ธนา ชีรวินิจ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญและวาระการแก้ไข โดยกล่าวถึงความสำคัญของระบอบประชาธิปไตยและหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ในการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ และเรียกร้องให้มีกฎหมายที่มีจริยธรรมและคุณธรรมในการบริหารประเทศ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อปี ๒๕๕๐ ผมได้รับ เลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยเป็นครั้งแรก ผมจำได้ครับท่านประธาน ความรู้สึกแรกที่นั่งอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ภาคภูมิใจครับที่ได้ทำหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชน และผลประโยชน์ของประเทศชาติ และผมจำได้ครับว่าก่อนทำหน้าที่ของผมท่านประธาน ได้ขอให้สมาชิกทุกคนลุกขึ้นปฏิญาณตน ผมขออนุญาตอ่านคำปฏิญาณตนอีกครั้ง ให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้รับฟังครับ ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่าข้าพเจ้าจะปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมภูมิใจที่ได้เป็น ส.ส. ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพราะผม เชื่อมั่นว่าระบอบประชาธิปไตยเป็นระบบการเมืองการเลือกตั้งที่ดีที่สุดในปัจจุบัน หรือถ้าจะเลว ก็เลวน้อยที่สุด ผมภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนมาทำหน้าที่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ ของประชาชนและประเทศชาติ วันนี้และตลอด ๓ วันที่ผ่านมาผมเริ่มไม่มั่นใจแล้วครับ ท่านประธานว่าพวกเราได้ทำหน้าที่ตามที่เราได้ให้คำปฏิญาณไว้ต่อหน้าพระพักตร์ ต่อห้องประชุมรัฐสภาแห่งนี้หรือไม่ หลักการในระบอบประชาธิปไตยสำคัญมีอยู่ ๓ เรื่อง ปกป้องและรักษาสิทธิของประชาชน เคารพและเห็นประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว ประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าประโยชน์ของพรรคการเมือง และสำคัญที่สุดที่ทำให้ ระบอบประชาธิปไตยอยู่ได้คือมีระบบตรวจสอบซึ่งกันและกัน และเรามีหน้าที่ต้องส่งเสริม ให้มีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ในอดีตเคยเพียงพอ แต่พอวิวัฒนาการ ทางการเมืองมีขึ้นวันนี้เราถึงต้องมีองค์กรอิสระ ท่านประธานที่เคารพครับ การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ประเด็นที่พรรคการเมืองนำสู่การเลือกตั้งคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านได้โน้มน้าวพี่น้องประชาชน ถึงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หลายท่านลุกขึ้นว่ารัฐธรรมนูญฉบับหน้าแหลมฟันดำที่มีความเลวร้าย ต้องแก้ไข ประชาชนต้องร่วมมือกันสนับสนุนท่านจนกระทั่งท่านได้อำนาจรัฐในการปกครอง ประเทศ และท่านพูดว่าท่านจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ วันนี้มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามา ๓ ฉบับ ๔ เรื่องสำคัญ ๆ ถ้าพี่น้องประชาชนได้ติดตาม การอภิปรายตลอด ๓ วันที่ผ่านมา ท่านคงตอบตัวเองได้ว่าสิ่งที่ได้มีการรับปากกับพี่น้องประชาชน และวาดภาพรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างเลวร้ายนั้นมันเป็นจริงอย่างนั้นหรือไม่ และ ๓ เรื่อง ๔ เรื่อง ที่เข้ามาแก้ไขวันนี้ต้องถือว่านั่นคือสัญญาประชาคมที่ท่านไปรับปากกับพี่น้องประชาชน และนี่คือวาระแรกที่ท่านเข้ามาแล้วสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ มีเรื่องอะไรครับท่านประธาน มาตรา ๖๘ บทพิทักษ์รัฐธรรมนูญ หลายคนพูดครับ ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ ในประเด็นนี้ ชี้ให้ท่านประธานเห็นครับว่าที่เขาต้องแยกระหว่างอัยการสูงสุดให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กับให้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว ๒ ข้อ ความหมายนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ที่ต้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยสั่งการ ให้เลิกการกระทำดังกล่าว นั่นหมายถึงอะไรครับท่านประธาน หมายถึงว่าพบเห็นการกระทำ ที่จะเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ กำลังจะทำครับท่านประธาน ถึงขออำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ในการใช้หมวดเรื่องของคำสั่งฉุกเฉินชั่วคราวเพื่อระงับเหตุที่จะเกิดขึ้น แต่อัยการไม่มีอำนาจ ในการสั่งฉุกเฉินชั่วคราวครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่ผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าความแตกต่าง ในการที่จะพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ถ้าท่านให้อัยการ เหตุการณ์กำลังดำเนินการที่จะล้มล้างรัฐธรรมนูญ อัยการพิจารณาตามปกติของท่าน ไม่มีอำนาจในการส่งเสริมให้อัยการมาใช้อำนาจในเรื่อง ของการฉุกเฉิน การกระทำนั้นเสร็จสิ้นแล้ว ความเสียหายของชาติบ้านเมืองเกิดขึ้นแล้วไม่มีใคร ระงับยับยั้งได้ เพราะฉะนั้นมาตรานี้เขียนไว้ชัดเจนแต่พยายามที่จะอ่านเข้าข้างตัวเอง ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่ากรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ผมก็สงสัยครับว่าตอนพิจารณา รัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่ผมถืออยู่ในมือครับท่านประธาน ที่เกิดความวุ่นวาย ความขัดแย้ง ในบ้านเมืองหลายสิบวันเป็นเดือน ผมก็ย้อนกลับมาดูครับท่านประธาน มันมีมาตรา ๒๙๑/๑๓ ท่านประธานจำได้ไหมครับ ที่ผมลุกขึ้นซักถามท่านประธานว่าท่านประธานจะใช้อำนาจ ของท่านประธานคนเดียวแทนศาลรัฐธรรมนูญหรือครับ เพราะท่านจะเป็นคนวินิจฉัยว่า สิ่งที่สมาชิกรัฐสภาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ พวกท่านไปเขียนว่าให้ท่านประธานรัฐสภาเป็นคนวินิจฉัย เพราะฉะนั้นผมเชื่อครับว่า เจตนาของท่านมันมีมาตั้งแต่ตอนที่ท่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแล้ว แต่ผมก็ยังสงสัยว่า วันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการดำเนินการที่ผ่านมาของรัฐสภาไม่ชอบแล้วให้ยุติการกระทำ ถือว่าการกระทำนั้นไม่มีอยู่เลย เพราะมันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ท่านประธาน ย้ำเสมอว่าเรื่องนี้ยังคาอยู่ในระเบียบวาระการประชุมของรัฐสภา กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา วันนี้ท่านเอาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับนี้เข้ามาแล้วท่านแก้ไขมาตรา ๖๘ เพราะท่านถือว่า นี่คือเรื่องจำเป็นเร่งด่วน ทำไมจำเป็นเร่งด่วนครับ เพราะถ้าท่านแก้วันนี้ท่านก็สามารถ เอามาตรา ๒๙๑ ที่ค้างอยู่มาลงมติให้ความเห็นชอบในวาระที่สาม แล้วเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญต่อไป ตอนที่คาอยู่พวกเราก็สงสัยว่าคาเพื่ออะไร แต่วันนี้ภาพมันชัดเจน และผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ประเด็นมาตรา ๖๘ เป็นเรื่องสิทธิของประชาชน เรามาจากประชาชน มาในระบอบประชาธิปไตย ถ้าประชาชนจะช่วยเราในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ไปกลัวทำไมครับท่านประธาน ถ้ากลัวว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่มีคนทำงานก็เพิ่มอัตรากำลังให้เขาไปสิครับ แต่ตั้งแต่มีศาลรัฐธรรมนูญ และบทพิทักษ์รัฐธรรมนูญมามีคนยื่นเรื่องไม่เกิน ๕ เรื่องครับท่านประธาน กลัวทำไมครับว่า เขาทำงานไม่ได้ เพราะฉะนั้นนั่นไม่ใช่เหตุผลที่ท่านมายกอ้างในวันนี้ นั่นคือเรื่องที่ ๑ ครับ ท่านประธานที่ผมกราบเรียนว่าท่านไม่ได้ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน แต่ท่านมุ่งเน้นที่จะเดินหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาของพรรคการเมืองของท่าน โดยไม่สนใจ ว่าจะเกิดความขัดแย้งหรือความรุนแรงในบ้านนี้เมืองนี้อีกครั้งหนึ่ง
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ท่านแก้มาตรา ๒๓๗ ผมก็ไม่มั่นใจครับว่า วันนี้เรากล้าทำกันได้ถึงขนาดนี้ เราตรวจสอบออกกฎหมายมากมายเพื่อควบคุมคนทำผิด ในบ้านเมือง เพื่อให้สังคมได้อยู่ได้อย่างมีความผาสุก แล้วเรายอมรับว่าการเข้าสู่อำนาจรัฐในการบริหารประเทศเป็นเรื่องสำคัญ คนที่เป็นนักการเมือง เป็นรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องมีคุณธรรมจริยธรรมมากกว่าคนธรรมดา แต่ทำไม พอเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเองผลประโยชน์ของตัวเอง การเสียสิทธิของตัวเอง ท่านถือเอาเป็น เรื่องสำคัญของประเทศชาติล่ะครับ ถ้ากฎหมายจะดำเนินการกับคนที่ทำผิดทางการเมือง ทุจริตเลือกตั้ง ถ้าเราไม่หยุดกระบวนการที่จะทำให้วงจรของประเทศวนเวียนอยู่กับการทุจริต คอร์รัปชันกฎหมายเหล่านี้ต้องมีอยู่ กฎหมายไม่ใช่เพิ่งเกิดครับ แต่เกิดการวิวัฒนาการ ด้วยตัวมันเองมาตลอด เพราะการทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมืองมันเปลี่ยนรูปโฉมไป จนกระทั่งกฎหมายตามไม่ทัน และที่หลายคนพูดว่านี่คือการใช้ยาแรงที่สุดที่เราจะทำได้ แต่ว่าท่านก็เลือกครับ ถ้ามันขัดผลประโยชน์กับตัวเองกับพรรคของตัวเองท่านกล้าถึงขนาด เขียนว่า การดำเนินการในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งนั้นไม่ต้องส่งผลกระทบ แม้กระทั่งกรรมการบริหารหรือหัวหน้าพรรค หรือแม้แต่พรรคการเมือง ท่านไปดูสิครับ กฎหมายที่รัฐสภาแห่งนี้ออกหลายฉบับ ไม่ว่ากฎหมายลิขสิทธิ์สิทธิบัตรยังมีการโยงไปถึง กรรมการผู้มีอำนาจ แต่พอเรื่องของตัวเองท่านไม่เอา สิ่งที่ท่านทำท่านตอบสังคมสิครับว่า ท่านทำเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนหรือไม่ หรือท่านทำเพราะพรรคของท่าน คนของท่านถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ผมพูดตรงนี้ได้ครับท่านประธานเพราะผมเป็นหนึ่ง ในกรรมการบริหารที่เคยถูกศาลรัฐธรรมนูญฟ้องให้ยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เมื่อปี ๒๕๔๙ เพราะผมเป็นประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการบริหาร พรรคประชาธิปัตย์โดยตำแหน่ง ผมถึงพูดได้อย่างไรครับ เพราะผมเจอสภาพนั้นมาแล้ว ผมยอมรับครับถ้าศาลจะตัดสินอย่างไรก็ตามเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ถ้าเราไม่มี บรรทัดฐาน ไม่มีกฎ กติกา เราจะเอาความถูกต้องเอาไว้ที่ไหนล่ะครับ นั่นคือเรื่องที่ ๒ ที่ผมเรียนว่าท่านไม่ได้ทำเพื่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติเลย
เรื่องที่ ๓ ผมเสียใจที่อาจจะต้องพาดพิงท่านวุฒิสมาชิก ท่านอาจจะบอกว่า การเลือกตั้งเป็นทางออกที่ดีที่สุดของประเทศ ผมไม่เถียงท่านครับ แต่การเลือกตั้งไม่ได้ทำให้ คนไม่ดีกลายเป็นคนดีเพราะผ่านการเลือกตั้ง วันนี้ที่ประชุมในรัฐสภาแห่งนี้พูดเหมารวมกัน เลยว่าทุกคนที่นั่งอยู่ในที่นี้ผ่านการเลือกตั้งมาเสมือนหนึ่งว่าเป็นคนดีทั้งหมด การเลือกตั้ง ไม่ได้ฟอกตัวให้ท่านจากคนไม่ดีเป็นคนดีหรือคนดีเป็นคนไม่ดี แต่เป็นการมอบอำนาจ ของประชาชนให้ท่านมาทำหน้าที่แทน แต่ท่านไม่มีสิทธิเหมารวมครับว่าสิ่งที่ท่านทำนั้น คือความต้องการของประชาชน ถึงถามท่านอย่างไรครับว่าถ้าท่านมั่นใจว่าสิ่งที่ท่านทำ คือความต้องการของประชาชน ทำไมไม่ไปทำประชามติล่ะครับ ท่านทำประชามติพวกผม ไม่ขัดเลยครับ เพราะถ้าเสียงส่วนใหญ่ของประเทศต้องการอะไรพวกผมขัดไม่ได้ครับ แต่เรา ยอมไม่ได้ที่จะให้คนบางกลุ่มบางพวกที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งมาแล้วเหมารวมว่าตัวเอง คือคนส่วนรวมหรือคนทั้งประเทศไม่ได้ครับ รัฐสภาแห่งนี้จะมีสมาชิกพรรคใดพรรคหนึ่ง เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ ถ้าสิ่งนั้นไม่ถูกต้อง ด้วยจริยธรรม คุณธรรม กฎหมาย และรัฐธรรมนูญ ผมเรียนท่านครับว่าท่าน ส.ว. ที่ผ่าน จากการเลือกตั้งมาท่านมาด้วยเงื่อนไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก่อนที่ท่านจะลงเลือกตั้ง ท่านทราบดีว่าท่านดำรงตำแหน่งได้เพียง ๑ สมัย แล้วท่านก็เลือกที่จะใช้สิทธิมาทำหน้าที่ เป็นสมาชิกวุฒิสภา แต่พอใกล้จะหมดวาระท่านก็บอกไม่เอาท่านขอเป็นอีก แล้ววิธีการ เป็นอีกของท่าน ท่านไปร่วมกระบวนการ เพราะท่านเสนอเองไม่ได้ท่านถึงต้องให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอแทน ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าสมาชิกวุฒิสภา ในความเห็นผมนั้นเป็นผู้ทรงเกียรติ เป็นผู้ซึ่งดำรงไว้ซึ่งความเป็นกลาง เป็นผู้ใหญ่ที่จะชี้แนะ สังคม แต่ว่าการที่ท่านลงมาเล่นเรื่องนี้ด้วยตัวเองโดยท่านไม่สนใจเลยครับว่าสังคมจะมอง อย่างไร วันนี้ท่านได้ประโยชน์จากการแก้ไขสิ่งที่ท่านกำลังทำอยู่ท่านจะตอบสังคมว่าอย่างไร ผมไม่แปลกใจว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำไมถึงเข้ามาฉุกละหุก พวกเราได้รับร่าง ท่านประธาน บรรจุวันเสาร์ประชุมวันจันทร์และประชุม ๓ วันติดต่อ เพราะว่าวุฒิสมาชิกเลือกตั้งจะหมดวาระ ในอีกไม่กี่เดือนนี้อย่างไรครับ ท่านต้องการเร่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อให้ทันการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในครั้งหน้า ท่านเห็น หรือยังครับ ผมจะไม่ลุกขึ้นอภิปรายเลยถ้าสมาชิกวุฒิสภาลุกขึ้นมาแก้ไขว่าสามารถลงเลือกตั้งได้อีก ไม่จำกัด แต่ยกเว้นสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ ถ้าอย่างนั้นผมจะสรรเสริญท่านว่าท่านทำเพื่อบ้านเพื่อเมือง จริง ๆ แล้วใครก็ตำหนิท่านไม่ได้ แต่เพราะท่านเลือกที่จะแก้ไขแล้วท่านมีผลประโยชน์ ท่านต้องตอบสังคมให้ได้ครับว่าท่านเข้ามาท่านทำหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนประเทศชาติ หรือเมื่อต้องเลือกท่านเลือกทำเพื่อท่านเพื่อตัวท่านเองก่อนแล้วท่านจะเกิดความสง่างาม ได้อย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเวลาจำกัด
ผมมีเรื่องสุดท้ายที่จะกราบเรียนท่านประธาน มาตรา ๑๙๐ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เขียนไว้ว่าหนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขต หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยเขียนไว้ชัดเจน แต่มาตรา ๑๙๐ ที่ท่านมาแก้ ท่านตัดคำว่า หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย ออกไป ท่านทำเพื่ออะไรครับ สิ่งที่เขียนกำกับควบคุมผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนไว้อย่างชัดเจนที่สุด เพราะวันนี้สิทธิประโยชน์ไม่ได้มีเฉพาะในประเทศ มันมีนอกประเทศด้วย แต่ท่านไปตัด คำนี้ออกเหลือแต่เพียง อาณาเขตไทยและเขตอำนาจแห่งรัฐ ท่านทำเพื่ออะไรครับ ประชาชนได้ประโยชน์ตรงไหนจากการที่ท่านไปตัด แต่ท่านได้ประโยชน์ เพราะเวลาท่านไป เจรจาความ ไปเจรจาผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่ว่าทางทะเล ทางอากาศ ทางพื้นดินท่านไม่ต้อง ขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ท่านจะเจรจาอย่างไรก็ได้ ท่านจะมีผลประโยชน์ที่รัฐจะเสียหายหรือไม่ ไม่มีใครตรวจสอบและตรวจทาน ท่านประธานที่เคารพครับ แค่เขียนร่างมาอย่างนี้ผมก็เรียนว่า ผมอายครับท่านประธาน เราจะตอบสังคมได้อย่างไรว่าเรากำลังทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ ของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนด้วยเวลาจำกัดครับท่านประธาน ท่านได้บอก พี่น้องประชาชนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องแก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนถูกแบ่งแยก มีอำมาตย์ มีไพร่ ไพร่เดือดร้อนเพราะรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย แล้ววันที่ท่านแก้รัฐธรรมนูญไพร่ไปไหนล่ะครับ พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนไปไหนล่ะครับ คนที่เข้ามาเรียกร้องที่ทำเนียบรัฐบาล มาเรียกร้องที่สภา ราคาพืชผลเกษตรกรรมตกต่ำ ข้าราชการ พยาบาล ลูกจ้าง มาเรียกร้องให้แต่งตั้งเป็นข้าราชการเขามีสิทธิที่จะทำอย่างเราไหมครับ แก้ไขกฎหมายให้ตัวเองดำรงอำนาจเลือกตั้งต่อไป แก้ไขอำนาจให้ไปดำเนินการในสิ่งที่ ไม่ถูกไม่ต้อง แก้ไขความผิดอาญาที่ทำไปแล้วก็ไม่ต้องรับโทษ แก้ไขไปเจรจาความเมือง มีผลประโยชน์แสน ๆ ล้านบาท ข้างนอกไม่ให้ประชาชนรับรู้เขาเหล่านี้มีสิทธิไหมครับ เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียนว่าผมไม่มั่นใจว่าวันนี้ระบอบประชาธิปไตยที่พวกเรากำลัง ทำหน้าที่อยู่จะสามารถปกป้องผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติได้อย่างแท้จริง ถ้าระบอบประชาธิปไตยที่กำลังเดินอยู่ในวันนี้ เป็นระบอบเผด็จการที่อยู่ในคราบของประชาธิปไตย และผมเชื่อว่าความเสียหายของชาติบ้านเมืองรออยู่แล้วครับท่านประธาน ถ้าเรามุ่งเน้น ที่จะทำเพื่อประโยชน์ของตังเอง พรรคพวก พรรคการเมือง พวกพ้อง สักวันหนึ่งเราก็จะ ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมขอทบทวนในสิ่งที่เราได้ให้คำปฏิญาณไว้ ต่อรัฐสภาแห่งนี้ว่าท่านยังจะทำหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติต่อไป อยู่หรือไม่ กราบขอบพระคุณครับ