ไพบูลย์ ซำศิริพงษ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ และการสรรหาส.ว.
กราบเรียนท่านประธาน ผู้หนักแน่น มั่นคง สง่างาม อดทน ใจดี ที่เคารพ กระผม ไพบูลย์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา จากจังหวัดปทุมธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านว่าผมรอ โอกาสนี้มานานแล้ว รอมา ๖ ปีแล้วครับ และผมเรียนว่าผมไม่เคยเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ และผมเป็นคนหนึ่งที่โหวตไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ แม้ว่าตอนนั้นรัฐบาล จะพยายามประกาศและชักชวนให้พี่น้องประชาชนบอกว่ารับ ๆ ไปก่อนเถิดแล้วมาแก้กันวันหลัง พอต่อมาวันนี้ถึงวันที่ถึงจังหวะที่จะแก้ก็เกิดการคัดค้านขึ้นมา ก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไรนะครับ ผมกราบเรียนว่าเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ที่เกิดการรัฐประหารนั้น ด้วยวัตถุประสงค์และเหตุผล ๔ ข้อนั้นไม่ได้เกี่ยวกับ ส.ว. เลย แล้ว ส.ว. ในปี ๒๕๔๙ ขณะนั้น ๒๐๐ คนที่เกิดตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่เกิดจากการเลือกมาจากโดยตรงของพี่น้องประชาชน เข้ามาด้วยความสง่าภาคภูมิและสง่าผ่าเผย ถูกฉีกรัฐธรรมนูญและถูกยกเลิกไปด้วย กระผมเองตอนนั้นก็เป็น ส.ว. ปี ๒๕๔๙ และได้รับเลือกเป็นประธานชมรม ส.ว. ปี ๒๕๔๙ ได้พาเพื่อน ๒-๓ คนไปพบหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินในขณะนั้นบอกว่าท่านทำไม่ถูก ท่านกำลังสร้างอริทั่วประเทศ ท่านก็ยอมรับฟัง ผมบอกว่าทีองค์กรต่าง ๆ ท่านคืนให้หมด ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระใด ๆ แต่ท่านไม่คืนให้กับ ส.ว. ปี ๒๕๔๙ เดี๋ยวนี้ ส.ว. ปี ๒๕๔๙ มาเป็น ส.ส. ส.ว. บ้างประมาณ ๖๐ คน อีกประมาณเกือบ ๑๔๐ คนอยู่บ้านเลี้ยงหลาน เขาลาออกจากราชการมาบ้าง แล้วก็เขาเป็นผู้อาวุโสสมัครเข้ามาด้วยความยากลำบาก ได้รับฉันทานุมัติจากพี่น้องประชาชน แต่กลับเข้ามาแล้วมาถูกยกเลิกไปเฉย ๆ แล้วในสังคม ไม่เคยคิดจะเยียวยาให้กับ ส.ว. ปี ๒๕๔๙ ชุดนั้นเลย คำว่า สภาผัวเมียมันไม่จริง ถ้าจะพูดไป มีแค่ ๑๑ ท่าน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ของ ๒๐๐ คนเท่านั้น เพราะฉะนั้น การที่มาปรามาสว่าเป็นสภาผัวเมียนั้นดูจะไม่ยุติธรรม สำหรับการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญนี้ที่มา ของ ส.ว. ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าเราปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น ก็ควรจะเป็นอำนาจโดยเต็มของพี่น้องประชาชน ดังนั้นที่มา ส.ว. ผมย้ำแน่น ๆ ว่าควรจะมาจากการเลือกตั้งโดยพี่น้องประชาชน แล้วจำนวน ๒๐๐ คนนี้ถูกต้องแล้ว ตามรัฐธรรมนูญที่ประชาชนร่างกันขึ้นมาเมื่อปี ๒๕๔๐ ควรเป็น ๒๐๐ คน แล้วมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น สำหรับการสรรหา ส.ว. นั้นผมกราบเรียนแล้วขออภัย เพื่อน ส.ว. สรรหาด้วย โดยส่วนตัวรักเคารพกันเกือบจะทุกท่าน แต่ที่มาไม่สง่างาม พี่น้องประชาชน เวลาผมออกพื้นที่เขาเรียกไม่ถูกหรอกว่า ส.ว. อะไร เขาเรียก ส.ว. คัดสรรบ้าง แต่งตั้งบ้าง และที่สำคัญขออภัยที่ผมเอาคำพูดประชาชนเขาบอกว่า ส.ว. ลากตั้ง แต่ผมเองไม่เคยหลุด จากปากตัวกระผมเองที่จะโจมตี ส.ว. สรรหาซึ่งเป็นเพื่อนผม ผมจะพูดเสมอกับพี่น้องประชาชนว่า พวกเขาก็เข้ามาตามครรลองของประชาธิปไตยนะครับ แต่จริง ๆ แล้วผมในความรู้สึกส่วนตัว รู้สึกว่าเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ แล้วมี ส.ส. ที่เป็นเพื่อนสมาชิกรัฐสภาหลายท่านคัดค้าน เรื่องจะให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้งล้วน ๆ นั้น ผมก็แปลกใจว่าทำไมท่านชอบประชาธิปไตย ครึ่งใบหรือครับ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว ส.ส. ล่ะ ที่มาลองเอามาสักครึ่งหนึ่งไหมที่บอกว่า มาจากเขต มาจากประชาชนโดยตรงและมาจากบัญชีรายชื่อ เปลี่ยนบัญชีรายชื่อมาเป็นสรรหาเอาไหม ในเมื่อท่านชอบนักหนา ท่านมี ๕๐๐ คนก็ลองเอาเลือกตั้งสัก ๒๕๐ คน สรรหาสัก ๒๕๐ คน เป็นอย่างไร ท่านจะได้รู้สึกว่าประชาชนเขาจะไม่ยอม ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเอง ได้รับข่าวข้อมูลจากพี่น้องประชาชนผู้อาวุโสที่เขาเป็นอดีตข้าราชการตุลาการเขาเล่าให้ผมฟัง แต่ไม่รู้จริงหรือเปล่า ส.ว. เลือกตั้งโดนโจมตีมาเยอะแยะ แต่ ส.ว. สรรหามีคนกระซิบบอกว่า ถ้าใครรู้จักอย่างชนิดสนิทสนมกับ ๑ ใน ๗ อรหันต์สักคน แล้วเขาก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันใน ๗ คน เขาแลกกันไปเปลี่ยนกันมา แล้วถ้ามีผู้หลักผู้ใหญ่ฝากกับ ๗ อรหันต์ด้วยจะเป็นโอกาส อย่างยิ่ง เพื่อน ส.ว. สรรหาของผมบางท่านกระซิบกับผมด้วยซ้ำว่าเขามีโอกาสกลับมา นี่ผม ไม่ได้โจมตีนะครับ แต่ประชาชนเล่าสู่ให้กระผมฟัง กระผมก็จึงเรียนไว้ตรงนี้ว่าถ้าว่า ส.ว. เลือกตั้ง มาจากอิทธิพลทางการเมืองจะต้องไปพักซุกปีกใต้พรรคการเมืองแล้วละก็ไม่อย่างนั้น ส.ว. สรรหา มันจะต่างอะไรกัน พี่น้องประชาชนเขากระซิบบอกผมมานะครับ ไม่ใช่เป็นความคิด ของกระผมเอง ท่านประธานครับ มาตรา ๖๘ กับมาตรา ๒๓๗ มันโยงกันเรื่องการยุบพรรค และเรื่องตัดสิทธิ กรรมการบริหารพรรคให้ต้องเว้นวรรคทางการเมือง ผมก็กราบเรียนว่าพรรคการเมืองหลายพรรค ที่ไม่โดนยุบนั่นก็ร้อน ๆ หนาว ๆ มาหลายรอบแล้ว และในขณะที่หนาว ๆ ร้อน ๆ นั้น บางพรรคการเมืองก็มีการประชุมพรรคแล้วก็ไปลดจำนวนของกรรมการบริหารพรรคอันนั้น ไม่ใช่กลัวมาตรานี้หรือครับ เพราะฉะนั้นผมจะบอกเลยว่าโดยเฉพาะครั้งสุดท้ายฝนตก ที่จังหวัดชัยภูมิ แต่ฟ้าผ่าหลาย ๆ จังหวัดรวมทั้งจังหวัดปทุมธานีด้วย ส.ส. จังหวัดปทุมธานี ที่ประชาชนเขาเคารพรัก ประชาชนเขาร้องห่มร้องไห้ และเขาก็พูดว่าเขารักคนคนนี้ แต่ในที่สุดก็ต้องรอถึง ๕ ปี ผมจึงคิดว่ามีการแก้ไขมาตรา ๖๘ และมาตรา ๒๓๗