วิทยา บุรณศิริ อภิปรายเรื่องร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรา ๑๙๐ เพื่อให้มีการตรวจสอบกระบวนการเจรจาและการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรี
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายวิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ใคร่ขอแสดงความคิดเห็นเบื้องต้น ต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งประกอบไปด้วย ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๖๘ และมาตรา ๒๓๗ ที่ใช้สิทธิในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติ ผมภูมิใจครับ ท่านประธาน สิ่งแรกที่ผมต้องกล่าวต่อที่ประชุมแห่งนี้ตลอดระยะเวลาที่ผมได้รับฟังมา ๒ วัน แล้วก็วันนี้ท่านสมาชิกในฐานะท่านเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติผมถือว่า เป็นอำนาจที่สำคัญที่สุด เป็นอำนาจที่ได้มาโดยระบอบประชาธิปไตย โดยพี่น้องประชาชน ได้คัดสรรบุคคลที่เขาต้องการให้มาทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ว่าจะเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามของพรรคการเมืองต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกวุฒิสภาให้มา ทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ การพิจารณาการแก้ไขหรือการตรากฎหมายใด ๆ ก็แล้วแต่ ในฐานะที่ท่านเป็นรองประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ สมาชิกรัฐสภามีหน้าที่ในการตรากฎหมาย กฎหมายที่ผ่านจากรัฐสภาแห่งนี้เมื่อเช้าผมก็ได้ฟังน้องของผมนายแพทย์ชลน่านอภิปราย อธิบายไว้ก็ชัดเจนครับ สมาชิกของพรรคเพื่อไทยอภิปรายไว้ก็ชัดเจนว่าที่มาของกฎหมาย ที่ผ่านสภาแห่งนี้ก่อนที่จะนำไปสู่หน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ นำไปปฏิบัติ มันไปจากเรา ทั้งสิ้นครับท่านประธาน องค์กรตามรัฐธรรมนูญก็ไปจากสภาแห่งนี้ ไปจากรัฐสภา เราทำหน้าที่ ในการตรากฎหมาย และหน่วยงานหรือองค์กรนำไปปฏิบัติอันไหนถ้าเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริหารก็เอาไปปฏิบัติ อันไหนถ้าเป็นหน้าที่ขององค์กรไม่ว่าจะเป็นศาลหรือองค์กรอิสระ รัฐสภาแห่งนี้ก็เป็นผู้ที่พิจารณาแล้วก็ตรากฎหมายออกไป ผมได้รับฟังมา ๒ วันบางท่านก็ยัง ไม่เข้าใจ ผมต้องขอยกครับเพราะว่าถ้าเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ท่านอาจจะไม่เข้าใจบทบาท ของฝ่ายนิติบัญญัติในฐานะที่ท่านได้รับการเลือกตั้งมาจากพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่เป็นการยื่นเข้ามา เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๖๘ และมาตรา ๒๓๗ เป็นการกระทำอันงดงาม เป็นการกระทำที่ใช้อำนาจของตนเองที่มีอยู่และบัญญัติในรัฐธรรมนูญ แม้รัฐธรรมนูญ ฉบับที่เรานำมาตรงนี้เราอาจจะไม่ชอบ แต่นั่นเป็นคัมภีร์หนึ่งที่สมาชิกในฐานะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ พึงจะต้องปฏิบัติ ผมเองเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ร่วมลงชื่อ และสมาชิกในห้องนี้ก็ร่วมลงชื่อ เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ สมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสมาชิกเข้าชื่อ ๑ ใน ๕ เขาปฏิบัติถูกต้องครับ แต่ฟังรัฐสภาได้ทราบการอภิปราย บางเรื่องท่านก็ไม่เข้าใจ ผมจึงต้องขออนุญาตรงนี้อภิปรายให้ท่านประธานรัฐสภาได้ทราบ บางท่านกล่าวว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ประชาชนได้อะไร ทำไมไม่ไปแก้เรื่องมันสำปะหลัง ทำไมไม่ไปแก้เรื่องข้าว ทำไมไม่ไปแก้เรื่องแรงงาน ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ผมก็ตกใจได้ฟังมา ๒ วันแล้ว แก้ปัญหาความแห้งแล้ง แก้ปัญหาเรื่องต่าง ๆ เรื่องยางพารา ทำไมไม่ไปแก้ตรงนั้น มาแก้กฎหมายทำไม หน้าที่ของฝ่ายบริหารเขามีหน้าที่ครับ ปัญหาเรื่องมันสำปะหลัง ปัญหาเรื่องข้าว เรื่องอะไรเป็นหน้าที่ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายบริหาร เรามีหน้าที่ทำอะไรครับ บทบัญญัติ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดครับ หน้าที่ของสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติทำอะไร เวลาอภิปราย ผมมองแล้วว่าพี่น้องประชาชนจะเข้าใจผิดว่า ส.ส. ทำหน้าที่อะไร ส.ส. เห็นแก่ตัว ต้องแยกให้ออกครับ หน้าที่รัฐบาล หน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ผมต้องพูดสิ่งเหล่านี้เพราะผมฟังมา ผมไม่สบายใจ แม้กระทั่งในส่วนหนึ่งของสาระสำคัญในการแก้ไขตามมาตรา ๖๘ และมาตรา ๒๓๗ ท่านประธานก็คงทราบดีตลอดระยะเวลาในวังวนแห่งความขัดแย้ง ที่มาของความขัดแย้งเห็นได้ชัดครับ การปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่พวกเราใจตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ บ่ายวันนี้จะเกิดเหตุการณ์ขึ้น สมาชิกรัฐสภาบางคนถึงขนาดบอกว่าไปไม่รอด ไม่ถามหา ตัวเองบ้างครับในฐานะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติว่าท่านมีหน้าที่ทำอะไร การตรากฎหมาย หน่วยงานหรือองค์กรจะต้องนำกฎหมายเหล่านี้ไปปฏิบัติเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง หรือการตีความซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการของความไม่สงบในประเทศ มีครั้งหนึ่งผมพอใจครับ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญได้ยื่นกฎหมายของเขาเข้ามา สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติพิจารณาแล้วเป็นการที่จะรวบอำนาจตั้งแต่พนักงานจับกุมจนกระทั่ง พนักงานสอบสวน จนกระทั่งตัดสินรัฐสภาแห่งนี้ก็ไม่ยอม ถูกครับ แต่บัดนี้กฎหมาย ถ้าเขียนไว้ไม่ชัดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๖๘ หลายท่านได้อภิปราย ผมคงไม่ต้องบอก แต่ผมกำลังบอกว่าความชัดเจนมันจะต้องมี เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ถ้าเราไม่ทำเรากลับไปเชื่อ หรือไปบอกว่า เอ๊ะ องค์กรที่รองจากเราในฐานะที่เป็นเราเป็นผู้กำหนดให้เขาได้เกิดขึ้น เรากลับบอกต้องไปฟังเขา ทำไมเราไม่ทำรายละเอียดของบทบัญญัติในรายละเอียด การตรากฎหมายให้ชัดเจนเพื่อที่จะนำไปสู่กระบวนการพิจารณาแล้วไม่เกิดปัญหากับสังคม อันนี้ละผมอยากจะฝาก เมื่อวานนี้ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพูดผมฟังจดประเด็น บางคนก็กล่าวหาเสียรุนแรง เจ้าอาวาสทำไม่ถูกต้องยุบวัด ผมว่ามันไม่รุนแรงหรือครับ รองเจ้าอาวาสซึ่งเราสามารถที่จะให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อเราอยากเห็น เมื่อวานตลอดระยะเวลา มีการอภิปรายผมจดประเด็นไว้หมดสิ่งอย่างนี้ยังเกิดขึ้นกับท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่ท่านพูด เราเขียนให้มันชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดการตีความและเกิดกระบวนการคานอำนาจกัน ไม่ได้หรือ เมื่อเช้านี้ผมก็ฟังน้องชลน่านได้กล่าวไว้ ขออนุญาตเอ่ยนามเขาเพื่อที่จะไม่ต้อง อภิปรายในรายละเอียด องค์กรอัยการรัฐสภาแห่งนี้ได้ผ่านกฎหมายไปก็เพื่อให้องค์กรอัยการนั้น เป็นอิสระมีอำนาจในการบริหารราชการในส่วนที่เขาสามารถกระทำได้ ท่านลืมแล้วหรือครับ ว่าเขาได้รับเป็นกฎหมายไปแล้วในเรื่องของอำนาจเขาตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่ท่านอภิปรายฟังดูแล้วเสมือนว่ารัฐบาลจะไปครอบงำ รัฐบาลจะไปสั่งการได้ ถ้าสั่งการได้ ผมก็ว่าท่านอัยการสูงสุดใช้ไม่ได้ เพราะเมื่อเราต้องการกฎหมาย ต้องการให้องค์กรอัยการ เป็นอิสระขาดจากการครอบงำรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ บัญญัติไว้ว่าเราต้องทำให้องค์กร อัยการนั้นเป็นอิสระ รัฐสภาแห่งนี้ก็ทำให้แล้ว แต่ท่านก็อภิปรายเหมือนกับว่าองค์กรอัยการนั้น ซึ่งจะทำหน้าที่หลักในบทบัญญัติที่เราขอแก้ไขเพิ่มเติมว่าให้ไปผ่านช่องอัยการก่อน เพื่อจะได้ เกิดการตรวจสอบ ทุกวันนี้บางคนก็บอกว่าอัยการไปเป็นบอร์ด ไปเป็นโน่นเป็นนี่ เขาเอาเป็นนักกฎหมาย เพื่อที่จะได้ใช้ชี้นำหรือเวลาองค์กรปฏิบัติหน้าที่ต้องการคำปรึกษาเขาก็ทำได้ ไปมองว่า เขามีประโยชน์ซ้ำซ้อน เมื่อวานผมได้ฟังผู้อภิปรายของพรรคฝ่ายค้านพูดผมก็ไม่สบายใจ เรามามองว่าศาลรัฐธรรมนูญเป็นส่วนหนึ่ง ทุกศาลเกิดขึ้นเพราะสภานิติบัญญัติคือสภาแห่งนี้ ผมดูนะครับอยากจะให้ท่านสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติทั้งหมดที่อยู่ในห้องประชุมและอยู่ข้างนอก และพี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าในมาตรา ๑๙๗ หมวด ๑๐ ว่าด้วยศาล มาตรา ๑๙๗ ผมขออนุญาตอ่านในวรรคสอง ผู้พิพากษาและตุลาการมีอิสระในการพิจารณาอรรถคดี ให้เป็นไปโดยถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เขาต้องปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญและกฎหมาย ทำไมเราไม่เขียนให้ชัด ผมไม่ได้โทษว่าวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญ จะตัดสินหรือวินิจฉัยออกมาเป็นอย่างไร แต่ผมโทษว่าคนที่เอาไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญนั่น ไม่มีความคิดครับ นี่เป็นวาระที่หนึ่งที่พวกเรายื่นกันเข้ามาทั้ง ๓ ฉบับ ก็เพื่อจะให้สมาชิก ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย บัญญัติกฎหมายให้ชัดเจนเพื่อที่ศาลต่าง ๆ ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องทำหน้าที่ก็จะได้เอาไปปฏิบัติได้ถูก จะได้ไม่วินิจฉัยเข้ารกเข้าป่า เหมือนอย่างที่บอกครับ ที่ผ่านมาเชื่อได้ว่าเป็นอย่างไรครับท่านประธาน รับไปก่อนแก้ได้ เหมือนกันไหมครับ อำนาจ หน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติไม่ว่าจะเป็นสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดทั้งวุฒิสภาและ ส.ส. เราทำ ถูกต้องครับท่านประธาน ทำไมไม่ใช้กระบวนการรับวาระที่หนึ่งไปแล้ว วาระที่สอง แปรญัตติ อย่างไร เห็นต่างก็แปรญัตติไปสิ นี่บ้านของเรานะครับ เป็นองค์กรที่ประชาชนเขาศรัทธา และผมคิดว่าถ้าฝ่ายนิติบัญญัติวันนี้ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง ท่านก็ไม่น่าจะสมัครมาเป็นทั้ง ผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา อันนี้ผมกล้าบันทึกไว้นะครับท่านประธาน ผมเรียกร้องนะครับว่า ให้ทำหน้าที่ตามกระบวนการและเป็นไปตามขั้นตอน วาระที่หนึ่งเสร็จ ลงมติเสร็จ ขั้นตอนที่ ๒ ต่อไป แปรญัตติอย่างไร แล้วก็วาระที่สาม ขอให้ท่านประธานได้ปฏิบัติไปตามนั้น และพวกผม คิดว่าผมมีวิจารณญาณดีขอทำหน้าที่ตรงนี้ แต่จะไม่มอบอำนาจหน้าให้ใคร และเชื่อมั่น ในองค์กรของตัวเองคือสภานิติบัญญัติ อื่น ๆ นั้นผมไม่เชื่อ ถ้าท่านอยากให้อื่น ๆ ปฏิบัติ ให้ถูกต้องท่านก็ต้องตรากฎหมายตรงนี้ให้มันไม่ต้องไปตีความเป็นอย่างอื่นครับ
เรื่องที่ ๒ ที่ผมขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวข้องกับมาตรา ๑๙๐ ท่านประธานครับ ตลอดระยะเวลาที่ผมได้มีโอกาสดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีที่ผ่านมาใน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผมเห็นแล้วว่าสิ่งที่เราไม่สามารถทัดเทียมหรือก้าวทันเขาได้ส่วนหนึ่งก็คือ มาตรา ๑๙๐ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทำไมผมต้องพูดอย่างนั้นว่าในส่วนการเจรจา การค้าหลาย ๆ กระทรวงได้พบประเด็นเกิดความไม่เชื่อมั่นในการบริหารราชการ เพราะว่า เขียนไว้เริ่มกระบวนการขั้นตอนมันมีมากครับท่านประธาน กรอบก็ต้องไปดำเนินการก่อน ได้เรื่องกรอบเสร็จไปเจรจา ได้การเจรจากว่าจะมาเป็นสัญญาก็ต้องมาบอกสภาแห่งนี้ พอเป็น สัญญาเสร็จท่านจะต้องดำเนินการต่อไปก็ต้องมาบอกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผู้ทำหน้าที่เป็นคณะรัฐมนตรีนั้นกฎหมายบังคับอยู่แล้ว กระบวนการตรวจสอบ มีครับ ยื่นถอดถอนถ้าเขากระทำความผิด ถ้ากระทำความผิดกฎหมายท่านบอกว่ามาตรา ๑๙๐ จะเป็นมาตราที่ตัดสิทธิการตรวจสอบ ท่านอภิปรายผมว่าอันนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ผม อยากบอกพี่น้องประชาชนครับว่าทุกครั้งที่ไปเจรจาขาไปเราตั้งใจไปเจรจา ขากลับมันก็ต้อง มีคำตอบ เพราะฉะนั้นในวงเจรจาไม่ว่าจะเป็นเออีซีในอาเซียนก็แล้วแต่หรือแม้กระทั่งในโลกใบนี้ ถ้าประเทศไทยจะไปตกลงกับใครคณะรัฐมนตรีควรจะต้องมีอำนาจไว้ส่วนหนึ่ง ส่วนกระบวนการ ของการตรวจสอบที่เราว่าขาดการตรวจสอบเราตรวจสอบได้โดยสภาแห่งนี้ตั้งแต่ติดตาม งบประมาณ ตรวจสอบตามรายละเอียดที่เขาได้ดำเนินการ จนกระทั่งถ้าเขากระทำความผิด เราสามารถตรวจสอบโดยกระบวนการของการยื่นถอดถอนได้ อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะบอกว่า ผมสนับสนุนให้มีการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ อีกนิดเดียวท่านประธานครับ ที่มาของวุฒิสมาชิก ซึ่งเป็นร่างหนึ่งเพิ่มเติมที่มีการแก้ไขโดยสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง ผมได้ฟัง การวิพากษ์วิจารณ์การอภิปรายมาทั้ง ๒ วันนั้นดูเสมือนว่าเรามีความหวาดกลัว อำนาจ ทางการเมืองจะมีส่วน พรรคการเมืองจะมีส่วนสนับสนุนให้วุฒิสมาชิกเป็นพวกของตัวเอง ได้รับการเลือกตั้ง ท่านเชื่อหรือไม่ว่าในห้องนี้มีเพื่อนเรียนห้องเดียวกับผมเป็นวุฒิสมาชิก มาจากการแต่งตั้ง เขาไม่ได้เคยลงมติตามที่ผมต้องการหรือผมอยากจะให้เป็นหรือตรงกับ ใจผมเลยครับ มีคนเป็นวุฒิสมาชิกรักษาพยาบาลผมตั้งแต่เด็กได้มีโอกาสอยู่ในห้องนี้ ท่านถามครับ ผมไม่เคยร้องขออะไรให้เขาช่วยเลยถ้ารัฐบาลต้องการอะไร และที่สำคัญที่สุด บางทีจังหวัดเดียวกันยังสวนมติกับเสียงส่วนใหญ่ที่เป็นไปได้ในวุฒิสมาชิกเลย ผมว่าท่านมี อคติเกินไป ท่านสมาชิกที่บอกว่าการเมืองจะเข้าไปแทรกแซงโปรดเห็นใจพี่น้องประชาชนครับ ท่านประธาน เขามีวิจารณญาณดีว่าเขาจะตัดสินใจเลือกผู้ทรงคุณวุฒิท่านใดมาเป็น วุฒิสมาชิก เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยนะครับว่าการที่ประชาชนได้มีโอกาสใช้สิทธิ ในการเลือกวุฒิสมาชิกเข้ามาทำหน้าที่ในกระบวนการตรวจสอบยังเป็นอำนาจที่บริสุทธิ์ อย่างแท้จริงในระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขอใช้เวลาในส่วนนี้ได้กราบเรียน ต่อสมาชิกรัฐสภาทุกท่านว่าความเห็นต่างนั้นเห็นได้ แต่ความเห็นคล้อยหรือเห็นตามก็เห็นได้ แต่ความเห็นที่สำคัญที่สุดก็คือความเห็นว่าตัวเองนั้นมีอำนาจหน้าที่อะไร เรามีอำนาจ ในการตรากฎหมาย มีอำนาจที่จะสามารถหยุดยั้งความขัดแย้งของประเทศชาติ มีอำนาจ จะให้ความเป็นธรรม เราได้โปรดกระทำเถอะครับท่านสมาชิกครับ ขอบคุณครับท่านประธาน