รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๔ เมษายน ๒๕๕๖

สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เสนอแนะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 190 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเจรจากับต่างประเทศ และขอให้ประชาชนตรวจสอบผลกระทบจากการแก้ไขนี้ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 68 เพื่อเพิ่มระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของสมาชิกวุฒิสภา และขอให้ประชุมสภาให้ความสำคัญกับประเด็นนี้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสุทัศน์ ด้วยความเคารพครับ หมายถึงท่านจะใช้เวลา ๑๕ นาทีพูดเรื่องนี้ทั้งหมดเลยอย่างนั้นหรือครับ ต้องแก้เป็นรายมาตรา ประเด็นนี้จบแล้วครับ ประเด็นว่าอัยการหรือประชาชนมีสิทธิยื่น จบแล้วครับ เพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่าประชาชนก็ยื่นได้ หรือยื่นต่ออัยการก็ได้ ยื่นโดยตนเองก็ได้ จบแล้วครับ การเสนอกฎหมายฉบับนี้เป็นความพยายามที่จะไปลบล้าง คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว ซึ่งความจริงจะต้องใช้คำว่าเป็นการเสนอกฎหมาย เพื่อไปกลับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๔๘๙ คำวินิจฉัยคำพิพากษาของศาลฎีกา ฉบับที่ ๑/๒๔๘๙ วินิจฉัยว่า พ.ร.บ. อาชญากรสงคราม ไม่มีผลย้อนหลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขณะนั้นก็มาประชุมเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะไปกลับคำวินิจฉัยของศาลฎีกา ท่านประธานครับ ประเด็นนี้ยังไม่จบครับ ประเด็นนี้ ยังไม่จบเพราะถือว่าจะต้องนำไปสู่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งว่าการยื่น รัฐธรรมนูญฉบับนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่จึงมีการยื่นและมีการลงรับ ๓ เสียง ต่อ ๒ เสียง ในวันนี้ครับ เรื่องนี้เป็นหนังยาวต้องดูกันต่อไป ท่านประธานครับ สาระสำคัญของการแก้ รัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับวันนี้นั้น มีอยู่ ๒ ฉบับซึ่งเป็นลักษณะสมยอม ฮั้ว ถ้าเป็นประโยชน์ ของ ส.ว. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นคนเสนอ ถ้าเป็นประโยชน์ของ ส.ส. สมาชิกวุฒิสภา เป็นคนเสนอจะไม่เรียกอย่างอื่นไปได้เลยครับถ้าไม่เรียกว่าสมยอม ฉบับที่ ๑ แก้มาตรา ๑๙๐ มาตรานี้ไม่ต้องแก้ก็ได้ ผมจะพยายามใช้คำอภิปรายที่ธรรมดาที่สุดเพราะดำเนินงานได้ แต่ที่แก้เพราะอยากจะง่ายในการไปเจรจากับต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ โดยไม่ต้องมาผ่านวุฒิสภา ไม่ต้องมาผ่านสภา เมื่อไม่มาผ่านสภาประชาชนก็ไม่สามารถ ตรวจสอบได้ไปงุบงิบกันเองแล้วมาแจ้งเราทีหลังใครจะตามได้ไล่ทันล่ะครับ นกเหยียบไม้ ไม่มีรอย สอดคล้องกันกับความพยายามที่จะไปกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราก็เลยสงสัยว่า จะไปตกลงอะไรกันเพื่อที่จะทำอะไรกันหรือไม่ ถามว่าประชาชนได้อะไรครับ ถามว่า เป็นประชาธิปไตยหรือไม่แก้มาตรานี้ ไม่มีเลย ประชาชนเสียสิทธิด้วยซ้ำในการที่จะไปตรวจสอบ การทำงานในการไปลงนามตามสนธิสัญญาต่าง ๆ คำอภิปรายของท่านหัวหน้าพรรคผม และท่านดอกเตอร์รัชดาอภิปรายในเรื่องนี้ชัดเจนสมบูรณ์ที่สุด

เรื่องที่ ๒ การแก้ไขให้สมาชิกวุฒิสภามีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งได้อีก หมายความว่าสมาชิกวุฒิสภาปัจจุบันนี้สมัยหน้าสมัครได้อีก แน่นอนที่สุดครับเป็นการสืบทอด อำนาจและเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อกัน เพราะสมาชิกวุฒิสภาส่วนหนึ่งที่มาจากการเลือกตั้ง ต้องไปอาศัยเครือข่ายของนักการเมืองเป็นเรื่องตลกครับ ตามต่างจังหวัดเดี๋ยวนี้สมาชิกวุฒิสภา ที่เตรียมตัวจะลงอีกสมัยหน้าติดป้ายออกรถโฆษณาติดป้ายขอบคุณ สวัสดีปีใหม่ ซึ่งแต่ก่อน ๔ ปี ๕ ปีที่ผ่านมาไม่เคยทำอะไรเลย ก็ไม่เป็นอะไรครับ แต่ทำไมล่ะครับผมจึงไปรังเกียจที่มา จากการเลือกตั้ง ไม่ได้รังเกียจเลย ระบอบประชาธิปไตยไม่ได้หมายถึงการเลือกตั้งแต่เพียง อย่างเดียวครับ ระบอบประชาธิปไตยคือการฟังเสียงคนส่วนน้อยและการฟังสังคมด้วย ผมไม่ได้รังเกียจการเลือกตั้งครับ แต่ผมก็ไม่สบายใจเพราะประวัติศาสตร์ของการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาของสมาชิกวุฒิสภาปี ๒๕๔๐ นั้น เมื่อเข้ามาในสภาเกิดข้อครหาต่าง ๆ นานา จนได้ชื่อว่าเป็นสภาทาสซึ่งท่านสมาชิกหลายคนก็พูดถึง ท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ จะแฉออกมาว่าใครทำอะไร แต่คนที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุดก็คือ ขอประทานโทษ ท่านศรีเมือง เจริญศิริ และท่านสุชน ชาลีเครือ ท่านจะรู้เรื่องนี้ดีมากครับ บังเอิญท่านไม่อยู่ในนี้ ผมก็เลยเอ่ยเฉพาะชื่อท่านไม่ทำให้เสียหาย เพราะท่านสุชน ชาลีเครือ จากประธานวุฒิสภาขณะนี้ลดตัวเองมาเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ผมไม่เข้าใจครับ ท่านครับ มาตรานี้นั้นหากมีการควบคุมวุฒิสภาได้ หากมีการคุมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนมากได้ สามารถกำหนดบทบาททุกอย่างได้ ในประเทศไทย ทำไมจึงพยายามแก้รัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ที่กำหนดอำนาจของฝ่ายต่าง ๆ เป็นกฎหมายที่จำแนกแบ่งแยกอำนาจและเป็นกฎหมาย ที่จะนำไปสู่การครอบครองทุกประการ ท่านประธานครับ ผมได้เห็นผู้ใหญ่ของพรรคการเมือง บางพรรคพูดถึงการที่จะไปกำกับประธานศาลฎีกา พูดถึงการที่จะไปยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญ พูดถึงการที่เอาศาลปกครองไปอยู่ในแผนกหนึ่งของศาลยุติธรรม พูดถึงการยกเลิกศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของนักการเมือง ถามท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ สิครับ เพราะศาลหลาย ๆ ศาล เหล่านี้ทำมาด้วยกันกับผม อดีตนายกรัฐมนตรีสมชายเห็นด้วยไหมเมื่อทำมากับมือแล้วจะมา ลบด้วยเท้า ถามหน่อยครับท่านประธาน ขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน เพราะทำมากับมือด้วยกัน ท่านเป็นปลัดกระทรวงสมัยนั้น ตรงนี้ละครับผมจึงมีความเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้นั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนเลย มาตรา ๖๘ ท่านประธานที่เคารพ เป็นมาตราที่ให้สิทธิ ของประชาชนในการยื่น แต่การแก้กฎหมายฉบับนี้ไปตัดสิทธิของประชาชนดังกล่าวนั้น สิทธิในการที่จะเรียกร้องตามมาตรา ๖๘ นั้นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ถ้าแก้บอกว่า เพื่อประชาธิปไตย และทำไมจึงไปตัดสิทธิของประชาชน ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๓๗ นั้น เช่นเดียวกัน เป็นการแก้เพื่อตนเอง คือเพื่อบุคคลที่จะถูกเพิกถอนไปแล้วให้กลับมา มีสิทธิเหมือนเดิม และประชาชนคนยากคนจนชาวบ้านทำไมไม่ไปนิรโทษกรรมให้เขาละครับ ทำไมจึงมานิรโทษกรรมให้เฉพาะกลุ่มนักการเมืองที่ถูกลงโทษเพราะการกระทำความผิด กฎหมายเลือกตั้ง ท่านประธานครับ นับจากนี้ต่อไปใครจะเถียงผม เถียงมาเลย เมื่อผ่าน รัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วขั้นตอนต่อไปคือจะไปแก้ยกมาตรา ๒๙๑ ซึ่งอยู่ในวาระการประชุม ของสภาขึ้นมาลงมติ ลงมติเพื่ออะไร เพื่อให้มี สสร. แล้วก็จะไปลงคะแนน แล้วก็จะไปเลือกตั้ง สสร. มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ต้องชิงแก้มาตรา ๖๘ นี้ก่อน เพราะถ้าหากไม่แก้ตรงนี้แล้ว จะไม่สามารถไปลงมติในวาระที่สามได้ หรือสามารถลงก็กลัวว่าจะถูกร้องให้มีการเพิกถอน ท่านประธานเห็นหรือยังครับ เมื่อสามารถกำจัดหรือจำกัดอำนาจขององค์กรอิสระได้ เมื่อสามารถที่จะควบคุมสมาชิกวุฒิสภาได้ เมื่อสามารถมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้ อะไรจะเกิดขึ้นครับ นั่นคือการพยายามกระชับอำนาจเพื่อที่จะบริหารประเทศโดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และแน่นอนที่สุดถ้าร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว แน่นอนที่สุดครับจะต้อง มีการยกเลิกมาตรา ๓๐๙ การยกเลิกมาตรา ๓๐๙ จะมีผลให้คนที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญา นักการเมืองลงโทษพ้นโทษ จะทำให้บุคคลที่ถูกยึดทรัพย์ได้ทรัพย์คืน พี่น้องประชาชนที่เคารพ ท่านพร้อมที่จะยอมรับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านครับมี ผู้ประท้วงครับ