ภิญโญ สายนุ้ย เสนอแนะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์แบบและประชาธิปไตยที่ถูกต้อง และเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของมาตรา 190 และมาตรา 237
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ภิญโญ สายนุ้ย สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกระบี่ กระบี่เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก มีน้ำร้อนเค็ม แห่งเดียวในประเทศไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมดีใจ และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นรายมาตรา ใน ๓ ผู้เสนอแล้วก็ ๔ ประเด็น ท่านประธานที่เคารพครับ การที่จะทำให้มี ประชาธิปไตยมากขึ้นและมีความถูกต้องสอดคล้องกับการบริหารจัดการของประเทศเพื่อให้ ประเทศไทยได้พัฒนาไปนั้น จะต้องมีกฎหมายหลักที่มาจากประชาชนและเป็นกฎหมายหลักที่มีความเป็นประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์แบบ กระผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในประเด็นที่เสนอแก้เป็นรายมาตรามี ๔ ประเด็น คือในประเด็นที่จะมีการแก้ไขในเรื่องที่มาของสมาชิกวุฒิสภาที่มีการเปลี่ยนแปลงให้มาจาก การเลือกตั้ง ดังที่ท่านนิติภูมิ นวรัตน์ ได้กล่าวเมื่อสักครู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะที่ ผมเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ผมอึดอัดในหลาย ๆ เรื่อง ที่มีพรรคพวกเพื่อนผมที่เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาแล้วต้องลาออก เนื่องจากคิวของลูกที่จะ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในบัญชีรายชื่อจะต้องลาออกให้ลูกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลักษณะนี้เป็นลักษณะที่มีข้อจำกัดในการดำรงตำแหน่งของสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาปิ๊ง ส.ส. ขึ้นมาแต่งงานก็จดทะเบียนไม่ได้ เป็นสภาผัวสภาเมีย มีปัญหาในเรื่องที่มาของสมาชิกวุฒิสภาปรับปรุง เปลี่ยนแปลงให้มันดีขึ้น ข้อที่สำคัญในมาตรา ๑๙๐ ที่เกี่ยวกับการทำสนธิสัญญาและกรอบเจรจาระหว่างประเทศ ที่รัฐบาลบริหารจัดการประเทศให้มีการพัฒนาในเรื่องของการค้าขาย ในเรื่องของทำสัญญา ต่าง ๆ กับต่างประเทศนั้นจะต้องนำมาเสนอให้รัฐสภาแห่งนี้อนุมัติก่อน เรื่องมันไม่ทันการณ์ ท่านประธานที่เคารพครับ เกี่ยวกับเรื่องของการที่จะบริหารจัดการประเทศให้ได้ผลประโยชน์ กับคนในชาติอย่างสมบูรณ์แบบนั้นทำให้เกิดความล่าช้าและไม่สมบูรณ์แบบ รัฐบาลในฐานะ ที่ทำหน้าที่บริหารรับผิดชอบอยู่แล้วพร้อมที่จะดำเนินการจัดการเกี่ยวกับเรื่องทั้งหลาย ที่จะให้เกิดประโยชน์กับประชาชน เรื่องการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องมีความผิด หรือว่ามีความไม่ชอบมาพากลในการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ผ่านมานั้น มีการยื่นเรื่อง ๒ ด้าน ตัดสินใจไม่ถูกนะครับ มีเรื่องขึ้นมายื่น ๒ ด้าน ทำให้มีปัญหา ให้ชัดเจน ไปเลยว่าให้ยื่นต่อใครก็แล้วแต่ ให้แก้ไขเป็นยื่นต่ออัยการสูงสุดเพื่ออัยการสูงสุดพิจารณา เห็นว่ามีมูลแล้วจึงจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญต่อไป อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ท่านประธาน ที่เคารพครับ และเรื่องที่สำคัญที่สุดในเรื่องความผิดของกรรมการบริหารพรรคการเมือง ในมาตรา ๒๓๗ ที่ผ่านมานั้นมีการยุบพรรคกันอุตลุดทำให้ประชาธิปไตยของประเทศไทยนั้น พัฒนาไม่ได้ ต้องเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนพรรค หาพรรคใหม่มาอยู่ แล้วก็ถูกแขวนบ้านเลขที่ ๑๑๑ บ้าง ๑๐๙ บ้าง บ้านเลขที่หลายบ้านเลขที่ ทำให้ประเทศไทยเรานั้นไม่สามารถพัฒนาในเรื่อง ของพรรคการเมืองและในเรื่องการเมืองที่จะดำเนินการได้ กระผมจึงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของมาตรา ๒๓๗ ทั้ง ๔ ประเด็นนั้นท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเห็นว่ากระบวนการมาถูกที่ถูกทางแล้ว ถ้าจะให้มีการแก้ไขทั้งฉบับก็ติดอยู่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าถ้าจะแก้ไขทั้งฉบับต้องทำประชามติให้ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ ก่อนที่จะดำเนินการแก้ไขทั้งฉบับติดอยู่ในวาระที่สามยังไม่ได้โหวตซึ่งก็คาราคาซังอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมนั้นในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งที่มาจากการเลือกตั้ง มองเห็นว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในคราวนี้เป็นกระบวนการที่ดำเนินการถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์ หลักการและไม่ได้เข้าข้างหนึ่งข้างใด ไม่ได้เป็นเรื่องของการเฉพาะตัว เช่นที่มาของ ส.ว. นั้นแก้ไขแล้ว ผมสามารถลงและนั่งต่อได้จริง แต่ไม่ใช่ว่าได้ง่าย ๆ นะครับ มันขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นผู้ตัดสินให้เราจะเป็นหรือไม่เป็นนะครับ ไม่อยากจะให้มีการตัดสิน โดย ๗ อรหันต์ กรรมการ ๗ คน ไม่มีตัวชี้วัดที่ดีนะครับ แต่ถ้าประชาชนทั้งจังหวัด มีการคัดเอามาก็เป็นเรื่องที่ดี ในเขตของกรุงเทพมหานครน่าจะมีสมาชิกวุฒิสภาสัก ๑๖ คน มีคนตั้ง ๖,๐๐๐,๐๐๐-๗,๐๐๐,๐๐๐ คน ก็มีสมาชิกวุฒิสภาเท่ากับจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีคนเดียวตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นผมว่าการแก้ไขในลักษณะนี้เป็นการแก้ไข ให้เป็นประชาธิปไตยและให้ความถูกต้อง ผมเห็นสมควรที่จะรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ประเด็นครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน