รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๔ เมษายน ๒๕๕๖

สุรจิตร ยนต์ตระกูล หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวถึงการปฏิวัติและผลพวงที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้หยุดการปฏิวัติและแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

นายสุรจิตร ยนต์ตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม สุรจิตร ยนต์ตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้สิ่งที่ รัฐสภาแห่งนี้กำลังดำเนินการอยู่ในช่วงเวลา ๓ วัน เรากำลังจะสร้างสิ่งที่เราเรียกว่า เป็นการเดินหน้าประเทศไทย แก้ไขข้อผิดพลาดของประเทศนี้ครับ ผมต้องกราบเรียนท่านว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด รัฐธรรมนูญนั้นเกิดขึ้นมาด้วยประชาชนครับ ในนามของ รัฐสภาแห่งนี้เป็นผู้ที่ใช้อำนาจของประชาชน ในฐานะที่พวกเราเรียกตัวเราเองว่าเราเป็น ฝ่ายนิติบัญญัติครับ วันนี้รัฐสภาได้ทำหน้าที่ของตัวเองโดยสมบูรณ์นั่นก็คือกำลังจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ มีผู้อภิปรายก่อนหน้านี้หลายคนบอกว่าพวกเราใช้ รัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ปี ๒๕๕๐ แต่เราก็ต้องยอมรับมัน หลายคนมาตำหนิพวกเราว่า เกลียดตัวกินไข่ จำเป็นครับท่านครับ ในเมื่อภาวะบ้านเมืองตอนนั้นเราต้องเข้าสู่สนาม การเลือกตั้ง แล้วเราก็รอวันนี้อย่างไรครับ วันที่เราจะร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็น ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ ๖ ปีเศษที่ผ่านมาตั้งแต่มีการปฏิวัติ ผมเชื่อว่า ผลพวงของการปฏิวัติหรือบางท่านใช้คำว่า รัฐประหาร ยังมีอิทธิพล ยังมีควันหลงและกระจาย อยู่ในหลายองค์กรในประเทศนี้ยังไม่หมดครับ วันนี้ผู้คนในประเทศนี้บอกว่าประเทศเรา บอบช้ำมาก เราเดินไปไหนไม่ได้เลยครับ เพราะความขัดแย้งเป็นผลพวงของการปฏิวัติทั้งสิ้น ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วนะครับที่การปฏิวัติหรือผลพวงจะได้หมดไปจากประเทศนี้ครับ ๖ ปีเศษนี่ผมว่าเวลานานเกินไปแล้วนะครับ เรากำลังจะมาออกแบบประเทศไทยกันใหม่ ผมขออนุญาตใช้คำของท่านประธานรัฐสภาว่า พอเถอะครับ นั่งลงเถอะครับ การปฏิวัติรัฐประหาร หยุดได้แล้วครับ วันนี้พวกเรายื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญใน ๓ มาตรา ท่านประธานครับ ที่ผ่านมา การยุบพรรคการเมืองสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้คนและสมาชิกของพรรคการเมืองเป็นล้าน ๆ คน หลายคนอาจจะโห่ร้องด้วยความดีใจว่าวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีการตัดสินทุกคนหลายคนดีใจ แต่มีหลายคนที่ต้องร้องไห้ครับ คนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย การเลือกตั้งหลายครั้งถูกตัดสินว่าเป็นโมฆะแค่หันหน้าออก หันหน้าเข้าคูหาแค่นั้นเอง นายกรัฐมนตรีทำกับข้าวก็ผิด มีอะไรอีกไหมครับที่จะเกิดขึ้นในประเทศนี้ได้ ในโลกนี้ผมว่า มีประเทศเดียว ศาลรัฐธรรมนูญเป็นส่วนหนึ่งนะครับ ล่าสุดท่านก็บอกว่าบางครั้งท่านก็ ยอมรับว่าการตัดสินของท่านตัดสินเพราะว่าเป็นการแก้ไขสถานการณ์ของบ้านเมือง วันนี้ผมว่าบางครั้งในมุมมองของหลายคนบอกว่าท่านเองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ ของบ้านเมืองครับ เรื่องที่มาของ ส.ว. เราพูดกันมา ๒ วันเศษ ๆ มาจากการสรรหาของ ๗ ท่าน ๗ คนที่หลายคนใช้คำว่า ๗ อรหันต์ ผมไม่กล้าเรียกท่าน ๗ อรหันต์ครับ ท่านเป็น ปุถุชน ท่านมีรัก โลภ โกรธ หลง ท่านเป็นมนุษย์เดินดินเหมือนกันกับพวกเราทั้งหลายครับ ท่านได้ให้กำเนิดสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาผมก็เฝ้าดูครับว่าผลผลิตของท่าน เป็นอย่างไร ต้องกราบเรียนท่านว่าผมชื่นชมมากเพราะว่าท่านได้สร้างสมาชิกวุฒิสภา ที่ผมอยากจะใช้คำว่ามีความเป็นเอกภาพเป็นที่สุด เอกภาพอย่างไรครับ ไปด้วยกันทั้งหมด รวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่สูงส่งมาก อุดมการณ์ประชาธิปไตย ที่สูงส่งนั้นก็คือรัฐบาลพรรคเพื่อไทยไปทางไหนท่านไปตรงข้ามหมดเลย หลายคนบอกว่าที่มา ของท่านผมไม่แน่ใจนะครับว่าเมื่อสักครู่ช่วงเช้าท่าน ส.ว. หลายท่านก็ได้พูดว่าไม่รู้ว่า ๗ ท่าน นั่นเลือกกันอย่างไร มีวิธีการเลือกอย่างไร หรือมีการแบ่งโควตากันอย่างไร ท่านครับ เราใช้ เวลากัน ๓ วันมานี้เพื่อที่จะทำให้รัฐธรรมนูญโดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา ๖๘ ที่มีการตีความกัน ไม่ชัดเจนเพื่อให้เกิดความชัดเจนสิทธิของประชาชนไม่ได้ถูกเบียดบัง ไม่ได้ถูกจำกัด แม้แต่น้อยครับ ผมว่าที่ผ่านมาความพยายามครั้งนี้เพื่อให้เห็นว่าประเทศนี้จะไม่ตีความ เข้าข้างใดข้างหนึ่ง ต้องชัดเจน เมื่อชัดเจนแล้วจะเป็นการปกป้ององค์กรที่พวกเราถือว่าเป็น องค์กรที่พิเศษที่สุด องค์กรที่สำคัญที่สุดนั่นคือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญครับ ผมว่าสิ่งที่เราทำ วันนี้ก็เพื่อปกป้ององค์กรแห่งนี้ครับ กกต. ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง เลือกตั้งเสร็จแล้วเกิดมี ผู้กระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง กกต. ก็จะบอกว่าสมควรจะได้ใบเหลือง ใบแดง แต่สุดท้ายก็ต้องส่งให้ศาลเป็นผู้ตัดสินในขั้นตอนสุดท้าย นั่นหมายถึงว่าต้องมีการตรวจสอบ และดับเบิล เช็ก (Double check) ๒ ครั้งครับ แล้วผู้ที่ถูกศาลตัดสินก็จะยอมรับโดยดุษณีว่า นี่คือความยุติธรรม บ่ายวันนี้ผมได้ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญกำลังจะพิจารณาว่าจะรับเรื่องที่มี ท่านสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนไปยื่นหนังสือ ยื่นคำร้องว่าสิ่งที่พวกเรากำลังกระทำกันอยู่นี้ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ ถ้าเกิดศาลท่านบอกว่าผิด ผมเชื่อว่าก็จะมีการยุบพรรคการเมือง ๖ พรรค และสมาชิกอีก ๓๐๐ กว่าคนที่ร่วมลงชื่อก็เก็บกระเป๋ากลับบ้าน แต่ผมเชื่อครับ เชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านจะตรงไปตรงมา ผมเชื่อว่าท่านจะมี ความยุติธรรม เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก เคยทำแล้ว แก้ทั้งฉบับไม่ได้ ให้มี สสร. ไม่ได้ สุดท้ายวันนี้เราก็จะเสนอแก้เป็นรายมาตราครับ นี่คือ การใช้อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ผมเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภา ๓๐๐ กว่าคนที่ร่วมลงชื่อ เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมว่าทุกคนมีวุฒิภาวะ อ่านกฎหมายรู้ครับ ดูกฎหมายเป็น แต่ถ้าสิ่งที่ผมไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นแล้วเกิดขึ้นนี่นะครับ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวันนี้ว่า จะรับเรื่องนี้ก็แสดงว่าผมคิดว่าท่านกำลังจะเล่นเป็นผู้ที่แก้ไขรัฐธรรมนูญเอง ท่านจะกำหนดรัฐธรรมนูญด้วยตัวท่านเอง แล้วท่านก็ตัดสินรัฐธรรมนูญด้วยตัวท่านเอง เท่ากับว่าท่านทำหน้าที่เป็นทั้งตำรวจ อัยการ และศาล ในตัวท่านเองทั้งหมด ซึ่งผมคิดว่า เป็นไปไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมอาจจะใช้คำว่าไม่ใช่ตุลาการภิวัฒน์ละครับ เป็นตุลาการ ปฏิวัติไปแล้ว ท่านครับ วันนี้สิ่งที่รัฐสภาแห่งนี้กำลังดำเนินการอยู่เป็นการปกป้องท่านเพื่อให้ สถาบันแห่งนี้เป็นสถาบันที่เป็นเสาหลักของบ้านเมือง เป็นเสาหินที่แข็งแกร่งหยั่งรากลึกลงใน แผ่นดินนี้ไม่ต้องไปขึ้นอยู่กับอำนาจอิทธิพลใด ๆ เราต้องการเห็นครับ เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่ ตัดสินในสิ่งที่เป็นความขัดแย้งของรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นสุพรีม ลอว์ (Supreme law) กฎหมายสูงสุดของประเทศนี้ ผมเชื่อว่าทุกท่านรักบ้านเมืองนี้ครับ ผมขอเรียกร้องให้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญใน ๓ มาตรานี้เป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดอนาคตของประเทศนี้ เรากำลังจะเดินทางไกลไปตามหาประชาธิปไตยที่หายไปขอให้ทุกท่านร่วมมือกันครับ ผมขอสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ มาตรานี้ด้วยเหตุผลดังกล่าว ขอบพระคุณครับ