ชวลิต วิชยสุทธิ์ วิจารณ์ระบบการสรรหา ส.ว. ที่ขาดหลักประชาธิปไตยและยกตัวอย่างคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรตุลาการ โดยอภิปรายเรื่องความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย ชวลิต วิชยสุทธิ์ อภิปรายสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างประชาธิปไตย โดยโต้แย้งข้อกล่าวหาว่าเป็นประโยชน์แก่พวกพ้อง และชี้ว่ากระบวนการยุติธรรมปัจจุบันขาดความยุติธรรมเนื่องจากเกิดหลังรัฐประหาร สรุปประเด็นสำคัญว่าหัวใจของปัญหาบ้านเมืองคือความขัดแย้งและเสนอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันปฏิรูปวัฒนธรรมการเมืองเพื่อพัฒนาชาติ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้เป็นวันที่ ๓ ของการพิจารณาร่างแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เมื่อเช้าผมนั่งรถมาสภา ตาอ่านหนังสือพิมพ์ หูฟังวิทยุ เห็นข่าวพาดหัวตัวเป้งว่ามีการยื่นยุบ ๖ พรรคที่เสนอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่าศาลรัฐธรรมนูญเร่งรัดเรียกประชุมทันควัน นี่จะเอากันอีกครั้งหนึ่งแล้วหรือ ที่พวกกระผมเสนอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญก็เพื่อให้กติกาเป็นประชาธิปไตย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้เปรียบเสมือนเกลียดปลาไหลแต่กินน้ำแกง ทำไมกระผมเปรียบเปรยหรือยกคำพังเพยว่า เกลียดปลาไหลแต่กินน้ำแกง ขออธิบาย ให้เห็นภาพว่าพวกกระผมเป็นสมาชิกพรรคการเมือง มีสมาชิกซึ่งอยู่ในแนวทางประชาธิปไตย เลือกตั้งครั้งใดก็มีประชาชนสนับสนุน ๑๐ ล้านคนขึ้น ฆ่าก็ไม่ตาย พอได้น้ำทิพย์จากประชาชน ก็ฟื้นขึ้นมา จากไทยรักไทยมาเป็นพลังประชาชน แล้วก็มาเป็นเพื่อไทยในปัจจุบัน พวกกระผม รักประชาธิปไตยครับท่านประธาน ไม่ชอบเผด็จการ ทำไมพวกกระผมไม่ชอบเผด็จการ ไม่ชอบการปฏิวัติรัฐประหาร ก็เพราะว่าการปฏิวัติรัฐประหารหรือเผด็จการนั้นเป็นตัวฉุดรั้ง การพัฒนาประเทศ แต่พวกกระผมก็จำเป็นจะต้องมาอยู่ในเวทีสภาแห่งนี้ ภายใต้กติกา กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ที่คณะปฏิวัติรัฐประหารได้ทิ้งมรดกอัปยศไว้ จึงเปรียบเปรยว่า เกลียดปลาไหลแต่กินน้ำแกง พวกกระผมกินน้ำแกงเพื่ออะไรท่านประธาน พวกกระผม กินน้ำแกงก็เพื่อเห็นว่าเวทีสภาแห่งนี้เป็นเวทีเดียวในทางการเมืองที่นักการเมืองที่มีหัวใจ ประชาธิปไตยนั้นจะมีโอกาสแก้ไขกติกาของบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตย แก้ไขโดยไม่ใช้ กำลังครับท่านประธาน ที่อธิบายกันอย่างกว้างขวาง ๒ วันที่ผ่านมาประชาชนเขาดูครับ เขาดูอยู่ทางบ้าน เขาดูว่าใครรักษารากเหง้าเผด็จการและใครต้องการให้บ้านเมือง เป็นประชาธิปไตย ไม่ว่าจะใช้โวหารอย่างใดแต่พฤติกรรมมันฟ้องครับท่านประธานว่า ใครแอบจิตเผด็จการ ท่านประธานที่เคารพครับ พวกกระผมเสนอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ใน ๓ ประเด็น มีประเด็นหนึ่งที่ให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เหตุผลก็เพื่อส่งเสริมหลักประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของประชาชน ผมมีเหตุผลและตัวอย่างที่จะอธิบายให้เห็นว่าคณะบุคคลนั้นน้ำหนักทางการเมืองไม่เท่า ประชาชนทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๑๑๓ แห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้บัญญัติให้คณะกรรมการสรรหาวุฒิสมาชิกมีอยู่ด้วยกัน ๗ ท่าน ประกอบด้วย ๑. ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ๒. ประธาน กกต. ๓. ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ๔. ประธาน ป.ป.ช. ๕. ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ๖. ผู้พิพากษาในศาลฎีกาที่ที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกามอบหมาย ๑ คน ๗. ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดที่ที่ประชุมใหญ่มอบหมาย ๑ คน ท่านประธานครับ ใน ๗ ท่านจะเห็นได้ว่าเป็นศาลเกือบทั้งสิ้น เป็นผู้ทรงคุณวุฒิรอบรู้งาน ด้านกฎหมาย จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นปราชญ์ด้านกฎหมาย แต่พลาดได้ไหมครับท่านประธาน พลาดได้ โบราณมีคำพังเพยว่า สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง กระผมขอยกตัวอย่าง ให้เห็นชัด ๆ ครับท่านประธาน เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๕ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้มี คำพิพากษากรณีคณะกรรมการเลือกตั้งหรือ กกต. ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิ การสรรหาอดีต ส.ว. ท่านหนึ่ง ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม เพราะเขาไม่มีโอกาสมาชี้แจง เพิกถอน สิทธิการสรรหาจากการเป็น ส.ว. เพราะมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๕ (๙) กล่าวคือผู้ได้รับการสรรหาให้เป็น ส.ว. ท่านนั้น ได้พ้นจากตำแหน่ง ส.ว. ชุดเลือกตั้ง ปี ๒๕๔๓ มายังไม่ถึง ๕ ปี จนถึงวันได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหา คดีนี้ศาลฎีกา พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ได้รับการสรรหาท่านนั้นขาดคุณสมบัติจริง จึงเห็นควรให้สรรหา ส.ว. ใหม่ ถามว่าคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ทั้ง ๗ ท่านพลาดไหม พลาด และมีโอกาสพลาดอีกไหม มี เพราะเคยมีมาแล้วท่านประธาน แต่ผมไม่ได้โทษท่านเลย ผมโทษระบบครับท่านประธาน ถ้ายึดหลักประชาธิปไตยก็ยึดโยงประชาชนทั้งประเทศ อย่าดูถูกพี่น้องประชาชน เฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ศาลได้รับอำนาจตามกฎหมายเข้ามาทำงานเกี่ยวข้องกับการเมือง ทำให้องค์กรตุลาการต้องแปดเปื้อนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอย่างไม่เคยมีปรากฏมาก่อน ในประวัติศาสตร์ จากเดิมที่องค์กรนี้ได้รับการเคารพศรัทธาอย่างสูงสุดกว่าทุกองค์กร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีพี่ มีเพื่อนอยู่ในแวดวงตุลาการจำนวนมาก เขารักองค์กรของเขา บรรพชนตุลาการของเขาสั่งสมวัฒนธรรมองค์กร ที่มีทั้งภูมิวุฒิ ภูมิธรรม เขาอยากให้รุ่นพี่ ๆ ที่อยู่ในองค์กรอิสระปัจจุบันนี้ถอยห่างจากคุณูปการให้องค์กรได้รับการยอมรับศรัทธา เหมือนเช่นในอดีต ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมมิได้ไม่ให้ความสำคัญกับ ส.ว. สรรหา ชุดปัจจุบัน ท่านได้รับการสรรหามาท่านก็ทำหน้าที่ของท่านตามที่ได้รับมอบหมายมา และตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ ส.ว. สรรหา บางท่านเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาผมที่ผมเคารพ ศรัทธา บางท่านเป็นอาจารย์สอนหนังสือผม ที่มีความรู้ มีเมตตาธรรมสูง หลายท่านเป็นพี่ เป็นเพื่อนที่เคยคบหากันมาช้านานและทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี แต่ละท่านที่ผมกล่าวมานั้น ล้วนเป็นคนที่มีคุณภาพ แต่อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ในแต่ละก็ย่อมมีบุคลากรพิเศษ ที่จะต้องทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อรักษาอำนาจขององค์กร หรือผู้ที่มีอำนาจเหนือ องค์กรนั้น ๆ ขณะนี้พวกกระผมกำลังถูกพยายามฆ่าทางการเมืองอีกครั้ง อย่างที่ได้ กราบเรียนในตอนต้นว่าวันนี้มีข่าวพาดหัวตัวเป้ง ยื่นยุบ ๖ พรรคที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ขอเรียนว่าการฆ่าผู้ที่รักประชาธิปไตยฆ่าอย่างไรก็ไม่ตายครับท่านประธาน เดี๋ยวก็ฟื้น ขึ้นมาด้วยพลังประชาชนที่รักประชาธิปไตย แต่อยากจะขอฝากข้อคิดว่าการผลักประชาชน ๑๐ กว่าล้านคน ถ้าบวกครอบครัวเข้าไปด้วยอย่างน้อย ๓ คน ก็ ๓๐ กว่าล้านคนขึ้นไป เป็นบาปกรรมครับ เป็นบาปกรรมที่ทำกับประเทศ ความจริงต้องชื่นชมบุคลากรพิเศษที่ต้อง ทำหน้าที่ปกป้องรัฐธรรมนูญที่ยกร่างโดยคณะบุคคลที่เห็นชอบโดยคณะรัฐประหาร ผมไม่ได้ติเตียนเขาเลยครับท่านประธาน เขาทำหน้าที่ของเขาตามที่ได้รับมอบหมายมา ถ้าไม่ทำสิเป็นเรื่องที่น่าแปลกมากกว่า แต่ที่ผมแปลกใจและเศร้าใจระคนกันก็คือ ฝ่ายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายพรรคการเมือง ซึ่งเป็นองค์กรประชาธิปไตยต้องรัก และศรัทธาประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ปากบอกเป็นประชาธิปไตย แต่หัวใจและการกระทำ เป็นเผด็จการร่วมมือกับอำนาจนิยมขอเพียงให้ตัวเองได้อำนาจรักษาอำนาจของตัวเองไว้
ท่านประธานที่เคารพครับ อีกประเด็นหนึ่งที่เป็นเหตุผลสนับสนุนการแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ท่านประธานครับ บ้านเมืองจะเป็นประชาธิปไตยหรือไม่กฎกติกามันฟ้องสังคมโลก ถ้ายัง ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงเดินไปไม่ได้แล้วครับ สักพักหนึ่งเดี๋ยวก็ขลุกขลัก มันลุ่ม ๆ ดอน ๆ เดินไม่ทันเพื่อนบ้าน เดินไม่ทันสังคมโลก อำนาจนิยมนั้นเป็นตัวฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ ผมอภิปรายครั้งใดครับท่านประธานผมก็จะยกตัวอย่างให้เห็นภาพเอากันสั้น ๆ ใกล้ ๆ ภายหลัง การปฏิวัติรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๔๙ รายได้ของประเทศเอาสาขาเดียวครับท่านประธาน สาขา ท่องเที่ยว หลังการปฏิวัติรัฐประหารปีนั้นมีรายได้เพียง ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่หลังจาก นายกรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้คือท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามาบริหารประเทศได้ เพียงปีเศษ ท่านประธานครับ ปี ๒๕๕๕ สาขาเดียวนะครับ สาขาท่องเที่ยว เรามีรายได้ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้มาลอย ๆ หรือเปล่า เปล่าเลยครับ ท่านประธาน ได้มาเพราะบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ได้มาเพราะนายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบโต้ ทางการเมือง ทำหน้าที่บริหารประเทศ อดทน ขยัน ไม่ตอบโต้ ในขณะเดียวกันมีวิสัยทัศน์ เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นมิตรกับประเทศเพื่อนบ้าน คนเขาก็มาเที่ยว รายได้ก็เข้าประเทศ เศรษฐกิจก็มั่นคง นี่เห็นได้ชัด ชี้ให้เห็นชัดสั้น ๆ เอาระยะยาว ท่านประธาน ผมชอบยกตัวอย่างเปรียบเทียบประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นเรามีการเปลี่ยนแปลง การปกครองใกล้เคียงกับประเทศญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงการปกครองสมัยราชวงศ์ เมจิ ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันครับท่านประธาน เราฉีกรัฐธรรมนูญกันกี่ฉบับ เดี๋ยวนี้ เป็นฉบับที่ ๑๘ ประเทศญี่ปุ่นมีรัฐธรรมนูญ ๑ ฉบับไม่เปลี่ยนแปลงเลยการเมืองเขาต่อเนื่อง ของประเทศไทยเราเป็นอย่างไร ปฏิวัติกี่ครั้ง ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยมันไม่ต่อเนื่อง เราจะเจริญเทียบทันเขาได้อย่างไร ไม่ต้องไปเทียบกับประเทศญี่ปุ่น ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ การเมืองเขานิ่ง เมื่อการเมืองเขานิ่งบ้านเมืองก็พัฒนาใครจะมาเป็นรัฐบาล ประชาชนเขาเลือก ไม่เห็นว่าพรรคเพื่อไทยจะต้องอยู่ยั่งยืนสถาพรตลอดไป ถ้าทำไม่ดี ประชาชนเขาก็ไม่เลือก นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่าประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะรักษาชาติ บ้านเมืองและทำให้บ้านเมืองเจริญเติบโต
ประเด็นถัดมาครับท่านประธาน กระผมมีเหตุผลสนับสนุนการแก้ไข รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยในประเด็นสำคัญที่สุด หรือเป็นหัวใจในการอภิปรายของผม ในวันนี้ ผู้ที่ค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้อ้างอยู่เสมอ ก็คือว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่เป็น ประโยชน์แก่ประชาชน แต่เป็นประโยชน์แก่พวกพ้อง และจะนำไปสู่การแก้ไขเพื่อประโยชน์ ของคนคนเดียว ประเด็นการแก้ไขที่อ้างว่าไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนนั้นผมเห็นต่างครับ ท่านประธาน
ประการแรก หลักกฎหมายทั่วไปใช้บังคับกับคนทุกคน ไม่เฉพาะเจาะจง กับคนใดคนหนึ่ง ทุกคนได้ประโยชน์ เมื่อประเทศมีกติกาที่เป็นประชาธิปไตย
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ทั้ง ๓ ประเด็นที่ขอแก้ล้วนเป็นการส่งเสริม สิทธิเสรีภาพของประชาชน และผลประโยชน์ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงตาม เจตนารมณ์ของผู้ร่าง ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวางแล้ว ผมไม่ขออภิปรายซ้ำ
ประการที่ ๓ กรณีที่ว่าการแก้รัฐธรรมนูญเป็นประโยชน์แก่พวกพ้อง และจะนำไปสู่การแก้ไขเพื่อประโยชน์ของคนคนเดียว กระผมวิเคราะห์ว่าประเด็นที่ถูก ต่อต้านแรงสุด คือการกล่าวอ้างว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นประโยชน์ของคนคนเดียว ผมมีความเห็นต่างครับท่านประธาน กระผมเคยถามผู้ใหญ่ท่านหนึ่งกรณีคนคนเดียวถูกข้อหา ว่าทุจริตซื้อที่ดินรัชดา ถูกลงโทษจำคุก ๒ ปี ถูกเรียกร้องให้มารับโทษ ผู้ใหญ่ท่านนั้น ตอบผมว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์สำคัญที่สุด ถ้ากระบวนการยุติธรรมที่นำไปสู่การตัดสิน ลงโทษจำคุก ๒ ปีแก่คนคนเดียวนั้นเป็นกระบวนการยุติธรรมปกติเฉกเช่นนานา อารยประเทศสามารถยอมรับได้ แต่นี่เป็นกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นภายหลังการปฏิวัติ รัฐประหาร เพิ่มองค์กรขึ้นมาอีกองค์กรหนึ่ง เป็นหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมชั้นต้น คือ คตส. เมื่อต้นทางมันเป็นพิษ ปลายทางจะให้มันยุติธรรมได้อย่างไร ผมถามทางออก ได้รับคำตอบว่าหากถอยกันคนละก้าว ถ้าเห็นว่าท่านผิดก็เข้ากระบวนการยุติธรรมปกติ ซึ่งผมเห็นว่าแฟร์ (Fair) คนที่เห็นเป็นอย่างอื่นก็ต้องพึ่งเผด็จการเป็นตัวช่วย ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็น
ผมขอสรุปเป็นประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ทางออกของบ้านเมืองผมยัง เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์เปรียบเสมือนน้ำทิพย์หยดลงมา เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราโชวาทสำคัญถึง ๒ ครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน คือเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา และวันที่ ๓๑ ธันวาคม ทรงพระราชทานพรปีใหม่ ทรงขอให้ คนไทยมีเมตตาและปรารถนาดีต่อกัน ในหลวงของเราทรงค้นพบหัวใจของปัญหา ของบ้านเมือง ปัญหาของบ้านเมืองมีมากมายครับท่านประธานตั้งแต่เล็กไปจนใหญ่ เช่น มะพร้าวราคาตกต่ำ ยาเสพติดรุนแรง เป็นปัญหาไหม เป็นปัญหาครับ ต้องแก้ไหม ต้องแก้ แต่หัวใจของปัญหาคืออะไร เมื่อแก้แล้วจะแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ได้สะดวกขึ้น นั่นก็คือปัญหา ความขัดแย้งในบ้านเมือง ในหลวงของเราทรงอัจฉริยะ ทรงค้นพบหัวใจของปัญหา คือความขัดแย้ง ในบ้านเมืองเป็นปัญหาสำคัญสูงสุด เป็นตัวฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ สมควรที่ทุกฝ่าย จะสนองพระบรมราโชวาทถ้ามีความจงรักภักดีและต้องการให้บ้านเมืองสงบร่มเย็น ในฝ่ายของผมฝ่ายรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีตั้งหลักแน่นไม่ตอบโต้ให้เป็นประเด็นการเมือง ตั้งหน้าตั้งตาบริหารราชการแผ่นดินตามที่ผมได้กราบเรียนไว้แล้ว ในอีกฝั่งหนึ่งมีสัญญาณ ที่ดีครับท่านประธานที่ผมและหลายฝ่ายพอใจ มีการเสนอว่าควรมีการปฏิรูปวัฒนธรรม ของพรรค ไม่หมกมุ่นกับการเมืองเกินไป นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเห็นทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม ในการพัฒนาชาติบ้านเมือง ขออนุญาตกราบเรียนสรุปเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน