รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๔ เมษายน ๒๕๕๖

นิยม เวชกามา หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ และเรียกร้องให้ประชาชนเลือกส.ว. ในการเลือกตั้ง และไม่กลัวว่าประชาชนต้องการเลือกตั้ง ส.ว. ที่มาจากการสรรหา นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญไม่ควรยุบพรรคการเมือง และไม่ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่ตามหลักกฎหมาย

นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สกลนคร

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย เขต ๒ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมในฐานะสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ผมขอยืนยัน ณ ที่นี้ว่า ผมต้องให้การสนับสนุนอย่างแน่นอน ท่านประธาน เพียงแต่ว่าการแก้ร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๓ ฉบับในวันนี้ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ไม่ใช่รัฐธรรมนูญธรรมดา ท่านประธาน เป็นการแก้ไขที่ยากมากสำหรับพรรคเพื่อไทยและสำหรับรัฐบาลนี้ แต่ ๒ ครั้งที่ผ่านมา ในการแก้ไขในสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ง่ายครับ เพียงการแก้เขตเลือกตั้ง ประชาชนไม่ได้อะไรหรือได้อะไรก็แล้วแต่ นิดเดียวทำไปเลยไม่ใช่เรื่องยาก เพราะฉะนั้นวันนี้ ผมในฐานะที่เป็น ส.ส. คนหนึ่งซึ่งเป็นสมาชิก ณ รัฐสภาแห่งนี้ ต้องขอบอกว่าเป็นเรื่องยาก ผมจึงต้องบอกกล่าวว่าวันนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งมีปีศาจที่คุ้มครองอยู่ ผมต้องอัญเชิญ จิตวิญญาณของนักสู้ประชาธิปไตยในอดีต ท่านอดีตหัวหน้าขบวนการเสรีไทยภาคอีสาน อดีต ส.ส. จังหวัดสกลนครคนแรก อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ขุนพลภูพาน เตียง ศิริขันธ์ ได้รับทราบว่าวันนี้ลูกหลานและคณะจะทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วครับ เพราะท่านคือ จิตวิญญาณที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ผมถึงกราบเรียนว่าลูกหลานต่อสู้แล้วขอให้สำเร็จ วันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่ทราบกันดี มีกลุ่มคณะ ส.ว. ท่านก็ยื่นไป ผมเห็นหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ลงข่าวแล้วตกใจครับ ผมอ่านให้ฟังก็ได้ท่านประธาน ฉบับวันที่ ๓ บอกว่า ศาลรัฐธรรมนูญเด้งรับ เรียกประชุมทันควัน ท่านประธานครับ ยื่นเมื่อช่วงบ่ายสามโมงวันนี้ถกกันทันที ผมเอาความจริง มาอ่านในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตนายชวนะ ไตรมาส เลขาธิการ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเปิดเผยว่าหลังจากที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว. สรรหาใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาให้ยกเลิกการแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ และมาตรา ๒๓๗ เสนอให้ยุบพรรคการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ การดำเนินการดังกล่าวเพื่อพรรครัฐบาล คือพรรครัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลขอให้มี การคุ้มครองชั่วคราวเป็นกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้รัฐสภาระงับการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะพิจารณาเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่สำนักงานได้ตรวจสอบข้อมูล ของคำร้องเป็นที่ถูกต้องเรียบร้อยแล้ว และเตรียมที่จะนำเสนอคำร้องดังกล่าวเข้าสู่ วาระการประชุมของคณะตุลาการในวันที่ ๓ เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา ท่านประธานครับ นี่เป็นการยืนยันให้เห็นชัดเจนว่ายื่นปั๊บดำเนินการเลย ผมเองคนหนึ่งต้องบอกว่ามันเจ็บปวด มาหลายครั้งแล้วครับ ผมเกิดจากพรรคพลังประชาชน ตอนพรรคพลังประชาชนถูกยุบ อีกหลายพรรคก็ยุบด้วยกันละครับ เคว้งคว้างไม่รู้จะไปไหน วันนี้ก็ยังหวาดเสียวอยู่ว่า ศาลท่านจะคิดอย่างไร แต่ผมกราบเรียนว่าจากการที่ท่านนายแพทย์ชลน่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุขพูดแล้วเมื่อเช้านี้บอกว่าไม่ตกใจ แต่ผมเองตกใจอยู่ครับ เพราะความ เป็นมาตรฐานของศาลรัฐธรรมนูญครับ ไม่ตกใจไม่ได้ พอเห็นข่าวก็ตกใจแล้ว ถ้ายุบพรรค ผมจะไปอยู่ไหน เป็น ส.ส. ปี ๒๕๕๐ ครับ ปีนี้ปี ๒๕๕๖ ก็ ๖ ปีแล้วครับถ้าว่ากันไป แต่ขอบอกว่าก็ยังตกใจ ความเป็น ส.ส. มันยืดหยุ่นกับพี่น้องประชาชน ท่านประธาน ถ้าวันหนึ่งยุบพรรคเคว้งคว้างครับ ผมไม่รู้จะอยู่พรรคไหนแล้วครับ พรรคพลังประชาชน ยุบมาอยู่พรรคเพื่อไทยไม่รู้จะอยู่ได้กี่วันถ้าแบบนี้ ถ้าโดยข้อกฎหมายผมไม่กลัวครับ มันไม่ใช่ โดยข้อกฎหมาย แต่ผมก็ยืนยันว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีสิทธิที่จะมาบอกว่าออกกฎหมาย รองรับอย่างนั้นอย่างนี้ โดยเฉพาะการวินิจฉัยข้อกฎหมายที่เป็นกฎหมาย ศาลรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่ทำตามกฎหมายที่รัฐสภาเป็นผู้ออกกฎหมาย อันนี้คือโดยหลักของรัฐธรรมนูญแต่วันนี้มันไม่ใช่ครับ เพราะฉะนั้นศาลรัฐธรรมนูญต้องคิดว่า มาตรา ๖๘ ที่เขาจะแก้ไขนี่ไม่ใช่แก้ไขเพื่อใครหรอกครับ ไม่มีใครจะอยู่ค้ำฟ้าหรอก ในสภาแห่งนี้ครับ เมื่อแก้เสร็จแล้วหลายพรรคการเมืองก็ดำเนินการต่อไป ทำไมผมถึงว่า อย่างนั้นไม่ได้แก้ไข จริง ๆ แล้วเป็นแค่ยืนยันให้เห็นว่าการยื่นครั้งนี้ขอให้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ชัดเจนในเรื่องอำนาจ เพราะมาตรา ๖๘ เขียนไว้ค่อนข้างชัดเจนจริง ๆ แล้วว่า ให้อัยการเป็นคนรับเรื่องและพิจารณา เขาใช้คำว่า และ แต่วันนี้ไม่ใช่ครับ ศาลรัฐธรรมนูญ บอกใช้คำว่า และ เป็นหรือไปเลยครับ มันผิดหลักการ เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่มีหลักการ ผมจึงบอกว่าหวาดเสียวครับ ถ้าบ่ายสามโมงบอกมาหยุดไปไม่ได้ผมยังเห็นว่าเอามาเลย ที่สั่งไว้คราวก่อนวาระที่สาม เอามาลงมติกันเลยสู้กันในสภาให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย วันนี้มันถึง เวลาแล้วพวกผมมันเลือดเข้าตาแล้วครับท่านประธาน มันจำเป็นต้องบอกอย่างนั้นครับ ผมจึงกราบ เรียนว่าศาลไม่มีอำนาจในการออกกฎหมาย มีหน้าที่ทำตามกฎหมาย แต่วันนี้มันไม่ใช่ครับ เพราะที่ว่านี่คือความมาตรฐานของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ว่าท่านนะแต่ว่าด้วยข้อเท็จจริง ที่ผมอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐรับแล้วประชุมทันทีไม่มีใครทำหรอกครับในโลกนี้ทำไม มันรวดเร็วปานนั้น ผมเห็นทางท่าน ส.ว. ท่านบอกว่ายื่นแล้วผมยังสบายใจอยู่นะยื่นได้ยื่นไป เดี๋ยวอีก ๒ เดือนค่อยมาว่ากัน แต่ไม่ใช่ครับ บ่ายสามโมงก่อนที่พวกผมจะลงมติ ถ้าเกิดสั่งตูม ออกไป ได้ยุบพรรคอะไรมันจะเกิดขึ้นครับท่านประธาน อันนี้ด้วยความเคารพ

อีกเรื่องหนึ่ง ผมต้องบอกว่าผมคิดในใจตลอด ๒ วันที่ผ่านมาท่านประธาน ท่านสมาชิกอีกซีกหนึ่งก็บอกพวกเราว่าประชาชนได้อะไรในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ เขาบอกได้อะไร ถามกันมาตลอดอีกซีกหนึ่ง พี่น้องบ้านผมโทรศัพท์มาบอกครับบอกว่า ท่านผู้ทรงเกียรติในสภาเขาไม่รู้หรืออย่างไรว่าประชาชนได้อะไร นี่ผมพูดถึงมาตราที่ต้อง บอกว่าที่มาของวุฒิสภาด้วย ทำไมว่าได้อะไร ถามได้อะไร พี่น้องผมที่อยู่บ้านผมยังตอบได้ว่า ได้อะไร เขาบอกถ้าหากประชาชนต้องเลือก ส.ว. ตามที่แก้ไขในมาตรา ๑๑๑ ถึงมาตรา ๑๒๐ ผมต้องกราบเรียนว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนได้ประโยชน์ชัดเจน นอกจากมาตรา ๖๘ ที่ผมพูดมาอันนี้ ในส่วนการยื่นหนังสือ ซึ่งความจริงมาตรฐานตรงนี้มันหายไปแล้วละท่านประธานผมไม่ค่อยคิด อะไรนักหนา วันนี้หวาดเสียวอยู่ ผมก็เรียนถามว่าประชาชนได้อะไร ถ้าแก้ว่าให้ประชาชน มีสิทธิเลือก เพราะวันนี้เราไม่ได้กำหนดว่า ส.ว. มาจากการคัดสรรอย่างเดียว ให้มาจาก การเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง ท่านกลัวอะไรกับประชาชนถ้าท่านมั่นใจว่าประชาชน รักท่าน เลือกท่านเลือกเลยครับ พอดีผมได้ยินท่าน ส.ว. ท่านหนึ่งอภิปรายในวันแรก ท่านเป็น ส.ว. จากการสรรหาหลายคนก็มีความสามารถ ท่านบอกถ้าการเลือกตั้งคราวนี้ วันนี้ท่านสรรหาท่านจะลงไปสู่กระบวนการให้ประชาชนเลือก ผมดีใจนะครับ ท่านบอก ท่านไม่กลัวหรอก ท่านมาจากการสรรหาแต่ท่านไม่รู้จักใครเลยในกรรมการสรรหา ถูกเท็จจริงอย่างไรผมไม่รู้แต่ท่านพูดอย่างนี้ผมดีใจ อันนี้บุคคลหนึ่งเขามีความสามารถครับ ลงมาสู่สนามเลือกตั้งครับ ผมนี่เกิดจากประชาชน ประชาชนเลือกผมเข้ามา เพราะฉะนั้น ผมจึงกราบเรียนว่าให้ประชาชนเขาเลือกเถอะครับ ท่านอย่าไปกลัว ได้ประโยชน์แน่นอน เพราะท่านจะรู้ว่าเขาคิดอะไร ท่านยังนั่งอยู่ในห้องประชุมกลัวอะไรนักหนาในสนามเลือกตั้ง จะเป็นจะตายครับ วันนี้บอกว่าถ้า ส.ว. ไปสู่กระบวนการเลือกตั้ง ผมไม่ได้ว่าว่า ส.ว. จากการสรรหาไม่ดีนะครับ ดี แต่ว่าให้ประชาชนเขาเลือกเถอะครับ วันนี้ประชาชนเขาคิด อะไรจะได้เห็นความรู้สึกเขา ผมว่าในกระบวนการของรัฐสภา หรือสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภาก็ตาม จะได้เห็นความรู้สึกของพี่น้องประชาชนว่านี่คือการเลือกตั้ง ออกไปพบเขา เห็นน้ำตาเขา เห็นเหงื่อเขา ทุกอย่างแล้วมันจะผูกพัน การยืดหยุ่นระหว่างประชาชนมาจาก การเลือกตั้งมันเป็นเรื่องดี ผมจึงกราบเรียนวันนี้ว่าไปคิดอะไร ไม่เป็นไม่ตายหรอกครับ เพราะผมเห็นพูดมา ๒ วันเศษ ๆ จะเป็นจะตายทุกคนเลยถ้าบอกว่าให้เลือกตั้งนี่อะไร กันนักกันหนาครับ ๒๐๐ ชีวิต แล้วมันก็มีกำหนดครับ ผมเห็นด้วยเลยจะเป็นกี่ครั้งก็ไม่เป็นไร ส.ว. นี่ถ้าประชาชนเขายังรักอยู่ วันนี้ผมเป็น ๒ สมัย ถ้าสมัยหน้าเขาไม่เลือกก็ไม่เป็นไร ก็แล้วกันไป แต่ว่าถ้าพี่น้องประชาชนยังรักยังอยากได้ผมก็เลือกผมไป ผมก็เป็นจนตายเลยครับ ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ