พงศกร อรรณนพพร หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญของประชาชน และขอให้สมาชิกรัฐสภาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพื่อให้ประชาธิปไตยของไทยมีความสมบูรณ์แบบ และไม่จำกัดสิทธิของประชาชนในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
ขอบคุณ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายพงศกร อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขออนุญาตท่านประธานและเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพนะครับว่า วันนี้พวกเราได้ลงชื่อในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ร่าง แต่สิ่งสำคัญที่เราฟังกันมา ๒ วัน๓ วันนี้ ก็อยากให้พี่น้องประชาชนซึ่งรับฟังแล้วก็ดูทีวีทางบ้านได้รับทราบปัญหาต่าง ๆ ในการที่ เพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้วิพากษ์วิจารณ์กฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ในวันนี้ ก่อนอื่นต้อง ขออนุญาตที่จะเรียนประธานรัฐสภาถึงพี่น้องประชาชน แล้วก็อยากถามเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ทุกท่านว่าระหว่างกฎหมายของคณะปฏิวัติแล้วก็กฎหมายของระบอบประชาธิปไตย อันไหนมันดีกว่ากัน ย้ำอีกคำหนึ่งนะครับว่า กฎหมายจากการปฏิวัติและกฎหมายที่มาจาก พี่น้องประชาชนหรือระบอบประชาธิปไตยอันไหนดีกว่ากัน บางคนพูดว่าปฏิวัติรัฐประหาร อาจจะสะใจแต่ไม่ถูกต้อง แต่ระบบประชาธิปไตยนั้นถูกต้องแต่อาจจะไม่ถูกใจ เพราะฉะนั้น สิ่งที่พวกเราได้รับฟังเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้อภิปรายกันโดยวาทะทางการเมือง การพูดดี การพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกในสิ่งที่ไม่ถูกต้องฟังแล้วก็เคลิบเคลิ้มเหมือนกับพระที่ท่านได้พร่ำสอนนะครับ สวดมนต์ศีล ๑ ถึงศีล ๕ ฟังกันอยู่ทุกวัน แต่มีบางคนเพื่อน ๆ ชวนไปเสพเมถุนบอกว่า เมถุนนี่ดีจังเลยก็เคลิ้มไปในตรงนั้น เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ผมถึงต้องได้เริ่มต้นอารัมภบท ให้พี่น้องประชาชนทางบ้านได้รับทราบ จริง ๆ แล้วขออนุญาตที่จะต้องเรียนถึงกฎหมาย รัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ซึ่งถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งของประเทศไทย มาจาก สสร. ลงไปฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน กฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้น ได้เริ่มใช้จริง ๆ ก็คือปี ๒๕๔๔ ในการเลือกตั้งครั้งแรกใช้มาถึงปี ๒๕๔๙ เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร นี่คือรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งของประเทศไทยที่มาจากพี่น้องประชาชน ในครั้งนั้น พวกเราพี่น้องประชาชนคนไทยและแม้แต่สมาชิกรัฐสภาเอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเอง คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นกฎหมายที่ดีที่สุด แต่การมีกฎหมายที่ดีที่สุดนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี ข้อบกพร่อง จริง ๆ แล้วพวกเราก็จะมีการเตรียมในการที่จะแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แต่เกิดการปฏิวัติรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ เกิดขึ้นมาก่อน หลังจากเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร เราก็ได้รัฐธรรมนูญจากชุดของคณะปฏิวัติรัฐประหารก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งถือว่า เป็นปีที่พวกเราใช้อยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ณ วันนี้พี่น้องประชาชนหรือแม้แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกรัฐสภาเองก็คงจะเห็นข้อบกพร่องในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ในฉบับนี้แล้ว อย่างมากมาย แต่วันนี้การแก้ไขทั้ง ๓ ร่างนั้นผมยังถือว่าเป็นการแก้ไขเพียงน้อยนิด ยังมีอีก หลายมาตราในการที่จะต้องแก้ไขในกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้สมบูรณ์แบบ และวันนี้นั้น ทั้ง ๓ ร่างที่ผมจะต้องหยิบยกและหยิบขึ้นมาพูดก็คือร่างที่ ๓ เกี่ยวกับมาตรา ๖๘ แล้วก็ มาตรา ๒๓๗ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ในมาตรา ๖๘ นั้นหลายท่านอภิปรายอย่างมากมายเกี่ยวกับสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ของประชาชน ถ้าเห็นการกระทำความผิด หรือมีการริเริ่มก่อตั้งในการได้มาซึ่งอำนาจ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขโดยมิถูกต้อง ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วนั้น ให้คนที่เห็นเหตุการณ์นั้นได้ไปแจ้งต่อ อสส. ก็คืออัยการสูงสุด และศาลรัฐธรรมนูญ นี่คือมาตรา ๖๘ ที่เขียนไว้ ผมเองก็อยากสอบถามไปถึงเพื่อนสมาชิกว่า ที่เราอภิปรายกันทั้งหมดนั้นเคยคิดถึงคนที่โดนร้องไปหรือเปล่า สิทธิในการพิทักษ์ผู้ถูกร้อง พวกเราไม่พูดถึงเลย ณ วันนี้คนร้องแค่ ๑ คน วันนี้ก็ร้องอีกแล้วครับ ร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญ ว่าผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญที่พวกเราทั้งหมด ๓๐๐ กว่าคนลงชื่อในการแก้ไขทั้ง ๓ ร่าง บอกว่าผิดตามมาตรา ๖๘ ก็เป็นความโชคดี เห็นเพื่อนสมาชิกบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยไปแล้วก็ดีใจ ก็ต้องขอขอบคุณ แต่สิ่งที่สำคัญ ถ้าเกิดศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ตัดสิน หรือวินิจฉัยแบบนี้อะไรจะเกิดขึ้น สิทธิของผู้ถูกร้องก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ทั้ง ๓๐๐ กว่าท่าน พรรคการเมืองอีกหลายพรรคการเมืองซึ่งโดนร้อง เข้าไปนั้น ถ้าเกิดศาลรัฐธรรมนูญรับร้องในเรื่องนี้แล้วมีการวินิจฉัยออกมาว่าเป็นการขัดต่อ มาตรา ๖๘ ยุบพรรคการเมือง ตัดสิทธิผู้ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค ตัดสิทธิผู้ที่ลงชื่อ ไปทั้งหมด อะไรเกิดขึ้น ความวุ่นวายของประเทศนี้เกิดขึ้นอย่างมากมาย ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิทธิที่ผมอยากเรียกร้องในการที่ผู้ถูกร้องอย่างกรณี ๑ คนไปร้อง แล้วบอกว่า พรรคการเมืองนี้ละ แล้วก็กลุ่มสมาชิกของพรรคการเมืองนี้ละทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทำผิดมาตรา ๖๘ ได้มาซึ่งอำนาจที่ไม่ถูกต้อง จะต้องตัดสิทธิกลุ่มคนเหล่านี้ ผมอยากถาม ต่อเนื่องไปว่าถ้าเกิดสมมุติว่ามีประชาชนส่วนหนึ่งไปร้องกลุ่มบุคคลอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ พรรคการเมือง ซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมือง สิ่งที่ผู้ถูกร้องจะได้รับการตอบสนองโดย ความถูกต้องนั้นคืออะไร เพราะว่าถ้าเกิดศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้ลงมานั้นเป็นอาญาแผ่นดิน เป็นกบฏของแผ่นดิน ผมถึงต้องเรียกร้องในเรื่องนี้ว่ากระบวนการของความถูกต้องนั้น ประชาชนทุกคนมีสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ แต่ต้องร้องผ่านกระบวนการก่อนที่จะถึง ศาลรัฐธรรมนูญ ก็คือต้องมีการไต่สวน พิพากษา ไต่สวนหาพยานหลักฐานทั้งหลายทั้งปวงก่อน ก็ต้องผ่านอัยการสูงสุด แล้วก็ต้องขออนุญาตเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพ ถึงพี่น้องประชาชนว่าอัยการสูงสุดนั้นเป็นองค์กรอิสระ ไม่ได้ขึ้นตรงต่อกระทรวงยุติธรรม สมัยก่อนขึ้นตรงต่อกระทรวงมหาดไทย แต่ ณ วันนี้เป็นองค์กรอิสระ แล้วไม่ใช่ตัวบุคคล เป็นองค์กร เป็นสถาบัน ซึ่งจะต้องรับเรื่องการพิจารณากลั่นกรองก่อนสำหรับประชาชน ผู้ซึ่งจะพิทักษ์รัฐธรรมนูญฉบับนี้ กลั่นกรองเรียบร้อย อัยการสูงสุดพร้อมองค์คณะทั้งหมด ส่งเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องไต่สวนตามที่อัยการได้นำส่งเรื่องมา ซึ่งเรื่องนี้เป็นกระบวนการยุติธรรมซึ่งให้ความเป็นธรรมกับทุกส่วน ทั้งผู้ร้องที่จะพิทักษ์ รัฐธรรมนูญ ทั้งผู้ถูกร้องในทุกภาคส่วน กลุ่มบุคคลนี้หรือพรรคการเมืองนี้กระทำผิด ซึ่งการชี้ขาดลงมานั้นมันมีผลกระทบอย่างมากมาย ไม่ใช่เฉพาะตัดสิทธิพรรคการเมือง ยุบพรรคการเมือง ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรค แต่สิ่งที่สำคัญ สมาชิกพรรค อีกเป็นล้าน ๆ คนซึ่งจะต้องเสียสิทธิตามไปด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ผมถึงต้องขออนุญาต กราบเรียนว่าในร่างที่ ๓ มาตรา ๖๘ ยึดโยงไปถึงมาตรา ๒๓๗ มาตรา ๒๓๗ ก็เช่นเดียวกัน การกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งซึ่งผิดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือผิดต่อ รูปแบบกติกาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งได้ตราไว้ว่าการได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ถ้าทำผิดกฎหมายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และผู้ที่ กระทำความผิดนั้นต้องถูกเพิกถอนสิทธิในการเลือกตั้งนั้นไป แต่ถ้าเกิดกรรมการ บริหารพรรค หัวหน้าพรรค ซึ่งอาจจะรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลยให้สมาชิกผู้ซึ่งลงสมัคร รับเลือกตั้ง ส.ส. หรือ ส.ว. ทำผิดเลือกตั้งนั้น ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับ การร้องเรียนและมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ท่านประธานที่เคารพครับ แค่ควรเชื่อได้ว่านั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถที่จะยุบ สามารถที่จะตัดสิทธิหัวหน้าพรรค สามารถที่จะตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคการเมือง และผู้ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ตัดสิทธิยุบพรรคการเมือง พร้อมกับตัดสิทธิในการดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีก ๕ ปี ซึ่งถือว่าร้ายแรงที่สุด เราคงจำได้ที่ผ่าน ๆ มาตั้งหลายยุคหลายสมัยก่อนจะถึงรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ เราพูดกันมาโดยตลอดว่าบ้านเมืองนี้ ประเทศไทยของเรานี้จริง ๆ ด้านเศรษฐกิจเดินได้ ด้วยตัวของเขาเอง เดินได้ด้วยดีมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ฉุดรั้งเขามาโดยตลอดเขาบอกว่าการเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม เขาบอกเศรษฐกิจประเทศนี้ไปไหนมาไหนไม่ได้หรอกเนื่องจากว่า การเมืองของพวกเราวุ่นวายเหลือเกิน ถ้าการเมืองไม่ฉุดรั้งประเทศไทยของเรานี้ผมคิดว่า ไม่แพ้ประเทศอื่นใดในโลกในการแข่งขันทางด้านการค้า เคยมีนักธุรกิจหลายท่านได้มา บอกว่าขอเถอะในส่วนของการเป็น ส.ส. ขอเถอะในส่วนของการเป็น ส.ว. หรือแม้แต่ การเป็นรัฐบาลเอง ขอว่าถ้าไม่ช่วยภาคเอกชนอย่าฉุดรั้งเขาเลย นี่คือสิ่งหนึ่งที่เรารับรู้ รับทราบมาโดยตลอด และสิ่งที่สำคัญยิ่ง การก่อเกิดเศรษฐกิจที่ไม่มั่นคงก็เนื่องจากว่า การเมืองของเราอ่อนแอเหลือเกิน สมัยก่อนพวกเรากว่าจะเลือกตั้งมาเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้นั้นลำบากเหลือเกิน ลำบากในการที่จะต้องมาขอคะแนนเสียง จากพี่น้องประชาชน หลังจากเข้ามาแล้วพี่น้องที่เคารพครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีสมัยก่อนนั้นนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จะเลือกใคร ก็ได้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี นี่คือส่วนหนึ่งที่เป็นประชาธิปไตยไม่เต็มใบ หลายสิ่งหลายอย่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยากมาพูดในวงกลมแห่งนี้ อยากเอาความจริงมาเผยแพร่มาเปิดให้ พี่น้องประชาชนรับทราบ แต่สิ่งที่ได้รับจากผู้หลักผู้ใหญ่มานั้นบอกว่าอย่างไร พูดไม่ได้ เรื่องนี้พูดไม่ได้ พูดไปสภาแห่งนี้อยู่ไม่ได้ ขนาดสภาแห่งนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยแล้วก็ อยากเรียนถามว่าประชาชนซึ่งเลือกเรามานี่จะเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร อันนี้แค่หยิบยก ทั้ง ๒ มาตรา ความมั่นคงของการเมือง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคการเมืองจะยุบง่าย ๆ ไม่ได้ ทุกส่วนทุกภาคตั้งแต่เป็นประเทศไทยมา พรรคประชาธิปัตย์เอง ต้องขออนุญาต ที่จะเอ่ยนาม ซึ่งเป็นพรรคเก่าแก่หมายเลขก็ ๐๐๑ ท่านเองก็ต้องการสร้างพรรคของท่าน เป็นสถาบัน เช่นเดียวกันพรรคพลังประชาชน มาเป็นพรรคไทยรักไทย มาเป็นพรรคเพื่อไทย พวกเราก็ต้องการสร้างพรรคของพวกเรา ของพวกผมซึ่งรวมกันอยู่ตรงนี้ให้เป็นสถาบัน การเมือง ให้เป็นที่พึ่งที่พิงของพี่น้องประชาชน แต่ ณ วันนี้สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็เนื่องจากว่า นักกฎหมายซึ่งเป็นคนเก่งทั้งนั้นในประเทศไทยของเรา แต่ใช้วิธีคิด ใช้วิธีการเป็นนักกฎหมาย ใช้ความคิดแบบศรีธนญชัย ใช้การแปลความและ/หรือแค่นั้น และในการที่จะทำลาย หรือทำร้ายพรรคที่ไม่ใช่เป็นพรรคพวกของตัวเอง สิ่งนี้มันไม่น่าจะเกิดขึ้น ใครทำผิดคนนั้น ต้องรับผิดไป แต่พรรคการเมืองยังต้องคงอยู่ หัวหน้าพรรคการเมืองกระทำผิดหัวหน้าพรรค การเมืองก็ต้องโดนตัดสิทธิไป ผู้ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ลงสมัครสมาชิกวุฒิสภา ถ้าทำผิดต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต่อกฎหมายการเลือกตั้งคนนั้นก็ตัดสิทธิไป ไม่ใช่ว่า พ่อทำผิดมาตัดสินประหารชีวิตลูก อย่างนี้มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ณ วันนี้เราต้องเอาความจริง มาพูดกัน และในอีกหลาย ๆ มาตราที่ผมอยากพูดถึง แม้แต่มาตรา ๑๙๐ ก็เช่นเดียวกัน ในเมื่อเรามอบหมาย ณ ประเทศไทยแห่งนี้มีอำนาจหลักอยู่ ๓ หลัก อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ ฝ่ายบริหารก็รับมอบอำนาจไปในการบริหารชาติบ้านเมือง การทำสิ่งใดที่ฝ่ายบริหารกระทำความผิดหรือไม่ถูกต้องก็มีองค์กรอิสระตรวจสอบ อย่างมากมาย หรือแม้แต่การที่จะให้ไปเอ็มโอยูหรือเซ็นสัญญากับต่างประเทศก็เช่นเดียวกัน แต่ถ้ารัฐบาลที่ได้รับมอบหมายมาแล้วเป็นฝ่ายบริหารถ้าไปทำให้ประเทศเสียหาย ประเทศชาติล่มจม ก็คงต้องโดนฟ้องจากองค์กรต่าง ๆ และสิ่งที่สำคัญ ก็คงจะโดนฟ้องจากพี่น้องประชาชน ประชาชนก็คงจะไม่เลือกฝ่ายบริหารนั้น หรือพรรคการเมืองนั้นมาบริหารชาติบ้านเมืองนี้ ต่อไป สิ่งนี้เราต้องแยกอำนาจกันอย่างชัดเจน
และอีกส่วนหนึ่งที่อดจะต้องพูดถึงไม่ได้ เราต้องเอาความจริงมาเผยแพร่ มาพูดกันให้มันตรง ๆ แห่งนี้ว่าอย่างการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาก็เช่นเดียวกัน ผมไม่ได้ดูถูก ไม่ได้ดูแคลนว่าท่านสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหานั้นไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถ แล้วก็เช่นเดียวกันผมก็ไม่ดูถูกสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งว่าไม่มีความรู้ ไม่มี ความสามารถ แต่ต้องถามว่าประเทศของเรานี้ปกครองโดยระบอบอะไร ถ้าบอกว่าปกครอง โดยระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ โอเคเรารับได้ แต่ ณ วันนี้เราพูดกันมาโดยตลอดว่าเราเป็นการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุข แล้วก็มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครอง ประเทศไทย กฎหมายสูงสุดถ้าไม่แก้ไขให้ถูกต้อง ประชาชนทั้ง ๖๔ ล้านคนจะอยู่กัน ได้อย่างไร ถ้าเราไม่ยึดกฎหมายที่มันเป็นธรรมที่สุด ส่วนไหนที่ไม่เป็นธรรม ส่วนไหนที่ ก่อให้เกิดการแตกแยกเราก็ต้องแก้กฎตรงนั้นให้มันถูกต้อง การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา เช่นเดียวกัน ผมเองอยากฝาก ในเมื่อพวกเราเองก็คงผ่านการเลือกตั้งมา เคยมาเป็น สมาชิกวุฒิสภาแล้ว แต่ด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เพื่อต้องการให้อีกกลุ่มบุคคลหนึ่ง มามีบทบาท และผมก็มั่นใจเหลือเกินว่าสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหานั้น ถ้าลงไป เลือกตั้งผมก็มั่นใจว่าท่านเองก็คงจะได้รับการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชน วันนั้นพวกเรา จะมีความสุขกันว่าทุกคนมาจากพี่น้องประชาชน ทุกคนไม่ได้มาจากอภิสิทธิ์ชนหรือมาจาก กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง การที่พวกท่านจะอภิปราย การที่พวกท่านจะแสดงความคิดเห็น อะไรต่าง ๆ พวกเรารับกันได้ แล้วก็ขออนุญาตที่จะต้องฝากถึงกรรมาธิการในการร่าง ในส่วนนี้ว่าในการกำหนดคุณสมบัติของสมาชิกวุฒิสภาก็เช่นเดียวกัน จริง ๆ แล้วเราบอกว่า เรามาจากระบอบประชาธิปไตยทำไมเราต้องจำกัดสิทธิเบื้องต้นแม้แต่การดำรงตำแหน่ง มันเป็นสิทธิที่เขาจะต่อเนื่องในสิ่งที่เขากระทำ ถ้าเขากระทำไม่ดีประชาชนคงไม่เลือกเขามา เราอย่าไปคิดก่อนล่วงหน้าว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นนั้นจินตนาการเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่พวกท่านจินตนาการไปก็คือการดูถูกพี่น้องประชาชน และอีกส่วนหนึ่ง การกำหนดคุณสมบัติที่จะต้องมาจำกัดสิทธิเขาอย่างมากมายนั้นเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ต้องตัด ออกให้หมด แล้วก็ร่างออกมาให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ผมและคณะเพื่อน ๆ สมาชิก ซึ่งอยู่รอบข้างทั้งหมดขออนุญาตที่จะต้องกราบเรียนผ่านถึงท่านประธานรัฐสภาว่าเรามี ความประสงค์อย่างแท้จริงในการที่จะแก้ไขทั้ง ๓ ร่างเพื่อพี่น้องประชาชน เพื่อความอยู่เย็น เป็นสุข เพื่อความสงบสุขของสังคมของประเทศไทยต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ