สาธิต ปิตุเตชะ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 237 ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อเสียง และมาตรา 68 ที่เกี่ยวข้องกับการลงโทษหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคที่มีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
แน่นอนครับ ท่านประธานที่เคารพครับ พฤติกรรมที่เป็นประชาธิปไตยมันก็เห็นชัดเจนว่าการมีสิทธิ การเพิ่มสิทธิให้กับพี่น้องประชาชน แต่การเขียนกฎหมายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลด อำนาจของประชาชนในทุกช่องทาง มันก็มีความชัดเจนว่าการลดอำนาจนี้ก็นำไปสู่การเพิ่ม อำนาจให้กับตัวเอง ผมยังไม่ได้เข้าไปในเนื้อหาของทั้ง ๓ ร่าง ผมเรียนท่านประธานว่า นอกจากการกล่าวอ้างถึงประชาธิปไตยแล้วแต่พฤติกรรมกลับตรงกันข้าม ความจริงที่มันมี ความชัดเจนที่สุดก็คือว่ากฎหมายที่กำหนดไว้เขาเขียนไว้มีเหตุผลครับ กฎหมายฆ่าคนตาย เขาก็ต้องการให้บ้านเมืองสงบ ไม่ต้องการให้ใครไปกระทำกับอีกบุคคลหนึ่ง มีเพื่อนสมาชิก พูดคล้าย ๆ กับว่าการเขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ตั้งใจที่จะไปยุบพรรคการเมือง บางพรรค ผมเรียนกับท่านประธานว่ากฎหมายมันก็เขียนอยู่ดี ๆ แบบนี้ละครับ ถ้าไม่ไป ทำผิด ข้อเท็จจริงไม่เป็นจริง ศาลไม่มีสิทธิไปยุบพรรคครับ มาตรา ๒๓๗ ที่เราทราบกันดีว่า เป็นการกระทำและเป็นการเขียนกฎหมายในลักษณะที่เป็นการให้ยาแรงกับการทุจริต ซื้อเสียง ท่านประธานเห็นตรงกันใช่ไหมครับ เพราะว่าท่านประธานเป็นนักการเมืองที่ดี ท่านประธานไม่เคยซื้อเสียง ผมเข้าใจว่าท่านประธานไม่กลัวกฎหมายมาตรา ๒๓๗ คนดี จะไปกลัวกฎหมายทำไมครับ กฎหมายเขียนไว้ไม่ให้ใครกระทำผิด แต่เหตุผลของการแก้ไข รัฐธรรมนูญกลับถูกบิดเบือนว่าเขียนกฎหมายเพื่อไปล้มล้างพรรคการเมือง ผมคิดว่าไม่เป็นธรรม ท่านประธานครับ ท่านประธานดูสิครับ ที่ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ๒ ครั้ง ผมขออนุญาต ไม่เอ่ยชื่อพรรคการเมือง มีการซื้อเสียงให้กับกำนัน ๒๐ คน คนละ ๒๐,๐๐๐ บาท ให้ช่วย ผู้สมัครรับเลือกตั้ง มีการจ่ายเงินให้กับผู้สมัครพรรคเล็กที่ขาดคุณสมบัติ อันนี้ก็ชัดเจนศาล มีคำพิพากษา ๓ ปี ๔ เดือน ให้กับ พลเอก ธรรมรักษ์อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ผมไม่ได้กล่าวอ้าง แต่นี่เป็นคำพิพากษาของศาลครับ ผมถามท่านประธานว่าถ้าไม่มีการกระทำ ความผิดกฎหมายมันก็เป็นประโยชน์ มันมีความชัดเจนอยู่เองว่ากฎหมายเป็นประโยชน์ เพราะคนเขียนคนร่างต้องการให้เกิดประโยชน์กับสังคม มาตรา ๒๓๗ นี้ชัดเจน มาตรา ๖๘ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตเข้ามาสู่เนื้อหาของมาตรา ๖๘ อันนี้ก็มีความชัดเจน อยู่เองครับ ผมมีความเชื่อว่ามันนำไปสู่การลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในสภาแห่งนี้ ในวาระที่สาม มีการยอมรับจากผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองพรรคหนึ่งว่าเมื่อมีการแก้ไขมาตรา ๖๘ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วจะนำไปสู่การลงมติในวาระที่สาม ในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ไทยรัฐวันนี้ครับ ก็จึงเป็นข้อสังเกตแล้วก็เป็นความชัดเจนว่าการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ ท่านประธานที่เคารพครับ และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง มาตรา ๖๘ มีความชัดเจนว่าการแก้ไข ครั้งนี้ก็ไปยกเลิกโทษของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคที่มีพฤติกรรมล้มล้าง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในวรรคสุดท้าย ไปตัดตรงนี้ออกทำไมละครับ ถ้าพรรคการเมืองไหนมีพฤติกรรมแบบนี้ทำไมเราไม่เห็นพ้อง ต้องกันละครับว่านอกจากจะถูกยุบพรรคแล้ว ตัวหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค จะต้องถูกลงโทษด้วย ไปตัดสิทธิประชาชนอย่างเดียวไม่พอหรอกครับ หรือกลัวอะไรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๒๓๗ นักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ต้องการเห็น การเลือกตั้งที่ขาวสะอาด ไม่มีใครหรอกครับกลัวมาตรานี้ มาตรานี้เราเห็นตรงกันว่า การซื้อเสียงเป็นต้นเหตุของการทุจริต เป็นวงจรอุบาทว์ที่ไม่จบสิ้น ทุกคนเห็นตรงกันครับว่า แล้วจะทำอย่างไรละจะแก้ไขปัญหานี้ได้ จึงมีการเขียนกฎหมาย มาตรา ๒๓๗ เพื่อให้โทษ สำหรับพรรคการเมืองหรือผู้บริหารพรรคการเมืองถ้ามีส่วนร่วมรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลย หรือทราบถึงการกระทำนั้นแล้วมิได้ยับยั้ง เหมือนที่ผมยกตัวอย่างครับท่านประธาน มีกรรมการบริหารพรรคการเมืองไปทำผิดเสียเองก็เป็นความชอบธรรมที่ศาลรัฐธรรมนูญจะ ยุบพรรค นี่ก็เขียนไว้ครับ เพื่อป้องกันไม่ให้พรรคการเมืองไปสนับสนุนลูกพรรคให้ไปซื้อเสียง จนผิดกฎหมาย แต่กลับมีการบอกว่าการยกเลิกมาตรานี้จะทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ผมถามท่านประธานว่าผมเห็นต่างกันครับในทางกลับกันยิ่งทำให้พรรคการเมืองยิ่งอ่อนแอ ลงครับ อ่อนแอก็เพราะว่าความคิดของระบบพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคที่ผ่าน การเลือกตั้งมากลายเป็นนอมินี (Nominee) หมดเลยครับ เอาคนขับรถมาเป็นกรรมการบริหาร พรรค เอาใครไม่รู้มาเป็นหัวหน้าพรรค สุดท้ายก็สั่งการให้พรรคการเมืองปฏิบัติตามคนที่อยู่ ข้างหลัง นี่หรือครับพรรคการเมืองจะเข้มแข็งหรือครับ มาตรา ๒๓๗ ถ้ามันยังคงอยู่และ พรรคการเมืองเป็นไปตามกลไกผู้บริหารพรรคมาจากการเลือกตั้งได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง ได้คิด อย่างระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง นั่นสิครับจะเป็นการสนับสนุนระบอบพรรคการเมือง และเป็นการสนับสนุนในระบบการเลือกตั้งที่เป็นธรรมใสสะอาดหรือว่าใครคิดว่าพรรคใครมีเงิน เยอะมาก จึงต้องแก้ไขมาตรา ๒๓๗ นี้เสีย ที่สำคัญนะครับ ที่ผมเรียนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้นำไปสู่การลงมติในวาระที่สามของร่างแก้ไขทั้งฉบับที่ค้างอยู่ในสภา แค่นั้นไม่พอนะครับ มีมาตรา ๕ มาอีกนิดหนึ่ง เป็นความเห็นแก่ตัวนะครับ เอาเล็กเอาน้อย เพราะผู้ที่ติดโทษยุบพรรค ๑๑๑ ก็หลุดไปแล้ว ๑๐๙ ก็จะหลุดในเดือนธันวาคมปีนี้ครับ แต่ผมไม่ทราบว่าใจร้อนขนาดไหน เขียนลงมาด้วยครับว่าเป็นการนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่ติดโทษยุบพรรค ทำไมรอไม่ได้ละครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ส่วนที่มาของ ส.ว. นั้น มีความชัดเจนนะครับว่าเรามีประสบการณ์ เรามีประสบการณ์ตรงว่ามันเกิดเหตุการณ์อย่างไรขึ้นบ้างในปี ๒๕๔๐ ที่สำคัญการแก้ไขให้ นำไปสู่การได้มาซึ่งวุฒิสมาชิกจากการเลือกตั้งทั้งหมด ประเด็นสั้น ๆ ครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าความเป็นกลางจะหมดไปนำไปสู่การพักพิง ทุกพรรคการเมือง ท่านประธาน ทุกพรรคการเมืองครับ ถ้าเขาจะชนะเลือกตั้งมันแน่นอน เหลือเกินครับที่เขาจะต้องไปแอบอิงพรรคการเมืองและความเป็นกลางจะเหลืออยู่ที่ไหน และสภาสูงนี้ละครับจะต้องไปแต่งตั้ง ถอดถอนบุคคลสำคัญในการบริหารประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกำลังจะจบครับ ส่วนมาตรา ๑๙๐ นั้น