลายครา แต่ท่านประธานครับ มันน่าแปลกนะครับว่าโจร ถ้าใช่ที่ร่วมกันเขียนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ทำไมโจรคนนั้นจงใจที่จะให้สิทธิแก่ประชาชน ให้อำนาจแก่ประชาชนในการตรวจสอบ เรื่องราวของเขาที่จะมีผลกระทบไปชั่วลูกชั่วหลานในเรื่องหนังสือสัญญา ๒ ประเภทนั้น แล้วทำไมการที่จะทำลายผลไม้พิษ การที่จะทำลายของโจร ไม่รักษาของโจรเอาไว้นั้น เรากลับไปยึดอำนาจที่ประชาชนเคยมีเคยได้ตามมาตรา ๑๙๐ กลับมาไว้กับฝ่ายบริหาร ท่านประธานครับ เป็นไปได้ไหมครับว่าโจรที่ร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ถ้าใช่ก็เป็นโจรที่ยึด อำนาจมาจากนักการเมือง เป็นโจรที่ยึดอำนาจมาจากกลุ่มทุนเจ้าของพรรคการเมือง บังเอิญ โจรคนนั้นไม่ฉลาดครับ ยึดอำนาจมาแล้วทำไม่เป็น แล้วไม่ดำเนินการปฏิรูปประเทศ อย่างกว้างขวาง ก็เลยทำให้นักการเมืองหรือกลุ่มทุนเจ้าของพรรคการเมืองนั้นสามารถฟื้นฟูพลัง ขึ้นมาอย่างเข้มแข็งมากกว่าเดิมอีก ๑๐๐ เท่า ท่านประธานครับ พอจะกล่าวได้ไหมครับ ท่านประธาน สุดท้ายแล้วครับท่านประธาน ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ พอจะกล่าวได้ไหมว่า การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ที่เป็นการยึดอำนาจไปจากประชาชนเฉพาะตัวอย่างที่กระผมพูด ในเรื่องมาตรา ๑๙๐ นั้น ถ้าจะมีคนเขากล่าวว่ามันน่าจะเปรียบเทียบว่าเป็นโจรอีกประเภทหนึ่ง ได้หรือไม่ครับ และโจรทั้ง ๒ ประเภทหรือโจรทั้ง ๒ คนนี้ใครร้ายแรงกว่ากันเราควรจะต้อง ตัดสินใจอย่างไร ผมขอฝากความเห็นนี้ผ่านไปยังสมาชิกทุกท่านที่กำลังจะต้องตัดสินใจในอีก ไม่กี่นาทีข้างหน้า กราบขอบพระคุณครับ