วรวิทย์ บารู หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เพื่อให้กระบวนการประชาธิปไตยสมบูรณ์มากขึ้น และมีความเป็นธรรม เป็นกลาง และยังหารือเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้ง ส.ว. และการตรวจสอบอำนาจของรัฐ
ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผม วรวิทย์ บารู สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดปัตตานี ท่านประธานที่เคารพครับ เรากำลังพูดถึงแล้วก็พิจารณาถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นะครับ การแก้ไข รัฐธรรมนูญครั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้กระบวนการประชาธิปไตยให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น มีความเป็นธรรม เป็นกลาง ผมในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่ได้ลงชื่อ แน่นอนสนับสนุนการแก้ไข รัฐธรรมนูญทุกฉบับที่เสนอไป ซึ่งการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญก็อนุญาตให้กระทำได้ แล้วก็เชื่อ เหลือเกินว่าตลอดเวลาที่ ส.ว. ที่ลงชื่อก็กระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ก็ไม่มีความสมบูรณ์ ทุกคนก็คงจะยอมรับเช่นเดียวกันว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็มีอีกหลายประเด็นที่จะต้องแก้ไข เพราะฉะนั้นเราในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็สามารถที่จะกระทำได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยวุฒิภาวะของ ส.ว. ที่ลงชื่อเสนอชื่อ ทั้งหมด ผมเชื่อเหลือเกินเขาพร้อมที่จะรับผลจากการที่ได้กระทำลงไป ในการปฏิบัติหน้าที่ ของตนเองในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ ตลอดเวลา ๓ วันที่ผ่านมานี้เราก็คง ได้ยินได้ฟังบุคคลในสภานี้พูดว่าการเลือกตั้งมิใช่ประชาธิปไตย การเลือกตั้งมิใช่ทั้งหมดของ ประชาธิปไตย และผมคิดว่าท่านเหล่านั้นก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการเลือกตั้งเป็นกระบวนการ ที่สำคัญของประชาธิปไตย และเชื่อว่า ส.ส. ที่อยู่ในระบบรัฐสภา แล้วก็อยู่ใน ระบอบประชาธิปไตยนี่ก็ยังต้องการการเลือกตั้งอยู่ดี คงไม่ปฏิเสธการเลือกตั้งเพื่อจะสู่สภาแห่งนี้ แล้วก็คงไม่ยอมให้ใครในการที่จะออกแบบให้ใคร ให้คณะใดเลือกท่านเข้ามาทำหน้าที่ในสภานี้ เพราะเชื่อว่าอำนาจของท่านต้องโยงใยกับประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะลอง ยกประเด็นความไม่สมบูรณ์ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ให้ท่านประธานทราบ เพื่อที่จะเป็น เหตุผลหนึ่งในการที่จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่มาของ ส.ว. นะครับ ท่านประธานครับ เราคงจำได้ว่า ส.ว. สรรหาที่มีอยู่ในขณะนี้เป็น ส.ว. สรรหารุ่นที่ ๒ ที่ผ่านการสรรหา ซึ่ง ส.ว. แต่ละท่านก็มีวุฒิภาวะ มีความโปรไฟล์ (Profile) ของตัวเองที่ดีในการที่จะได้เข้ามาที่ตรงนี้ เราไม่ได้รังเกียจ ส.ว. เหล่านั้น แต่ด้วยตัวแทนจากองค์กร ๗ คน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้เป็นผู้เลือกตรงนี้เป็นประเด็น เพราะว่าหลายท่าน ส.ว. ที่อยู่กับเราเรารู้ถึงบทบาท เรารู้ถึงภารกิจของท่านเหล่านั้นในการที่ ดำเนินการตลอดระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมา หลายท่านเป็นคนซึ่งโดดเด่นมาก ทำหน้าที่อย่าง โดดเด่นมากก็ไม่ได้รับการคัดเลือกเข้ามา ในขณะอีกหลายท่านก็มีประเด็นที่เรากังขา ในกฎเกณฑ์ที่ใช้ในกระบวนการคัดสรรเข้ามาว่าคนเหล่านี้ทำไมจึงหลุดไป และคนเหล่านี้ ทำไมจึงไม่ได้รับการคัดสรรเข้ามา แต่ในอีกจำนวนหนึ่งได้รับการคัดสรรเข้ามา เหล่านี้ก็เป็น ความตระหนักของ ส.ว. ที่อยู่ด้วยกันตลอดระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมคิดว่าสังคมการเมืองไทยขณะนี้สิ่งที่เราจะต้องช่วยกันกระทำอย่างเต็มที่ก็คือ การพยายามสร้างการเมืองทางสายกลาง โดยเฉพาะทางสายกลางทางการเมือง และพยายามสร้างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยให้มากที่สุด ท่านประธานครับ การที่จะ สามารถธำรงไว้ซึ่งทางสายกลางทางการเมืองก็คือการเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันต่อสู้บนเวที ที่ประชาชนมีส่วนร่วมภายในกรอบและกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและรัดกุม นั่นก็คือรัฐธรรมนูญ ที่เป็นธรรมนะครับ ท่านประธานครับ เราทุกคนต่างยอมรับว่าอำนาจรัฐต้องเป็นอำนาจ ที่ได้มาจากประชาชน อยู่ได้ด้วยการตรวจสอบของประชาชน และจะต้องผ่านการคัดสรร โดยกระบวนการที่โปร่งใสโดยประชาชน ท่านประธานครับ บทบาทหน้าที่ของ ส.ว. โดยหลักใหญ่ ๆ แล้วก็มี ๔ อย่างด้วยกันก็คือ กลั่นกรองกฎหมาย ควบคุมการบริหารของ รัฐบาล เห็นชอบแต่งตั้งองค์กรอิสระ ถอดถอนองค์กรอิสระ ท่านประธานครับ ตลอดระยะเวลา ๕ ปีที่ผ่านมาของการทำหน้าที่ในฐานะ ส.ว. ก็มีเรื่องของการถอดถอน บุคคลในองค์กรอิสระเป็นตัวอย่างนะครับ ซึ่งจะถอดถอนได้ก็จะต้องใช้เสียง ๓ ใน ๕ ซึ่งรวม ความแล้วก็จะต้องมากกว่า ๙๐ เสียงขึ้นไป ท่านประธานครับ ในลักษณะโครงสร้างของ รัฐธรรมนูญที่เป็นอยู่วันนี้ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญจะระบุอย่างชัดเจนว่าเมื่อปรากฏความผิด สามารถที่จะถอดถอนได้ แต่ว่าแน่นอนองค์กรเหล่านั้นก็เป็นองค์กรซึ่งเลือกแล้วก็คัดสรร ท่านเข้ามา ที่เรากลัวว่าอัยการเป็นตัวแทนของรัฐบาลอันนี้ก็เช่นเดียวกันนะครับ สิ่งที่มันไม่น่า ที่จะเป็นที่กังขาของสังคมมันก็เกิดขึ้นนะครับว่าสิ่งเหล่านี้เมื่อไรเขาจะถอดถอนได้ ถึงแม้ว่า จะปรากฏความผิดอย่างชัดเจนดังกรณีตัวอย่างที่ผ่านมาแล้วในรอบ ๓ ปีที่ผ่านมา ท่านประธานครับ เรากลัวเหลือเกินว่าถ้าหากมีการเลือกตั้ง ส.ว.ทั้งหมด วุฒิสภาก็จะ กลายเป็นสภาผัวสภาเมีย สภาพี่สภาน้อง และที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือสภาทาส ด้วยโครงสร้าง ที่ผมกล่าวไปเมื่อสักครู่แล้วก็ที่มีอยู่ขณะนี้ แล้วก็จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ๕ ปี ภายใต้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้ก่อให้เกิดสภาพของสภาทาสซ่อนรูปขึ้นมานะครับ ซึ่งหากคงไว้ ในลักษณะเช่นนี้ต่อไปมันจะเป็นสิ่งซึ่งไม่ดีต่อกระบวนการประชาธิปไตย หลายอย่างเราคิดว่า ใส่เสื้อหน้าตาดีนะครับ สวมสูท (Suit) สวมอะไรออกมาเราคิดว่าสิ่งเหล่านั้นคือรูปแบบ ของประชาธิปไตย แต่ภายใต้ตรงนั้นมันเป็นสภาทาสซ่อนรูปที่กำหนดไว้ มีการเชื่อมโยงกับ สิ่งต่าง ๆ ที่สามารถจะเชื่อมโยงเข้ามา อย่างที่ผมบอกว่าโครงสร้างเช่นนี้มันจะอยู่ต่อไปไม่ได้ โครงสร้างของการเลือกกันไปเลือกกันมาแล้วก็ถอดถอน ลองคิดดูนะครับ ๓ ใน ๕ ต้องใช้ ๙๐ กว่าเสียง ส.ว. เลือกตั้งมี ๗๖ เสียง อย่างไรก็ไม่สามารถที่จะถอดถอนได้ สิ่งเหล่านี้ มีประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นเขียนในสิ่งที่ดีซึ่งทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราก็ชื่นชอบในสิ่งซึ่งมัน ปฏิบัติไม่ได้ มันเป็นจริงไม่ได้ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งซึ่งผมจะเรียนให้ท่านประธานได้ทราบว่าการที่ เราเสนอให้มีการเลือกตั้งเข้ามานั้นเพราะจะยึดโยงท่านกับประชาชน เราเชื่อใน ความสามารถของ ส.ว. สรรหาทุกท่านมีความสามารถ และผมเชื่อว่าประชาชนฉลาดพอ ในการที่จะเลือก การเลือก ส.ว. ไม่ใช่เลือกอย่าง ส.ส. แน่นอนประชาชนก็ทราบนะครับ เลือก ส.ว. นี่เขาจะใช้งานอย่างไร เพราะฉะนั้นคงไม่ได้ อย่างที่อาจารย์วรวิทย์ วงษ์สุวรรณ์ หรือว่าคุณหมอสุรพงษ์ เขารู้นะครับว่าเขาจะเลือก ส.ว. เพื่อไปทำหน้าที่อะไร ไม่ต้องเกรงกลัวว่าท่านจะไม่ได้รับการเลือกตั้งถ้าท่านมีความรู้ ความสามารถนะครับ เพราะว่าเขาแยกแยะอย่างชัดเจนว่าอันนี้คือ ส.ว. อันนี้คือ ส.ส. ไม่ใช่ว่าซุกใต้ปีกแล้วมันจะได้ ไม่ใช่นะครับ อันนั้นเป็นการมองหรือว่าคำที่อาจารย์สุริยา ใช้เมื่อวานคือการจินตนาการมากเกินไป มันก็จะเกิดภาพซึ่งเป็นการจินตนาการมากไป เช่นเดียวกันนะครับ ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ