เฉลิม อยู่บำรุง อภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 โดยเน้นย้ำถึงการแก้ไขบางมาตรา และยกเลิกบางมาตรา โดยไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ 3 ฉบับ 4 ประเด็น
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เบื้องต้นผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาและให้ พี่น้องประชาชนได้เกิดความเข้าใจ หลายคนที่อภิปรายซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล้วก็ซ้ำซาก บอกว่า การแก้ไขมาตรา ๖๘ จะนำไปสู่การแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ อ้างแม้กระทั่งว่า จะทำให้คดีความที่ศาลตัดสินแล้วต้องยกเลิก อ้างแม้กระทั่งว่าจะมีการคืนทรัพย์สิน ผมขอ อนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่ามาตรา ๓๐๙ เขาเขียนไว้ชัด อ่านหนังสือไทยรู้ก็เข้าใจ บอกว่า บรรดาการใด ๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) คือรัฐธรรมนูญฉบับคณะปฏิวัติ พุทธศักราช ๒๕๔๙ ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลัง วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ ไม่ได้ มีสาระอะไรเลยท่านประธานที่เคารพ เสียเวลาสภา มาตรา ๓๐๙ รับรองรัฐธรรมนูญ คณะปฏิวัติฉบับชั่วคราวและรับรองการกระทำทั้งหมดว่าไม่ผิด ฉีกทิ้งอีก ๑๐๐ ครั้งก็ไม่มีใคร ได้ประโยชน์ คดีที่ศาลฎีกาตัดสินแล้วก็ไม่เกี่ยว เงินทองก็ไม่ได้ นี่เรื่องแรกที่ผมต้อง กราบเรียนท่านประธาน
เรื่องที่ ๒ เดี๋ยวมันช้าไปแก้รัฐธรรมนูญเพื่อโกงการเลือกตั้ง ถามว่า การเลือกตั้ง ๒ ครั้งที่ผ่านมา เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ และเมื่อปี ๒๕๕๐ ๒ ครั้ง เลือกตั้งพวกผมเป็นฝ่ายค้าน พูดจาย่ำยีจิตใจ ไม่เกรงใจ กกต. วันนี้ใครเป็นคนดูแล การเลือกตั้ง รัฐบาลไม่เกี่ยวข้องเป็นหน้าที่ของ กกต. ผมย้ำอีกครั้งหนึ่ง ปี ๒๕๕๐ พวกผมได้ ๒๓๓ ที่นั่ง เป็นฝ่ายค้านเลือกตั้งท่ามกลางรัฐบาลภายใต้คณะปฏิวัติแต่ ๒๓๓ ที่นั่ง พอมา วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ได้ ๒๖๕ ที่นั่ง เป็นรัฐบาล ปี ๒๕๕๓ เป็นรัฐบาลก็มีการยุบพรรค จึงเป็นตำนานที่มาของงูเห่าภาค ๒ งูเห่าภาคแรก ปี ๒๕๔๐ เอาเสียงจาก พรรคประชากรไทยไปตั้งรัฐบาล พอปีที่มีการยุบพรรคพลังประชาชนก็เอา ๕๒ อสูรออกไป จากพรรคผม ผมชนะเลือกตั้งและไม่ได้เป็นรัฐบาลเป็นฝ่ายค้าน กกต. กำหนดการเลือกตั้ง แล้วพวกผมจะโกงได้อย่างไร อันนี้ไร้สาระไม่เกรงใจ กกต. เขา ผมมีประเด็นที่จะกราบเรียน ท่านประธานต่อไปว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มี ๓ ฉบับ ๔ ประเด็นรู้หมดว่าข้อเท็จจริง พิสูจน์ทราบเป็นอย่างไร แต่ไม่อยากพูด อยากวิจารณ์ อยากทำลาย เผลอหน่อยก็ ท่านทักษิณ ๆ จนกระทั่งเมื่อสักครู่ยังบอกว่าเฉลิมบอกเป็นขี้ข้าท่านทักษิณ ครับ ผมบอก ผมเป็นก็รักเคารพกันจะทำอย่างไร ผมไม่ผิด นี่มันเป็นเรื่องการเมืองโยงกันไปโยงกันมา ก็ท่านทักษิณสั่งโน่นสั่งนี่แล้วมันก็สั่งได้ไหมครับ มันก็มีวิจารณญาณของผู้แทนราษฎรเขา ท่านขอแก้ไขทั้งหมดนี่ง่าย ๆ แก้ไขมาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๑๒ มาตรา ๑๑๕ มาตรา ๑๖๖ วรรคสอง มาตรา ๑๑๗ มาตรา ๑๑๘ มาตรา ๑๒๐ และมาตรา ๒๔๑ วรรคหนึ่ง ยกเลิก มาตรา ๑๑๓ และมาตรา ๑๑๔ เกี่ยวกับที่มาของ ส.ว. เสนอโดย ส.ส. และ ส.ว. รวม ๓๐๘ คน ผิดตรงไหนล่ะครับ ส.ว. สรรหาก็ไม่ผิด เพราะรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เขียนไว้ แต่พวกผมรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง บอกถ้าพรรคพลังประชาชนได้เสียงข้างมากเป็นรัฐบาล ผมจะแก้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ บอกก่อนครับ บอกก่อนเลือกตั้ง พอเอาคนของผมไป ไปตั้งรัฐบาลกันก็แก้รัฐธรรมนูญแต่ผมไปว่าอะไรไหม ก็ไม่ว่า เป็นสิทธิของเสียงข้างมาก ถ้าผมถามบ้างว่าทำไมต้องเปลี่ยนวิธีการเลือกตั้งก็เป็นสิทธิของรัฐบาลชุดนั้น ถ้าพวกผม จะถามบ้างว่าทำไมต้องลดจำนวนสมาชิกวุฒิสภาให้เป็นเศษเป็นส่วนก็เป็นสิทธิ แต่ถึงวันนี้ พวกผมไม่เอา เพราะรัฐธรรมนูญมาจากคณะปฏิวัติเป็นกากเดนเผด็จการ หาเสียงไว้ครับ ผมนี่ปราศรัยมากที่สุดแต่ไม่อยากแสดงเห็นว่า ๒ วันที่ผ่านมามันค่อนข้างไม่ตรงประเด็น ถามว่ามาตรา ๑๙๐ ท่านประธานจะแลเห็นเวลาเข้ามาอภิปรายในสภาเรื่องไร้สาระทั้งนั้น ถ้าเป็นประเด็นที่สำคัญพวกผมทำไมจะไม่เห็นด้วย ท่านประธาน ถ้าหากว่าแก้มาตราเรื่องวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งและคนคัดค้าน ขอให้ พี่น้องประชาชนจำอ้ายคนพูดไว้ ผมย้ำอีกครั้ง ผมไม่รังเกียจ ท่านก็เป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ แต่พวกผมคิดว่าในระบอบประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้ง ดีกว่ามันสง่างาม แบบใส่สูทมันติดกระดุมไม่สลับ มันติดแน่นเดินไปไหนสง่างาม แต่ที่เป็นอยู่ ทุกวันนี้ก็ไม่ถึงขนาดไม่สง่างาม แต่ว่าเราแก้ครั้งนี้ก็บอกว่าไปเอาใจวุฒิสมาชิกที่มาจาก การเลือกตั้ง ถูกต้องครับ เอาใจสิครับ เพราะเขามาจากระบอบประชาธิปไตย เลือกตั้งใหม่ ไม่ต้องเว้น มีทฤษฎีที่ไหนที่ต้องเว้น วุฒิสมาชิกสรรหาเป็นอยู่เป็นไปเลยพ่อคูณทูนหัว มีบทเฉพาะกาลให้อยู่ ต่อไปมีการเลือกตั้ง สรรหาไม่มี พูดไปก็กระทบใจกัน ท่านประธาน ลองนึกสิครับที่บอกจะมาจากการสรรหา ๗ องค์กรมันไม่ใช่ มันมี ๗ คน ๗ คน ให้ ๔ คน เป็นแล้ว บางครั้งมันไม่ได้ ๗ คน พูดลงลึกก็บอกว่าแหม เป็นรองนายกรัฐมนตรีไม่เสงี่ยม เจียมตน ไม่ใช่ผม ผมเล่นตามบท ผมไม่ได้รักท่านประธาน แต่ผมอยากจะให้ความเป็นธรรม พอดีผมก็เรียนหนังสือมาด้านนี้โดยตรง กรณีประธานวุฒิสภาร่วมลงชื่อในญัตติขอแก้ไข รัฐธรรมนูญจะขัดต่อสถานะความเป็นกลางหรือไม่ เรียนท่านประธานไม่ได้เอาใจ แต่อยากให้ รู้หลักกฎหมาย ภาษิตลาตินบอกว่า ยูบี โซเซียตัส ไอบี จุส (Ubi societas ibi jus) มีรัฐที่ไหน ต้องมีกฎหมายที่นั่น ประธานวุฒิสภาเป็นสมาชิกวุฒิสภาคนหนึ่ง แต่ท่านได้รับเลือกจากสมาชิก ให้ทำหน้าที่ประธานวุฒิสภาประชุมรัฐสภา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่มีบทบาท ประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่รองประธาน รัฐสภา เพราะฉะนั้นที่ด่ากันมา ๒ วันให้จำเอาไว้ มันไม่ใช่ ท่านเป็นสมาชิกวุฒิสภาคนหนึ่ง รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ รับรองว่าท่านเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่ได้อยู่ในความผูกมัด แห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใด ๆ และต้องทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทยโดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ กรณี ท่านลงนามไม่ใช่ขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ ข้อที่ ๒ เหตุผล สนับสนุนญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีอยู่ ๓ ฉบับ ๔ ประเด็น นายนิคมประธานวุฒิสภาร่วมลงนามยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในฐานะวุฒิสมาชิก จำนวน ๒ ฉบับ คือฉบับที่ ๒ ขอแก้ไขมาตรา ๑๙๐ และฉบับที่ ๓ ขอแก้ไขมาตรา ๖๘ และมาตรา ๒๓๗ ท่านไม่ได้แกล้งเรื่องวุฒิสภา นี่คือสปิริตของคน ที่เคยเป็นอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แล้วมาเล่นการเมืองรู้กฎเกณฑ์ กติกา ท่านเว้น ท่านควร ที่จะทำอย่างไร ส่วนฉบับที่ ๑ นายนิคมไม่ได้ร่วมลงนาม ซึ่งสาระขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑ เกี่ยวข้องโดยตรงกับนายนิคม คือให้ราษฎรเลือกตั้ง ส.ว. ทั้งหมด ๒๐๐ คน นายนิคมไม่ได้ลงนามด้วย ความจริงนายนิคมจะลงนามด้วยก็ได้ เพราะนายนิคมเป็น ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง ท่านสง่างามมาจากการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน ระบอบประชาธิปไตย หัวใจสำคัญคือ ต้องเอาประชาชนเป็นศูนย์กลางและให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ ท่านไม่ได้ลงนาม ไม่ได้มีประโยชน์หรือได้รับประโยชน์จากการแก้ไขให้เป็น ส.ว. เลือกตั้งทั้งหมด ส.ว. สรรหา ต่างหากที่มีประโยชน์ขัดกับรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่แก้ก็สรรหากันต่อไป กรรมการ ๗ : ๔ ได้แล้ว ผมเรียนอีกนิดว่าการกระทำของนายนิคม ส.ว. เลือกตั้ง ถือไม่ได้หรือจะกล่าวหาไม่ได้ว่า มีผลประโยชน์ขัดกัน แต่นายนิคมไม่ได้ลงชื่อ จึงควรชื่นชมสปิริตของนายนิคม ไม่ใช่มาประท้วงเอาเรื่องเกี่ยวกับการกระทำที่ถูกต้องของ นายนิคม อภิปรายไม่ได้นะนิคม นั่งข้างบนมันไม่เป็นธรรม มันไม่เป็นธรรมตรงไหน ยกมือก็ได้พูด