สิงห์ชัย ทุ่งทอง หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมี 3 ประเด็นที่เห็นด้วย และกล่าวถึงผลกระทบต่อระบอบประชาธิปไตย รวมถึงผลการเลือกตั้งที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการปกครองของระบอบประชาธิปไตย
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม ส.ว. จากจังหวัดอุทัยธานี สิงห์ชัย ทุ่งทอง ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมจะพยายามทำหน้าที่สมาชิกวุฒิสภาที่มาจาก การเลือกตั้งจากประชาชน ตลอดหลายเดือนก็ไม่มีโอกาสที่จะได้พูด ประเทศชาติมีปัญหา มากมาย แต่วันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งในเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญ และผมก็ยอมรับว่า ผมเป็นบุคคลหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องและพยายามผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ และตลอด ๒ วันที่ผ่านมาได้รับฟังการอภิปรายทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่สิ่งหนึ่ง ที่ผมฟังได้ความรู้ครับ ได้ความรู้มากมายเหลือเกิน แต่คิดในใจอยู่อย่างหนึ่งว่านักกฎหมาย มากมายเหลือเกินที่อยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ ทั้งเกียรติคุณ ทั้งผู้พิพากษา จบมาก็หลากหลายสถาบัน ก็พยายามอธิบายความว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ชอบธรรมบ้าง ไม่ชอบธรรมบ้าง ไม่มีประโยชน์กับประชาชนบ้าง ก็พูดกันไป เพราะทุกคนมีหางที่จะต้องถือกันอยู่ ดังนั้น ในวันนี้ผมคิดว่า ๒ วันมันน่าจะพอแล้วสำหรับผมในประเด็นของเหตุและผลที่จะมาพูด ในทางกฎหมายที่จะมาสนับสนุนในส่วนที่ตัวเองเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ในวันนี้ผมในฐานะ ที่ไม่ใช่นักกฎหมายเลย คือสถาปนิก ประชาชนคนธรรมดานะครับ ผมพยายามจะพูดง่าย ๆ พูดไปทำไมมี เอากันจริง ๆ วันนี้ก็มีอยู่ ๒ ฝ่ายที่เราเห็นกันอยู่ในสื่อตลอดก็คือฝ่ายที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ก็คือฝ่ายรัฐบาลแล้วก็ฝ่ายค้าน ต่างฝ่ายต่างเอาเหตุและผล แต่คนวงนอกก็คือ กองเชียร์ประเภทรักเพราะชอบ เกลียดเพราะชัง ส่วนใหญ่ไม่ได้มีเหตุผลรองรับว่าจะเกิด อะไรขึ้น มันจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ สำหรับวันนี้ผมบอกตรง ๆ ฟันธงว่าเห็นด้วยกับ การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้เพียง ๓ มาตรานะครับ
ประเด็นที่ ๑ นั้นประกอบด้วยมาตรา ๖๘ มาตรา ๒๓๗ ผมจะไม่อธิบายความ เพราะว่ามีคนอธิบายในเหตุและผลครบถ้วน
ประเด็นที่ ๒ มาตรา ๑๙๐ เป็นเรื่องของสนธิสัญญา
ประเด็นที่ ๓ เรื่องของที่มาและวาระการดำรงตำแหน่งของ ส.ว. ประกอบด้วย มาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๑๗ มาตรา ๑๑๘ มาตรา ๑๒๐ มาตรา ๑๒๔ รายละเอียดข้อมูล ทุกแง่ทุกมุมพูดกันครบถ้วน แต่วันนี้ผมจะไม่พูดแล้ว พอแล้วส่วนตัวผม
เอากันง่าย ๆ เลยครับงานนี้ที่มันเกิดขึ้น เกิดปัญหาขึ้นกับประเทศชาติวันนี้ เป็นเพราะว่ามีประชาชนคนไทยกลุ่มหนึ่งไม่เห็นด้วย มองว่านักการเมืองมันเลว มันคอร์รัปชัน ทำให้ประเทศนี้ล่มจม มันก็เลยเกิดมีวันที่ ๑๙ กันยายน ปฏิวัติ นั่นคือปัจจัยหลักเลย ส่วนเหตุผลนี่ก็อธิบายกันไป ว่ากันไป จริง ไม่จริง ไม่รู้ แต่ไม่เชื่อเพราะไม่ชอบ เพราะฉะนั้น เอากันตรง ๆ นะครับ เรื่องทั้งหมดมาถึงวันนี้ผมก็พยายามที่สุดแล้ว ๓ มาตรานี่คิดว่า มันไม่น่าจะมีอะไรแต่มันก็มีจนได้ และวันนี้ก็มีผู้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญอีกแล้วว่าสิ่งที่เราทำ ไม่ถูกต้อง ผมถามว่าถ้าพวกผมไม่ทำแล้วใครจะทำ และคราวที่แล้วก็มีการยื่นกัน นั่นผม ไม่เกี่ยว บอกว่าจะแก้กันทั้งฉบับ แล้วผมเป็นคนออกสื่อเลยว่าผมไม่เห็นด้วยที่จะแก้ทั้งฉบับ เพราะผมเป็นคนชอบอะลุ่มอล่วยนะครับ ผมมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าในโลกนี้มันไม่มี อะไรดีที่สุด ทุกคนไม่มีใครดีสุดขั้ว ชั่วสุดโต่ง แต่ทำอย่างไรที่จะให้สังคมมันเดินไปได้ ทำอย่างไรจะให้ประเทศไทยมันเดินไปได้ ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ใช่ประชาชนที่นั่งอยู่ในสภานี้ ประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศจะขับเคลื่อนอย่างไร วันนี้ผมบอกเลยว่าเหมือนกับการขับเคลื่อนฝ่ายนิติบัญญัติ การขับเคลื่อนประเทศนี้ขึ้นอยู่กับ ศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น มันน่ากังวลเหลือเกิน ผมไม่ได้รังเกียจ ผมมองว่าทุกคน ทุกองคาพยพ ขณะนี้รักประเทศชาติเหมือนกัน แต่มุมมองที่ต่างกัน วันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวานผมตกใจ ผมเตรียมข้อมูลมาครบถ้วนในเรื่องการอภิปราย หวังว่าไม่ใช่นักกฎหมายก็ต้องอ่านเยอะ ๆ ไปดูสิว่ามีมุมประเด็นใดที่จะอธิบายได้บ้าง แต่พอเห็นเมื่อวานนี้มีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ผมตกใจแล้ว ผมบอกเอาอีกแล้วหรือนี่ เพราะฉะนั้นอย่าเลย ขนาดนักกฎหมาย เนติบัณฑิต อธิบาย ทุกคนยังบอกว่ามีการสนับสนุนเพื่อให้ได้ประโยชน์ของตัวเอง เพราะฉะนั้น เราแค่สถาปนิกจะไปจดจำบทกฎหมายต่าง ๆ มาอธิบายผมว่ามันไร้ประโยชน์ เอาความจริง มาพูดกัน ทั้งหลายทั้งมวลที่มันเกิดขึ้นเกิดจากการปฏิวัติ และคนกลุ่มนี้ก็ว่านักการเมืองชั่วเลว ทำไม่ดี ก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อจะคิดว่ากลุ่มตัวเองเท่านั้นดีที่สุด เลิศที่สุด แต่ผม ก็พยายามว่ามันจะเอาอะไรมาอิงได้ เพราะวันนี้สังคมโลกประเทศเราคิดว่าระบอบประชาธิปไตย อันเป็นเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนน่าจะเหมาะสมที่สุด แต่วันนี้บ้านเมืองเรามันจะไม่ใช่หรือครับ วันนี้ผมจะรอดูช่วงบ่ายว่าศาลรัฐธรรมนูญท่านจะออกมาอย่างไร แต่ผมคนบ้านนอกท่านรู้ไหมครับ พอพูดถึงศาลผมก็ตัวสั่นแล้ว ในอดีตผมอยู่ต่างจังหวัด สมัยผมวัยรุ่นพ่อแม่ผมพอพูดถึงศาล ท่านเข่าอ่อนเลยเพราะมีความรู้สึกว่าท่านคือสิ่งที่สูงที่สุด ท่านมีความที่เราจะน่าเคารพมากที่สุด วันนี้ผมก็ยังจะเคารพ ผมว่าท่านก็มีมุมมองการรักชาติเหมือนกันทุกคนในบรรดาคนไทย แต่ท่านอาจจะมองต่างไปหน่อยว่าคนที่มันคิดว่าการเมือง นักการเมืองมันน่าจะเลว เพราะฉะนั้นท่านก็เลยต้องหาบุคคลที่มาจากเทวดาลงมาจากสวรรค์ตกลงมาเกิดว่า คนเหล่านี้น่าจะเป็นคนที่ดีที่สุด เก่งที่สุดที่จะมาปกครองประเทศแห่งนี้ได้ และอะไรไม่อะไรครับ มามาตรา ผมเอาสักนิดหนึ่งส่วนของสิทธิการเป็นสมาชิกวุฒิสภาของผมนะครับ ของที่ผม เป็นอยู่ทุกวันนี้ ผมเป็น ส.ว. ๑ สมัยไม่สามารถจะเป็นต่อได้ แต่กลุ่ม ส.ว. ที่มาจากการสรรหา สามารถเป็นต่อได้ ทำไมครับ ส.ว. เลือกตั้งมาจากนรกขุมไหนของอเวจีหรือครับ ถึงไม่สามารถ ที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไปได้ มันเป็นอะไรหรือครับ และความคิดที่ท่านบอกว่า นักการเมืองเลวโดยจะมีการตัดตอน และวันนี้มันเป็นอย่างไรครับ มันแก้ปัญหาตรงนั้น ได้ไหมครับ ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะกราบเรียนครับ วันนี้ผมยังเคารพนับถือ และผมคิดว่าศาลนั้นเป็นที่พึ่งสุดท้าย และท่านทั้งหลายเหล่านั้นผ่านทั้งประสบการณ์ชีวิต การศึกษาครบถ้วน เพราะฉะนั้นในสติปัญญานั้นน่าจะมีการตกผลึกครับ ท่านลองมองครับ มองสูง ๆ ครับ มองประเทศนี้มองให้สูงมองมันโน่นเลยครับ มองลงมาจะเห็นหัวคนเท่ากันหมด และท่านดูสิครับว่าคนกลุ่มนี้จะเดินไปมุมไหน ท่านอย่ามองลงมาข้างล่างแล้วมองว่าคนนี้ จะวิ่งไปทางไหน ๆ ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นผมยังขอฝากความหวังไว้กับท่านศาลรัฐธรรมนูญครับ ถ้าหากท่านคิดว่าประเทศนี้ไม่ใช่นักการเมืองที่อยู่ที่นี่ ไม่ใช่พวกท่านที่คิดว่าดีที่สุด แต่ประชาชนคนทั้งประเทศ และอะไรละครับที่จะการันตีว่าประชาชน คนทั้งประเทศเห็นด้วย ก็ต้องย้อนกลับไปผลการเลือกตั้ง เพราะวันนี้เรายังปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่ถ้าหากท่านมีความคิดที่ดีกว่าว่านี่นะครับอีก ๑๐ ปีจะมีเทวดาจุติลงมาเกิดในประเทศไทย มาบริหารประเทศ และผมพิสูจน์ได้ว่านั่นคือเทวดาจริง วันนั้นผมจะไม่เอาอีกเลย ระบอบประชาธิปไตยที่ผมก็ไม่ค่อยชอบนักเพราะมันมีปัญหามากมาย ผมจะตัดสินใจทันที เลยครับว่าผมจะเลือกเทวดาคนนั้นหนึ่งเดียวมาบริหารประเทศแห่งนี้ครับ ขอบพระคุณครับ