มณเฑียร บุญตัน หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยแสดงความเห็นไม่เห็นด้วยทั้งการแก้ไขมาตรา ๒๙๑ และการแก้ไขเป็นรายมาตรา และเสนอกลยุทธ์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เหมาะสมมากขึ้น โดยเฉพาะการยกเลิกผลกระทบต่อระบบสังคม เศรษฐกิจ และการค้า การลงทุน ต่องบประมาณ และการนำประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมไปสู่ประชาธิปไตยที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น
ขอบพระคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภาสรรหา ภาคอื่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ เมื่อปีที่แล้วกระผมได้อภิปรายไม่เห็นด้วยกับการพิจารณา ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เพราะกระผมเชื่อว่าการแก้ไขมาตรา ๒๙๑ ในขณะนั้น มีหนทางไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งโดยวิธีคิดของผมแล้วผมไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะผมคิดว่าประเทศที่จะเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์นั้นจะต้องมีวุฒิภาวะ และการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญทั้งฉบับไม่ได้แสดงวุฒิภาวะทางประชาธิปไตย ไม่ว่าจะ โดยการฉีกทิ้งโดยคณะรัฐประหาร หรือการแก้ไขทั้งฉบับโดยเสียงข้างมากในสภาก็ตาม นั่นเป็นความเห็นส่วนตัวผมครับ วันนี้ผมก็ขออนุญาตแสดงความเห็นไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ไม่ได้หมายความว่าโดยรูปแบบแล้วท่านทำไม่ได้นะครับ โดยรูปแบบท่านทำได้รัฐธรรมนูญให้อำนาจสามารถทำได้ แต่ที่กระผมไม่สามารถเห็นด้วย เป็นที่เนื้อหาสาระ ไม่ได้เป็นที่รูปแบบของการแก้ไขครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อันดับแรกกระผมขอให้เวลากับการแก้ไขในร่าง ฉบับที่ขอแก้ไขมาตรา ๖๘ ซึ่งผู้เสนอขอให้มีการแก้ไขนั้นได้ยกเอาเหตุผลมาอ้างว่าเพื่อความชัดเจน ซึ่งกระผมคิดว่าความชัดเจนหรือไม่นั้นอยู่ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อ สภาแห่งนี้ เมื่อสังคมมีความเห็นแตกต่างโดยอำนาจหน้าที่แล้วศาลมีอำนาจในการวินิจฉัย ความเห็นที่แตกต่าง ซึ่งก็เป็นข้อยุติแล้วศาลท่านได้วินิจฉัยในทางที่จะเป็นการเคารพ เป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงศาลรัฐธรรมนูญกรณีที่ทราบว่ามีการกระทำ อันเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเป็นการได้มาซึ่งอำนาจที่ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนะครับ กรณีที่ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไปแล้วก็มีความชัดเจนอยู่แล้วครับ จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะทำให้ ชัดเจนไปยิ่งกว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นมีผลผูกพันอย่างแน่นอน เหมือนที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านที่ได้กรุณาอภิปรายไปแล้วเมื่อข้างต้นนะครับ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีเหตุผล ไม่มีน้ำหนัก ไม่มีหลักฐานใดที่จะบอกว่าการแก้ไขมาตรา ๖๘ เป็นไปเพื่อก่อให้เกิดความชัดเจนนอกเสียจากว่าเป็นการลดทอนสิทธิซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยไปแล้ว สิทธิที่ประชาชนมีศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้อย่างชัดแจ้งว่ามีอยู่ ๒ ทางคือ เสนอเรื่องต่ออัยการสูงสุดเป็นประการหนึ่ง และยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อศาลได้วินิจฉัยเป็นเช่นนั้น สิทธิหากมีการลดทอนเหลือช่องทางเดียวก็เท่ากับว่า เป็นการตัดรอน เป็นการลดทอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งต้องถือว่าไม่ว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้จะดีหรือไม่อย่างไรก็เป็นความเห็นที่แตกต่างกันครับ ประเทศญี่ปุ่นซึ่งสมาชิกเมื่อไม่นานมานี้ ก็ได้ยกตัวอย่างว่าไม่เคยมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ยกร่างโดยชาวญี่ปุ่นครับ ยกร่างโดยกองทัพสัมพันธมิตร เขาก็ใช้กันมา ๖๐ ปีแล้วครับ เพราะฉะนั้นจุดแข็ง ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ดีก็คือเรื่องของการให้สิทธิเสรีภาพของประชาชน เวลาเราพูดคำว่า ประชาธิปไตย หลายท่านให้น้ำหนักกับการได้มาซึ่งอำนาจ แต่ว่าเท่าที่กระผมซึ่งมีความรู้ อันน้อยนิดนี่เข้าใจ ประชาธิปไตยในโลกสมัยใหม่ไม่ได้พูดถึงเฉพาะเรื่องการได้มาซึ่งอำนาจ เพราะฉะนั้นการได้มาซึ่งอำนาจนี่ใช่ครับเป็นสิ่งที่ชัดเจน การเลือกตั้งโดยพี่น้องประชาชน เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้และเป็นหัวใจสำคัญครับ แต่ประชาธิปไตยที่เห็นกันอยู่ซึ่งมีวิวัฒนาการ ประชาธิปไตยไม่ได้แช่แข็งครับ ให้น้ำหนักกับการใช้อำนาจและการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้ อำนาจด้วย เพราะฉะนั้นการจรรโลงประชาธิปไตยหรือพัฒนาประชาธิปไตยนั้นจะต้องมี ดุลยภาพระหว่างการได้มาซึ่งอำนาจและการใช้อำนาจ ตลอดจนการตรวจสอบถ่วงดุล การใช้อำนาจครับ กระผมจะไม่มีปัญหาและจะให้การสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปได้อยู่แล้วตามมาตราต่าง ๆ หากว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นไปเพื่อเพิ่มอำนาจ ให้กับประชาชนและลดอำนาจรัฐ อันนี้ก็เป็นกระแสวิวัฒนาการของประชาธิปไตยทั่วโลกครับ สิ่งที่เพิ่มประชาธิปไตยก็คือเพิ่มอำนาจประชาชน ลดอำนาจรัฐครับ อำนาจของประชาชนนั้น นอกจากจะกำหนดแนวทางการเข้าสู่อำนาจรัฐโดยผ่านตัวแทนแล้ว ยังเป็นการมีส่วนร่วม ในยุโรปนั้นองค์กรภาคประชาชนหรือภาคประชาสังคมนั้นมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วม ในหลายช่องทาง ในเรื่องของการกำหนดนโยบาย การตรวจสอบการใช้อำนาจ ตลอดจน มีการตรวจสอบอำนาจของฝ่ายการเมือง ในอเมริกานั้นใช้ระบบเช็ก แอนด์ บาลานซ์ (Check and balance) ซึ่งก็อาจจะแตกต่างระหว่างยุโรปกับอเมริกาบ้าง อย่างไรก็ตามครับ การเพิ่ม ช่องทางการใช้สิทธิของประชาชนจึงเป็นหัวใจสำคัญนะครับ และเป็นที่น่าเสียดายครับ แม้ว่าผมจะเห็นด้วยกับสาระสำคัญบางประการในเรื่องการยุบพรรคตามมาตรา ๒๓๗ แต่เมื่อท่านนำมาผูกโยงกับมาตรา ๖๘ และเมื่อท่านได้ตัดวรรคสองออกไปทั้งหมด กระผม จึงไม่สามารถให้การสนับสนุนในร่างฉบับนี้ได้ครับ
กรณีมาตรา ๑๙๐ กระผมเห็นด้วยครับว่ามาตรา ๑๙๐ เท่าที่เป็นอยู่ ยังมีปัญหาครับ มีเรื่องที่ค้างคาในสภาเป็นจำนวนมาก และกระผมก็เห็นด้วยเหมือนกันครับ ว่าที่มาของมาตรา ๑๙๐ นั้นเป็นไปเนื่องจากประสบการณ์ที่ไม่ดีก่อนปี ๒๕๕๐ ครับ เราได้มี การทำข้อตกลงเอฟทีเอซึ่งผมเป็นคนเหนือนะครับ และผมก็รู้สึกเศร้าใจเสียใจแทนพี่น้อง ชาวเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่เป็นชาวไร่ ชาวสวนปลูกกระเทียม ผลของเอฟทีเอนั้น ทำความเสียหายให้พี่น้องเกษตรกรชาวภาคเหนือครับ เพราะฉะนั้นมาตรา ๑๙๐ มีประโยชน์ ในแง่ของการตรวจสอบถ่วงดุลโดยสภาผู้แทนราษฎร โดยรัฐสภาครับ และยังเป็นการเคารพสิทธิ ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของพี่น้องประชาชน เคารพสิทธิในการที่จะได้รับการเยียวยาครับ ปัญหาที่มีอยู่แท้ที่จริงแล้วได้รับการแก้ไขโดยรัฐธรรมนูญแล้วเมื่อเดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๔ ถ้าจะให้ดีจริงก็คือต้องรีบคลอดกฎหมายตามมาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ถ้าปัญหายังคงหลงเหลืออยู่ ค่อยมาพูดกันครับว่าจะต้องแก้ส่วนใดอีก แต่ที่เสนอเข้ามานี้เป็นการตัดรอน เป็นการยกเอา วรรคสอง วรรคสาม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญนะครับ พูดถึงผลกระทบต่อระบบสังคม เศรษฐกิจ อย่างกว้างขวาง มีผลกระทบต่อการค้า การลงทุน ต่องบประมาณอย่างมีนัยสำคัญครับ เพราะฉะนั้นในการเมืองระหว่างประเทศแผนใหม่คงไม่ได้พูดถึงแต่การเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจแบบจีดีพี (GDP) ก้าวกระโดดเท่านั้น แต่จะต้องพูดถึงผลกระทบที่พี่น้องประชาชน ได้รับเนื่องจากระบบทุนข้ามชาติซึ่งมีพลังมหาศาลแล้วเข้าครอบงำประเทศต่าง ๆ ครับ
อันดับสุดท้ายผมจะพูดไม่มากในเรื่องนี้เรื่องที่มาของวุฒิสภาครับ หลายท่าน ได้พูดไปแล้วว่าคงไม่มีกล้าปฏิเสธว่าประเทศสหราชอาณาจักรหรือประเทศอังกฤษนั้น เป็นต้นแบบ เป็นแม่บทประชาธิปไตยประเทศหนึ่ง ประเทศข้างเราประเทศมาเลเซีย ซึ่งก็เจริญรุดหน้าก็เป็นประชาธิปไตยครับ แต่สมาชิกวุฒิสภาก็ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ตัวกระผมเองแม้จะมาจากการสรรหาครับ ไม่ได้มีปัญหาต่อการที่วุฒิสภาจะมาจากการเลือกตั้งเลยครับ ถ้าจะเป็นเช่นนั้นผมก็พร้อม ตัวผมเองผ่านสนามการเลือกตั้งทั้งในและต่างประเทศมา นับไม่ถ้วนแล้ว ไม่เคยกลัวการเลือกตั้งครับ แต่ท่านช่วยบอกหน่อยครับว่าท่านจะสร้างกลไก หลักเกณฑ์วิธีการใดที่จะนำประชาธิปไตยของเรานั้นไปสู่ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม มากไปกว่ามิติของพื้นที่ครับ เพราะคำว่า พี่น้องประชาชน นั้น ขณะนี้กลไกที่เข้าสู่อำนาจ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจนิติบัญญัติหรือบริหารนั้นถูกกำหนดโดยกลไกเชิงพื้นที่เท่านั้น กรรมการ สรรหาวุฒิสภาได้ดำเนินการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาในลักษณะที่เป็นการกระจายการมีส่วนร่วม โดยแบ่งตามภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมครับ ถ้าเราจะเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเราจะมีหลักประกันใด ว่าพี่น้องประชาชนในมิติที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นของสังคมที่มีความซับซ้อน ตามสาขาอาชีพก็ดี ตามกลุ่มประชากรก็ดี โดยเฉพาะคนตัวเล็กตัวน้อย คนด้อยโอกาส คนเสียเปรียบ คนพิการ หรือคนมากกลุ่มในสังคมว่าเขาจะมีช่องทางใดที่จะเข้ามาสู่อำนาจในลักษณะที่เป็นประชาธิปไตย อย่างที่ท่านพูดครับ แต่เป็นประชาธิปไตยที่ไม่ได้มองเฉพาะการมีส่วนร่วมเฉพาะเชิงพื้นที่เท่านั้น ผมก็ขอเรียนฝากไว้ด้วยครับ ผมไม่ได้มีปัญหาในเรื่องนี้นะครับ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาแล้ว กระผมยังเห็นว่าข้อเสนอทั้ง ๓ ร่างที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามานะครับ ยังไม่มีหลักฐาน ยังไม่มีน้ำหนัก ยังไม่มีข้อโต้แย้งที่มีน้ำหนักเพียงพอที่เชื่อได้ว่าจะทำให้สังคมเป็นประชาธิปไตย มากขึ้น แต่ยังมีข้อสงสัยที่จะต้องรอการอธิบายอีกมากมายแล้วผมยินดีที่จะฟังครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ