รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๔ เมษายน ๒๕๕๖

เฉลิม อยู่บำรุง หารือเรื่องการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 เกี่ยวกับการทำสัญญาระหว่างประเทศ และมาตรา 68 เกี่ยวกับการยุบพรรคการเมือง โดยเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 68 และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 68 เพื่อให้ชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการยุบพรรค

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมต้องอภิปรายข้อเท็จจริงเรื่องนี้ผมอยากให้พี่น้องประชาชนคนทางบ้านได้รับรู้ รับทราบ ว่าการทำหน้าที่รองประธานรัฐสภาในการประชุมและลงนามใน ๓ เรื่อง ๓ ราว แต่เรื่องที่มา วุฒิสภาท่านไม่ยอมลงนาม นั่นเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม ก่อนด่าทำไมไม่อ่านกฎหมายเสียก่อนล่ะ และ ณ วันนี้ยังไม่เห็นตรงไหนที่ท่านประธานในฐานะรองประธานรัฐสภาได้กระทำตัวไม่เป็นกลาง เข้าข้างใคร ก็ยังไม่มี ก็คะแนนยังไม่ได้ลง เวลาด่าเขาเพลิน เวลาคนมาย้อนหน่อย ก็ทำเป็นหงุดหงิด ผมไม่ฟัง ผมจะอภิปรายต่อไป ท่านประธานครับ ๑. วุฒิสมาชิกมาจาก การเลือกตั้ง ๒. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๙๐ เกี่ยวกับเรื่องการทำสัญญาระหว่างประเทศ ถ้าเป็นรัฐบาลที่ไม่กล้าเมกกิง ดีซิซัน (Making decision) ไม่กล้าตัดสินใจ จะชอบมาตรา ๑๙๐ เจ้าหญิงเรไร พวกผมมันไม่ใช่เจ้าชายลังเล พวกผมเป็นคนตัดสินใจ แต่เราก็อนุรักษ์ไว้ว่า หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตอำนาจแห่งรัฐ หรือจะต้องออก เป็นพระราชบัญญัติเพื่อให้เป็นตามสัญญาต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แต่ถ้าถามว่าผมจะเดินทางไปประเทศมาเลเซียจะไปพบนาจิบส่วนตัว จะไปพบ มหาเธร์ส่วนตัว แล้วก็บอกต้องมาขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ให้อนุมัติ สมช. ศอ.บต. เขาไปเจรจากับคนไทย แต่ว่าในประเทศมาเลเซียมันเกี่ยวกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่ไหน ขอบพระคุณพรรคเพื่อไทยที่ให้โอกาสผมได้อภิปราย แต่เดิม เขาไม่มีเวลา เขาบอกมีเวลาเข้ามาก็ผิดช่อง ท่านสมศักดิ์เป็นประธาน อ้ายพวกประท้วงไม่ให้ผมพูด คิดผิด ผมบอกว่า ๒๐ นาฬิกา ๑๕ นาที แฟนการเมืองก็รอเวลา ขณะนี้เต็มหมด เดี๋ยวจะได้รู้ ว่าการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญขณะนี้เป็นอย่างไร แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๖๘ มาตรา ๒๓๗ การพิจารณาร้องเรียนตามมาตรา ๖๘ ให้อัยการมีอำนาจรับเรื่องไว้โดยไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญ รับเรื่องร้องเรียนโดยตรงอย่างที่ผ่านมา และมาตรา ๒๓๗ เรื่องการยุบพรรค ผมจะอภิปราย แบบก้าวกระโดด เรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก โลกนี้ผมรีเสิร์ช (Research) ยังหา ไม่เจอว่าไปยุบพรรคการเมือง พรรคมันเป็นซิมโบล (Symbol) เป็นสัญลักษณ์ พรรคเป็นนิติบุคคล การยุบพรรคไม่ถูกต้องในมุมมองของผม ส่วนการลงโทษผู้กระทำความผิดถูกต้อง จะมีโทษานุโทษโทษทัณฑ์ลงไป แต่การยุบพรรคไม่ถูกต้อง ต้องยกเลิก กฎหมายโบราณ กฎหมายเผด็จการ ผมเรียนท่านประธานต่อว่าสำหรับมาตรา ๖๘ คนเรียนกฎหมายนี่ครับ ไม่ต้องอธิบายเลย ผมขออนุญาตท่านประธานได้อ่านมาตรา ๖๘ วรรคสอง บอกว่า ในกรณี ที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง คือจะล้มล้างการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยให้ได้มาซึ่งอำนาจประชาธิปไตยโดยขัดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ผมจะไปเอา อำนาจที่ไหนมาไว้ตรงไหน วันนี้ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาล คนอภิปรายยืนอยู่นี่ ทำหน้าที่ นายกรัฐมนตรีไม่อยู่ก็แอบรักษาการแทน ๖ ชั่วโมง ๘ ชั่วโมง ผมมีอำนาจอยู่แล้วครับ พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งถูกต้องตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญทั่วโลก เขายอมรับ คิดไม่เป็นหรือครับพวกผมกินแกลบหรือ อยู่ ๆ จะไปดำเนินการใช้สิทธิ และเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีองค์พระมหากษัตริย์ เป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ และให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการ ซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมิได้ ผมขอแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๖๘ เพื่อขอความชัดเจนว่าศาลรัฐธรรมนูญเอาอย่างไรแน่ ในอดีตที่ผ่านมายุบพรรคโน้น ยุบพรรคนี้ ยุบพรรคนั้น โน่น นี่ นี่ นั่น ร้องผ่านอัยการทั้งนั้นแล้วเกิดอะไรขึ้น เมื่อผมแก้ มาตรา ๒๙๑ ถึงบอกว่าลงมติไม่ได้ ถ้าจะลงมติต้องไปขอประชามติหรือไม่แก้เป็นรายมาตรา แล้วนี่ก็มีอีกแล้ว ไอ้ ๔๒ ส.ว. ไปร้องว่าขัดรัฐธรรมนูญ ผมยื่นแก้ไขภายใต้คำแนะนำ ของศาลรัฐธรรมนูญ พอมาวรรคสองท่านประธานครับ ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใด กระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระทำผิดดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุด ตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำ ดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว คำว่า และ มันต้อง ๒ ท่อนรวมกัน เขาไม่ได้บอกว่าหรือ และ กับ หรือ แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ย้ำกับท่านประธานอีกนิดหนึ่ง