รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๔ เมษายน ๒๕๕๖

บุญเลิศ ไพรินทร์ หารือเกี่ยวกับการเมืองไทย โดยเน้นย้ำถึงการขาดประชาธิปไตยที่แท้จริงในประเทศไทย และวิพากษ์วิจารณ์ระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา รวมถึงการลิดรอนสิทธิของประชาชน

นายบุญเลิศ ไพรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

กระผม ได้กราบเรียนแล้วว่าถ้าประเทศเราเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงนี่รัฐบาลจะต้องเป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน อย่างแท้จริง แต่ประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ การเมืองยังไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ หรือเป็นเพียงประชาธิปไตยจอมปลอมเท่านั้น อย่าหวัง ว่าจะเป็นโน่นเป็นนี่เลย เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงเป็นของเงินตรา โดยเงินตรา และเพื่อเงินตรานั่นเอง ประเทศไทยขณะนี้เป็นอย่างนี้ หรือไม่ยอมรับความจริงกัน ไหนผมอยากจะมองเห็นเหมือนกัน ว่าใครจะปฏิเสธบ้าง การได้มาซึ่งอำนาจ การใช้อำนาจ การตรวจสอบการใช้อำนาจ ต้องพึ่งพา เงินตราที่ได้มาจากการทุจริตคอร์รัปชันของผู้มีอำนาจทั้งสิ้น การได้มาซึ่งอำนาจของฝ่ายการเมือง ก็ได้มาโดยการซื้อสิทธิ ขายเสียง และโกงการเลือกตั้งซึ่งก็ต้องใช้เงินตรา ผมไม่ได้ว่า พรรคไหนทั้งสิ้นไม่ต้องร้อนตัว การใช้อำนาจของฝ่ายการเมืองก็เป็นไปโดยทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อสะสมเงินตราไว้ซื้อเสียงต่อไป การตรวจสอบการใช้อำนาจแม้จะมีฝ่ายตุลาการ ที่เข้มแข็งแล้ว ยังมีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เช่น ป.ป.ช. คตง. ศาลรัฐธรรมนูญก็ยัง ไม่สามารถจะตรวจสอบการเมืองฉ้อฉลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเข้าทำนองหากตรวจสอบไป ก็ร่ำรวยไป ดังนี้เป็นต้น ซึ่งก็ต้องใช้เงินตราเพื่อยับยั้งการตรวจสอบอีกนั่นเอง ผมขอคัดค้าน การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทุกมาตราและทุกร่างที่นำเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ โดยเหตุผลดังต่อไปนี้ ท่านประธานที่เคารพ

ประการที่ ๑ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันยังไม่ได้สร้างปัญหาหรือเป็นอุปสรรค ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน เน้นนะครับ ที่สุจริตและเที่ยงธรรมเพื่อประเทศชาติ และประชาชนแต่อย่างใด ปัญหานั้นไม่ได้เกิดจากรัฐธรรมนูญ แต่ที่เป็นปัญหามาจากพฤติกรรมเลว ของนักการเมือง และนโยบายประชานิยมผสมการทุจริตคอร์รัปชันของผู้มีอำนาจมากกว่าครับ ขออย่าได้ไปโทษรัฐธรรมนูญแต่อย่างใดเลย รัฐธรรมมันอยู่บนหิ้งเฉย ๆ ถ้าพฤติกรรมไม่เลว ไม่ทุจริต ไม่คอร์รัปชัน ได้มาซึ่งอำนาจโดยไม่ต้องซื้อสิทธิขายเสียงใครเขาจะไปยุบพรรค มาตรา ๒๓๗ มันอยู่ของมันเฉย ๆ เขาเอาไว้ป้องกันการเมืองน้ำเน่า

ประการที่ ๒ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีเนื้อหาสาระที่ดี ๆ มากมาย ที่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้นำมาจากเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งเราถือว่าเป็น รัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริง และได้เพิ่มมาตรการต่าง ๆ ที่เปรียบเสมือนยาแรงไว้ เพื่อป้องกันปัญหาการเมืองน้ำเน่าที่เป็นรัฐบาลของเงินตรา โดยเงินตรา และเพื่อเงินตรา ถ้านักการเมืองมีพฤติกรรมที่สุจริตและเที่ยงธรรมก็จะไม่มีปัญหาใด ๆ เลยจากรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ เช่นมาตรา ๑๙๐ ผู้ร่างมีเจตนาให้รัฐบาลมีแผนระยะยาวในการทำนิติธรรมสัญญา หรือข้อตกลงใด ๆ ระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ และเคารพตัวแทนของประชาชน คือรัฐสภา และประชาชนทั่วไปได้ช่วยกันปกป้องสิทธิผลประโยชน์ของชาติ ป้องกันปัญหา ผลประโยชน์ทับซ้อนของฝ่ายบริหารบนผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน แม้จะช้า ไปบ้างก็ยังดีกว่าจะเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่ประเทศชาติและประชาชนตามมา ทั้งนี้เพราะประเทศของเรายังคงเป็นการเมืองของเงินตรา โดยเงินตรา และเพื่อเงินตรานั่นเอง จึงจำเป็นต้องมียาแรงคอยสกัดกั้นพวกเปรตทั้งหลายทางการเมือง หรือมาตรา ๒๓๗ เป็นมาตรการเสมือนยาแรงที่ต้องการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาธิปไตยของประเทศ แบบความรับผิดชอบร่วมกันของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือที่เรียกคอร์เรคทีฟ เรสพอนซิบิลิตี (Corrective responsibility) ก็ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตการเลือกตั้ง ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ยุบพรรคก็ดีแล้ว ถ้าไม่ทุจริตการเลือกตั้งใครเขาจะไปยุบ มาตรา ๒๓๗ มันนั่งอยู่เฉย ๆ ถ้าพรรคการเมืองไม่มีการทุจริตในการได้มาซึ่งอำนาจ การใช้อำนาจ และการตรวจสอบการใช้อำนาจ มาตรา ๒๓๗ ก็ไร้ความหมาย นั่นก็คือจะไม่มีการยุบพรรค และตัดสิทธิทางการเมืองของคณะกรรมการพรรคแต่อย่างใด ตกลงมาตรา ๒๓๗ เป็นปัญหา หรือพฤติกรรมเลวของนักการเมืองกันแน่ ใครเป็นเหตุและใครเป็นผลกัน อยากจะถาม สภาแห่งนี้เหมือนกัน

ประการที่ ๓ ประเทศไทยนำเอาการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา หรือพาร์ลิเมนทารี ซิสเท็ม (Parliamentary system) มาจากประเทศอังกฤษ ประเทศอังกฤษ เขาเป็นอย่างไรครับท่านประธานที่เคารพ สมาชิกวุฒิสภาเขามาจากการแต่งตั้งเฮาส์ ออฟ ลอร์ดส (House of Lords) สภาสูง สภาขุนนางเขามาจากการแต่งตั้งทั้งนั้นเลยครับ แหมอวดประชาธิปไตยต้องมายึดโยงประชาชน คุณไปลอกเลียนแบบของประเทศอังกฤษ มาแท้ ๆ เขาไม่ได้เลือกตั้งวุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภาก็มาจากการแต่งตั้งต้องการคนที่มีความรู้ หลากหลาย หลายอาชีพ มีความรู้ มีภูมิธรรม มีภูมิปัญญา มีภูมิความดีทั้งหลายทั้งปวง เอามาคานอำนาจการเมืองน้ำเน่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเมืองน้ำเน่าอย่างประเทศไทย ควรจะมีคนที่มีภูมิปัญญา ภูมิธรรมเข้ามาคานอำนาจน้ำเน่าไม่ให้เน่าต่อไปอย่างที่เป็นอยู่ ในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้ ประชาธิปไตยต้องยึดโยงประชาชน ต้องให้อำนาจประชาชน อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน แต่เรากำลังจะลิดรอนสิทธิของประชาชนไม่ให้ยื่นโดยตรง ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ต้องยื่นผ่านทนายแผ่นดินซึ่งเป็นลูกน้องของรัฐบาล เออแปลก ไหนว่า เป็นประชาธิปไตย ไหนว่าประชาชนเป็นใหญ่ นี่จะไปจำกัดสิทธิประชาชนเสียอีกแล้ว มันเป็น เรื่องที่น่าขำ