อภิชาติ สุภาแพ่ง พูดถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับฟ้องโดยตรง และเรียกร้องให้ตรวจสอบความเที่ยงธรรมของศาล
ครับ ท่านประธานครับ ผมนี่ละครับกำลังเข้าประเด็น ประเด็นตรงที่ว่าทำไมเราไม่รวมตัวกันแก้ไข ปัญหาของชาวบ้านซึ่งกำลังเดือดร้อน แต่กลับมาแก้รัฐธรรมนูญ มีประชาชนโทรศัพท์เข้าหา ผมมากเหลือเกินว่า เฮ้ย อ้ายเล็กที่มันทำกันอยู่นี่พวกกูได้อะไร ผมตอบไม่ได้ครับ เขาบอก เขาไม่ได้อะไรเลยตรงกันข้ามกับเป็นการลิดรอนสิทธิของเขาด้วยซ้ำไป บ้างก็บอกว่า อยากจะให้เลือกตั้ง ส.ว. ทั้งหมดเพื่อให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในประชาธิปไตย แต่ตรงกันข้าม มาตรา ๖๘ กลับไปห้ามประชาชนร้องตรง อย่างนี้หรือครับอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อท่าน ท่านบอกว่าประชาชนเป็นใหญ่ อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อท่านท่านบอกว่าไม่ได้ต้องไป ร้องผ่านอัยการ แล้วเมื่อสักครู่ผมฟังผู้อภิปรายหลายท่านหลายคนเหลือเกินพูดตรงที่ว่า มาตรา ๖๘ ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี ๒๕๔๙ ท่านครับ ปีนั้นใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แต่ตอนที่ทางฝ่ายเราไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญนั้นเราใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านผู้อภิปรายหลายท่านพูดไม่หมด ท่านพูดจริงว่าตอนนั้นทำไมศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับต้องให้ไปผ่านอัยการ แต่ทำไมพอเวลาทางฝ่ายเราไปยื่นทำไมถึงรับ ประเด็นที่ ๑ ครับ รัฐธรรมนูญคนละฉบับ แล้วรายละเอียดที่ว่าเขียนเหมือนกัน เขียนเหมือนกันจริงครับ แต่บังเอิญว่าปี ๒๕๕๐ นั้นมันมีหมวดสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญอยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านครับ ท่านที่อภิปรายกันมาหลายท่าน หลายคนท่านเอาปี ๒๕๔๐ มาให้ดูหน่อยสิครับว่า มันมีหมวดพิทักษ์รัฐธรรมนูญหรือไม่ ฉะนั้นการที่ท่านพูดแต่ว่าเหมือนที่ว่าผมละครับ พูดเอามัน มันไม่ใช่เอามันหรอกครับ ท่านพูดไปแล้วทำให้ประดุจหนึ่งเหมือนว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเอนเอียง ทำลายความเชื่อมั่นในศาล แต่ว่าการพูดพูดไม่หมด พูดกันมา หลายคนแล้วครับ ถ้าแน่จริงท่านเอารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาดูสิว่ามันมีหมวดที่บรรจุไว้ไหม เขียนไว้ไหมว่าสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ตรงนี้ละครับที่ศาลรัฐธรรมนูญเขารับ พอเขารับ เขาต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ อย่างนี้ละครับ แต่พอเวลาเลือกตั้ง ส.ว. ท่านบอกว่าดี คืนอำนาจให้กับประชาชน แก้รัฐธรรมนูญคราวนี้ประชาชนจะได้ จะทวงคืนสิทธิประชาชน แต่ทำไมไปลิดรอนสิทธิประชาชนในมาตรา ๖๘ ล่ะครับมันขัดกันนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านขจิตร ชัยนิคม ก็พูดมาว่าในศาลอาญา ในคดีความอาญาต้องผ่านตำรวจ ผ่านอัยการ ถ้าตำรวจก็เหมือนย้อนคำพูดไปละครับเหมือนต้นน้ำ อัยการก็กลางน้ำ ท่านขจิตร ชัยนิคม พูดอย่างนี้จริง ๆ ว่าตำรวจ อัยการ แล้วก็ไปสู่ศาล ท่านก็พูดไม่หมดอีก ถ้าประชาชน ที่ไม่รู้กฎหมายก็มองว่าทำไมถึงลำเอียงกันแบบนั้น ศาลอาญาเขายังระบุไว้เลยว่าตำรวจสั่งไม่ฟ้อง อัยการสั่งไม่ฟ้องก็ยังเปิดช่องทางให้โจทก์หรือผู้เสียหายฟ้องตรงได้โดยการรวบรวมหลักฐาน ทำไมท่านขจิตร ชัยนิคม ไม่พูดล่ะครับ แล้วผมสามารถยืนยันยกคดีความ คนอื่นบอกว่า ยกคดีความตัวอย่างของหมอผัสพร จังหวัดเชียงใหม่ ไกลตัวเกินไปและไม่ชัดเจน ถ้าผม ยกตัวอย่างให้ฟังแล้วผมเชื่อว่าท่านสมาชิกหรือว่าผู้ฟังทางบ้านโดยเฉพาะคนจังหวัดเพชรบุรี จะรู้ดีเลยครับว่าเป็นเรื่องน่าเวทนาที่สุด จะรู้ดีเลยครับว่าเป็นเรื่องที่สุดน่าเวทนา แต่โชคดีครับที่เขาเปิดช่องให้ฟ้องตรง มีคดีใหญ่ครับ หลานชายของอดีตเลขาธิการพรรคผม ท่านวรวุฒิ อนันตกูล ปลัดอำเภอพร้อมกับลูกน้อง อ.ส. อีก ๕ คน ถูกยิงเสียชีวิตพร้อมกันโดยตำรวจ ตำรวจสั่งไม่ฟ้อง อัยการสั่งไม่ฟ้อง ท่านคิดสิครับว่า ครอบครัวเขาจะคิดอย่างไรทั้ง ๆ ที่เห็นเด่นชัด แต่เขาโชคดีครับ เขาโชคดีตรงที่ว่ามีช่องทาง ที่รวบรวมพยานหลักฐานส่งฟ้องด้วยตัวเอง เหนื่อยนะครับ ตำรวจก็ไม่ทำงาน อัยการก็ไม่ทำงาน เครื่องดับหมดเขาต้องมาสตาร์ท (Start) เครื่องเอง การรวบรวมพยานหลักฐานลำบากเหลือเกิน ในที่สุดครับศาลพิพากษาติดคุกตลอดชีวิตและประหารชีวิตทุกคนเลย ๓ ศาลยืนหมดเลยครับ น่าเวทนาไหมครับ โชคดีครับที่มีช่องทางในการฟ้องเอง ครอบครัวเขาก็คลายความทุกข์ ได้คืนความยุติธรรม แต่ตรงกันข้ามครับ มาตรา ๖๘ ท่านลองคิดสิว่าถ้าเกิดมันมีช่องทางเดียว แล้วไม่สามารถร้องตรงได้ จะด้วยประการใดก็แล้วแต่ผมคงไม่ก้าวล่วง ถ้าเกิดความเสียหาย ยิ่งใหญ่กับประเทศล่ะครับ มันไม่ยิ่งกว่าครอบครัวของหลานชายท่านอนันต์ อนันตกูล หรือครับ ความยิ่งใหญ่ใหญ่หลวงที่จะเกิดขึ้นเมื่อถึงเวลานั้นใครรับผิดชอบ ใครจะย้อนกลับมาช่วยได้ ตรงนี้ต่างหาก ฉะนั้นผมขอยืนยันว่าที่ศาลรัฐธรรมนูญสามารถรับโดยตรงได้เพราะมี บทพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ต้องพูดให้หมดครับ และผมอยากจะบอกว่าผู้รู้หลายท่านเหลือเกิน ในฝ่ายของท่านบอกว่าเกรงเรื่องจะไหลเข้าศาลรัฐธรรมนูญจนไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ไม่จริงหรอก ไม่จริงครับ เพราะอะไรครับ ในประเทศเยอรมนีท่านครับ มีศาลรัฐธรรมนูญ มา ๖๔ ปี รัฐธรรมนูญร่างโดยการบังคับบัญชาของกองทัพพันธมิตรที่ชนะสงคราม บังคับ เลยว่าต้องร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใช้ก่อนจะประกาศใช้ต้องให้พันธมิตรเป็นคนตรวจสอบก่อน แล้วก็มีศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องเกรงกลัวหรอกครับว่างานจะล้นมือ เพราะเขาระบุไว้เลยว่า ถ้ากรณีร้องเรียนเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญมาก ให้ศาลรัฐธรรมนูญนั้นตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง ขึ้นมาเป็นชุด ๆ ในการรับกลั่นกรอง ร้องเข้ามามากก็ตั้งคณะกรรมการมากชุด ชุดละ ๓ ปี อยู่ในวาระ ๓ ปีและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกลั่นกรองของศาลรัฐธรรมนูญประเทศเยอรมนี เป็นที่สิ้นสุดไม่สามารถนำไปฟ้องร้องได้ ทำไมล่ะครับ ทำไมเราไม่ทำแบบนั้น และทำไม กลับไปอ้างว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับมือไม่ไหว ท่านไม่คิดบ้างหรือครับว่าอัยการก็ไม่สามารถ รับมือไหวเหมือนกัน ไหนอัยการจะต้องพิจารณาคดีความที่มาจากทั่วประเทศ ไหนจะต้องไป ว่าความให้เป็นทนายแผ่นดินให้กับรัฐบาล และที่สำคัญต้องไปนั่งประชุมบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ที่ตัวเองได้รับแต่งตั้งจากรัฐบาลเต็มหมดเลยครับ งานล้นมือหมดแล้วครับ รับทุกเรื่อง แต่ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องเดียวครับ เรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ เวลาพูดพูดไม่จบ พูดไม่สุด ถ้าผมจะบอกว่าฉี่ไม่สุดก็คงจะน่าเกลียดเกินไป ถ้าพูดให้กระจ่างแบบผมนี้ และท่านผู้ฟัง ท่านผู้ชม สมาชิกในที่นี้ต้องเอาเหตุเอาผลครับ ไม่ใช่ว่าเหมือนจะมาบอกกับผมว่าพูดเอามัน ไม่ใช่ครับ ฉะนั้นผมอยากจะเรียนท่านว่าทำไมรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ กับปี ๒๕๔๐ ทำไม ถึงเขียนเหมือนกันแต่เพิ่มบทพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ท่านครับ เพราะอะไรทราบไหมครับ เพราะคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๕๐ นั้นเขายกข้อความจากปี ๒๕๔๐ มา และเขาต้อง เพิ่มบทพิทักษ์รัฐธรรมนูญไปเพราะเขารู้ว่าลูกนาซีมาเกิดที่เมืองไทยเยอะแยะหมดเลยครับ เขาเลยต้องพิทักษ์รัฐธรรมนูญไว้