รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๔ เมษายน ๒๕๕๖

อรรถพร พลบุตร หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยกล่าวถึงปัญหาความหวาดระแวงที่เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน และไม่เห็นด้วยต่อ 3 ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่นำมาเสนอ เนื่องจากไม่เห็นด้วยว่ารัฐธรรมนูญที่ถูกสร้างขึ้นไม่ได้ถือถึงชีวิตและเลือดเนื้อที่เสียไปของประชาชน

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านด้วยจุดยืนของ การเคารพจริยธรรมในการทำหน้าที่ประธานรัฐสภาและประธานที่ประชุมที่ไม่เป็นทาสรับใช้ ใคร ขอบคุณท่านประธานที่กรุณาให้โอกาสได้อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมทั้ง ๓ ร่าง ผมจะใช้เวลาที่จำกัดตั้งข้อสังเกตกับท่านประธานในเบื้องต้นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเทศไทยครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เรามีรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๑๘ ฉบับ และครั้งนี้เป็นการแก้ไขครั้งที่ ๑๗ เราแก้ไขครั้งแรกตั้งแต่ปี ๒๔๘๒ เปลี่ยนชื่อประเทศจาก สยามมาเป็นประเทศไทย แต่ท่านประธานสังเกตไหมครับว่า ทำไมการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นในปีนี้ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑ คือแก้ไขทั้งร่างหรือการแก้ไขเป็นรายมาตรา จึงได้เกิดปัญหาและอาจจะโน้มนำไปสู่วิกฤตการณ์ ทางการเมืองได้ในอนาคตอันใกล้ จุดนี้เป็นจุดที่น่าสังเกตเป็นอย่างยิ่ง ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกต ผ่านไปยังผู้เสนอร่างแก้ไขทั้ง ๓ ฉบับและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในรัฐสภาแห่งนี้ว่า ปัญหาที่มันเกิดขึ้นอาจจะเกิดจากกลุ่มอำนาจเก่า อาจจะเกิดจากกลุ่มอำมาตย์ หรือกลุ่มใดก็ตามแต่ ก็สุดแต่มุมมอง แต่ปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้เกิดวิกฤตการณ์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในปีนี้ ทั้ง ๒ ครั้งเกิดจากความหวาดระแวง เกิดจากความหวาดระแวงว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีความพยายามอย่างยิ่งยวดเร่งด่วนตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นมันเพื่อประโยชน์ของประชาชน หรือประโยชน์ของใคร ด้วยเหตุนี้ครับ ความหวาดระแวงที่เกิดขึ้นทำให้เมื่อเราได้พิจารณา การเสนอแก้ไขร่างทั้ง ๓ ร่าง เราห้ามไม่ได้เลยที่ให้ประชาชนจำนวนมากมายในประเทศนี้ หลายภาคส่วนตั้งข้อสังเกตเกิดความหวาดวิตก อย่างเช่น มาตรา ๑๙๐ ที่ร่างแก้ไขได้ไปตัด ส่วนอันสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นอำนาจของพี่น้องประชาชนคนไทยที่ใช้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ก็คืออำนาจในการที่จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เป็นหนังสือสัญญาหรือมีผลกระทบ ต่อความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวางหรือมีผลผูกพัน ด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งตรงนี้เป็นสิทธิที่ชอบธรรม เป็นสิทธิที่ยิ่งใหญ่ของพี่น้องประชาชนที่ใช้ผ่านรัฐสภาแห่งนี้ การตัดประโยเหล่านี้ออกไป ผมนึกไม่ออกว่าบ้านเมืองจะเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นแค่ไหน แต่นี่คือการรอนสิทธิ ของพี่น้องประชาชน ตรงนี้เราจึงไม่สามารถจะห้ามความหวาดระแวงของพี่น้องประชาชน ได้ว่าการตัดข้อความอันสำคัญอย่างยิ่งของมาตรา ๑๙๐ มันนำไปสู่เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่องสัมปทานในอ่าวไทยในพื้นที่ทับซ้อนประเทศไทย ประเทศกัมพูชาหรือไม่ บทเรียน จากเทมาเส็ก บทเรียนจากการขายสัมปทานของชาติ บทเรียนจากการปล่อยเงินกู้ให้ประเทศพม่า มันทำให้คนเขาหวาดระแวงอย่างนั้นครับ นั่นผมให้ข้อสังเกต และมาตรา ๖๘ ซึ่งเป็น การไปตีความไปตัดประโยคซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้ตีความวินิจฉัยออกมาในเชิงที่ขยายอำนาจ ของศาลและอำนาจของประชาชน นั่นคือไม่ปิดกั้นสิทธิพี่น้องประชาชนซึ่งได้เห็นการล้มล้าง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นสิทธิ อันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ เขามีสิทธิจะระงับยับยั้งด้วยการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านอัยการสูงสุด ซึ่งหลายกรณีเราเคลือบแคลงพิศวงสงสัยในจุดยืน และการมุ่งหน้ารับใช้ภาคใดภาคหนึ่งบางคน เราห้ามความหวาดระแวงสิ่งนี้ไม่ได้ หรือการแก้ไข มาตรา ๑๑๑ ที่ให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เราก็อดหวาดระแวงไม่ได้ว่านั่นจะนำไปถึง ระบบรัฐสภาที่มีความแอบอิงกับพรรคการเมืองกับกลุ่มการเมืองเพื่อให้เกิดสภาซึ่งเหมือน ดังเคยเกิดขึ้นในปี ๒๕๔๔ ที่เรียกว่าสภาทาสหรือไม่ เราไม่สามารถจะห้ามความหวาดระแวง ของพี่น้องประชาชนจำนวนมากมายมหาศาลในประเทศนี้ได้ และห้ามความหวาดระแวง ของฝ่ายค้านไม่ได้ ท่านประธานครับ หลายท่านได้กล่าวถึงประโยคหนึ่งซึ่งเหมือนเป็นประโยคอมตะ ที่บอกว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่เราดำรงชีวิตกันอยู่ ณ ขณะนี้เป็นผลไม้พิษจากต้นไม้พิษ คือการปฏิวัติเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ แล้วเราก็กล่าวสืบโยงสืบทอดเป็นคาถาประจำตัว กันมาจนถึงขณะนี้ ไม่ใช่ครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไม่ใช่ผลไม้พิษจากเหตุการณ์ปฏิวัติ เมื่อปี ๒๕๔๙ ผมกลับมองว่าการปฏิวัติปี ๒๕๔๙ นั่นละคือผลไม้พิษ แต่ต้นไม้พิษมันคือ ระบบทุนสามานย์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นมา ๕ ปีเต็ม ๆ นั่นคือต้นไม้พิษ แล้วก็เกิดผลไม้พิษ คือการปฏิบัติเมื่อปี ๒๕๔๙ เกิดรัฐธรรมนูญที่เรียกว่าผลไม้พิษ และส่วนนี้ประชาชน ก็ดื่มพิษเหล่านี้อยู่จนบ้านเมืองเกือบจะลุกเป็นไฟอยู่แล้วครับ ฉะนั้นเราจึงไม่สามารถจะห้าม ความหวาดระแวงที่มาที่ไปของเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ท่านประธานที่เคารพในสภาแห่งนี้ ในหลายเวทีของประชาธิปไตยเราได้ยกย่องเชิดชูรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เปรียบประดุจ เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดตั้งแต่ประเทศไทยเคยมีมา เรื่องจริงครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เกิดจากความเจ็บปวด เกิดจากซากศพชีวิตของพี่น้องประชาชนที่รักประชาธิปไตย ในปี ๒๕๓๕ ผมและพี่น้องเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ก็ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ได้เลือดได้เนื้อ กันมาทั้งสิ้น ความเจ็บปวดจากอำนาจเผด็จการในยุคสมัยนั้นเราจึงสร้างรัฐธรรมนูญขึ้นมา ที่เรียกกันได้เลยว่าเป็นรัฐธรรมนูญภาคพลเมืองซึ่งเน้นสาระสำคัญอย่างน้อยก็ ๓ ด้าน คือการสร้างเสถียรภาพรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งให้มีความเข้มแข็งสู้กับเผด็จการได้ สร้างอำนาจการตรวจสอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติและองค์กรอิสระให้มีความเข้มแข็ง อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงมี ป.ป.ช. จึงมี กกต. จึงมีผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เกิดขึ้นในยุคสมัยนั้น และเน้นการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน แต่ถ้าเราอยู่ในโลก แห่งความเป็นจริงประวัติศาสตร์มันชี้ชัด เพราะตลอดเวลาที่เรายกย่องเชิดชูรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็มีกลุ่มทุนสามานย์ที่ไปทำลายเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาโดยตลอด จนย่อยยับ ไปทำลายองค์กรอิสระ ไปสร้างวุฒิสภาเป็นสภาซึ่งเหมือนสภาทาส แล้วก็เป็น กลุ่มที่ทำคลอดองค์กรอิสระที่ชี้นิ้วใช้งานได้ มันจึงเกิดเหตุการณ์ที่องค์กรอิสระ บางคน ต้องไปตายในคุก เป็นที่น่าเสียดายว่าเสียงที่เคยยกย่องเชิดชูรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ดังกึกก้องว่า ดีที่สุด แล้วตอนที่มีการทำลายเจตนารมณ์ของปี ๒๕๔๐ ตลอด ๕ ปีเต็ม ผมไม่เคยได้ยินเสียง เหล่านี้ไปคัดค้าน ลิ้นที่ควรจะคัดค้านการทำลายเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่มาจากเลือดเนื้อ ของประชาชน ลิ้นไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนั้น ลิ้นไปทำหน้าที่อย่างอื่น จะมีขนหน้าแข้งติดปลายลิ้น หรือไม่ผมไม่ยืนยันครับ ท่านประธานที่เคารพเห็นที่มาที่ไปของความหวาดระแวงที่เกิดขึ้น และอาจจะนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้ง ความรุนแรง หรืออะไรที่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ นั่นก็ เป็นเรื่องที่เราต้องติดตามต่อไป ประวัติศาสตร์ก็จะชี้ชัดให้เราเห็น แต่สิ่งเหล่านี้ครับมันจึงทำให้ ถูกตีความออกไปในเชิงที่เชื่อถือได้ เช่น การแก้ไขมาตรา ๖๘ ที่ไปจำกัดสิทธิพี่น้องประชาชน ในการที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญที่เป็นสมบัติสูงสุด กฎหมายสูงสุดของเขาก็ถูกตีความ ถูกมอง เจตนารมณ์ได้ว่าที่แท้จริงก็เพราะศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรที่การเมืองมันแทรกไม่ได้ มันซื้อไม่ได้ จึงต้องถอนเสี้ยนหนามอันนี้ออกไป จะได้แก้ไขรัฐธรรมนูญแบบยกร่างและยกเลิกมาตรา ๓๐๙ ได้โดยไม่มีใครมาขัดขวางอีกต่อไป ห้ามเขาคิดอย่างนี้ไม่ได้ครับ มาตรา ๑๙๐ ห้ามเขาคิด ไม่ได้ว่าสาระสำคัญที่ให้สิทธิประชาชนเขาไปร่วมตรวจสอบในนามของสภาผู้แทนราษฎร ในพระราชบัญญัติซึ่งมีผลผูกพันต่อเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนที่ เป็นนัยสำคัญ ท่านจะต้องกู้ ๒.๒ ล้านบาทจากแหล่งเงินในต่างประเทศมันจะต้องให้ผ่านสภาแห่งนี้อย่างไรละครับ หรือกู้แล้วมันไปไม่รอดต้องกู้ไอเอ็มเอฟก็ไม่ต้องผ่านสภาแห่งนี้ใช่หรือไม่ เราห้ามเขาคิดได้หรือครับ ก็ทำกันมาอย่างนี้มันเป็นผลไม้พิษจากต้นไม้พิษอย่างนี้ครับ หรือการแก้ไขมาตรา ๑๑๑ ให้วุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ๒๐๐ คน เราจะห้ามเขาคิดได้หรือว่าก็เพราะ ส.ว. ที่มาจากการสรรหามันเป็นเสี้ยนหนามใช่ไหมล่ะ มันซื้อไม่ได้ มันเป็นอิสระ มันไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติ หรือรับเงินเดือนใครใช่ไหมล่ะ ก็ต้องกวาดล้างมันออกไปให้มีแต่การเลือกตั้งซึ่งสามารถแทรกแซงได้ ซื้อได้ เหมือนในบริษัทหรือไม่ เราห้ามเขาไม่ได้ครับท่านประธานผมจึงบอกว่าผู้ที่เสนอร่างแก้ไข ทั้ง ๓ ฉบับคงต้องยอมรับความจริงตรงนี้ และเดินหน้าที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่านี่คือการแก้ไข ได้มีเจตจำนงที่จะสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง ไม่ใช่ประชาธิปไตย ที่เมื่อเรายกตัวบทกฎหมายที่เป็นการแก้ไขมันรอนสิทธิของพี่น้องประชาชนที่เราบอกว่า เราเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบด้วยเลือดเนื้อและวิญญาณ

สุดท้ายท่านประธานครับ จากหัวใจของผม ๑๔ ตุลา ตายไปเท่าไร ผลผลิต จากความเจ็บปวด จากเลือดเนื้อและหยดเลือดของ ๑๔ ตุลา สร้างคนในวงการการเมือง มากมายหลายคนมีอำนาจวาสนาเป็นอำมาตย์อยู่จนทุกวันนี้ เหตุการณ์ ๖ ตุลา ตายเท่าไร ผมเองและเพื่อนสมาชิกหลายคนหนีหัวซุกหัวซุน หลายคนได้ใช้ลมหายใจอยู่ในป่า เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ โดนเตะ โดนกระทืบ โดนไล่ยิงกันไปทั้งนั้นละ เมื่อ ๒ ปีก่อน ตายไปเท่าไรที่ราชประสงค์ ประชาธิปไตยในประเทศไทยมันเป็นอะไรมันจะมีได้มันต้องตาย เป็นร้อยเป็นพัน มันถูกสาบหรือมันเพราะอะไร เจตนา จิตใจ หรือเพราะอะไรสักอย่างหนึ่ง ตายไปก็เยอะครับ ผมอาจจะมองแต่ละเหตุการณ์ด้วยมุมมองที่แตกต่างออกไปตามที่เป็นอิสรทัศน์ แต่เราก็ไม่อยากเห็นแล้วเราก็เศร้าสลดใจ ผมจึงไม่อยากให้ชีวิตและเลือดเนื้อที่เสียไปเป็นร้อยเป็นพัน ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยแบบแอบแฝง ประชาธิปไตยที่ใช้งานได้ เสียเปล่าครับ

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมเกลียดชังเผด็จการ ต่อสู้กับเผด็จการ และต่อสู้ ด้วยชีวิตมาพร้อมกับพวกเราหลายคนไม่เคยนิยมชมชอบเผด็จการ แต่ความจริงอันหนึ่ง ที่เราต้องยอมรับปฏิเสธไม่ได้ครับ เผด็จการเลวระยำอย่างไรมันไม่เคยชาติ แต่ทุนสามานย์ ผมไม่แน่ใจ เผด็จการเลวระยำชาติชั่วอย่างไรมันไม่เคยทำลายสถาบันหลักของบ้านเมือง แต่ทุนสามานย์ผมไม่แน่ใจ ด้วยเหตุนี้ ผม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีทั้ง ๔ คน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านทุกคนจึงมิอาจรับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๓ ฉบับได้ กราบขอบพระคุณครับ