สุรศักดิ์ ศรีอรุณ หมายถึงว่า การพูดถึงประชาธิปไตยโดยไม่ทำตามจริงเป็นการทำลายระบบประชาธิปไตยทางอ้อม และพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 68 และ 237 เพื่อรับรองความยุติธรรมและความเสถียรภาพทางการเมือง และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริง เช่น การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริง เช่น การจำนำข้าว
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังการอภิปรายมาเกือบ ๒ วัน ผมได้ยินคำพูดว่ามีผู้ที่ เทิดทูนประชาธิปไตย รักประชาธิปไตยมาก แล้วก็วนเวียนอยู่แต่ในเรื่องการเลือกตั้งว่าเหมือนจะ เป็นสาระสำคัญของประชาธิปไตย ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่นะครับ การพูดแต่การกระทำนั้น ตรงกันข้าม ท่านประธานครับ การกระทำและพฤติกรรมที่ผ่านมาหลายครั้งผมเห็นว่า เป็นการทำลายระบบประชาธิปไตยทางอ้อม แล้วจะเป็นการทำให้ประเทศชาตินั้นอาจจะต้อง ประสบความหายนะทางการเมือง และความล่มสลายทางเศรษฐกิจ ผมขอกราบเรียนท่านประธาน เป็นประเด็นดังนี้นะครับ
ประเด็นแรก เกี่ยวกับการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ สมาชิกรัฐสภาหลายท่าน ก็ได้พูดแล้วว่าเป็นการตัดสิทธิพี่น้องประชาชนที่ชัดเจน ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยตั้งแต่ วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ชัดเจนแล้วนะครับว่าประชาชนสามารถใช้สิทธิในการพิทักษ์ รัฐธรรมนูญได้ ๒ ทาง คือไปยื่นอัยการสูงสุดหรือยื่นโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้น่าจะ จบครับท่านประธาน ถ้าเผื่อตราบใดที่เรามีผู้ที่ยังไม่ฟังศาล ไม่ฟังกติกานี่นะครับ เราก็เป็น อย่างนี้ครับ วนเวียนสร้างปัญหาเดือดร้อนไม่มีที่สิ้นสุดนะครับ ท่านประธานครับ มีคนอยู่ กลุ่มเดียวครับ ทุกครั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือพิพากษาไม่ถูกใจก็จะต้องออกมาต่อว่า มาแสดงพฤติกรรมอะไรต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าไม่เหมาะสมครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ขอให้ช่วยกันยับยั้งบุคคลกลุ่มนี้อย่าให้มาสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนครับ ท่านประธานครับ ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีมาตราซึ่งคิดว่าเป็นอันตรายต่อระบบ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างยิ่งครับ ในการปกครองแบบระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานก็คงคิดเหมือนผมนะครับ คือเราต้องการพรรคการเมืองที่ดี เราต้องการ นักการเมืองที่ดี มาตรา ๒๓๗ การยุบพรรคการเมือง การตัดสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง และกรรมการบริหารพรรค ที่เขาต้องมีมาตรานี้เพราะว่าในอดีตเราเคยประสบปัญหา มาตรานี้ เป็นยาแรงจะอ้างว่าไม่ยุติธรรมต่อหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคนั้นไม่ได้ครับ ท่านประธาน ถ้าสมมุติในการเลือกตั้งมีผู้ที่เลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งไปโกงเพียง ๑ คน แต่ปรากฏว่าผลการเลือกตั้งทำให้พรรคการเมืองนั้นได้รับคะแนนเสียงมากกว่าพรรคอื่น แม้แต่เพียง ๑ เสียง ก็มีสิทธิที่จะจัดตั้ง และหัวหน้าพรรคการเมืองก็จะเป็นนายกรัฐมนตรี ของรัฐบาลนั้นนะครับ ทั้งหมดเป็นประโยชน์มหาศาล เพราะฉะนั้นจึงมีความจำเป็นซึ่งเมื่อได้ ประโยชน์มหาศาลนั้นโทษก็จะต้องตามมา โทษนี้ไม่ใช่อะไรครับท่านประธาน เราต้องการ สร้างความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเมืองและมีพรรคการเมืองที่ดี เหตุผลที่อ้างว่า ไม่ยุติธรรมต่อหัวหน้าพรรคการเมือง แล้วก็ทำให้พรรคการเมืองนั้นมีความเข้มแข็ง ถ้าเผื่อ พรรคการเมืองนั้นมีความเข้มแข็ง แต่ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ท่านประธานคิดว่าประเทศเราจะไปได้ แค่ไหนครับ ฉะนั้นผมคิดว่ามาตรา ๒๓๗ วรรคสองที่ไปตัดทิ้งนะครับ วรรคนั้นสมาชิกรัฐสภา บางท่านก็ได้อภิปรายในการสร้างความเข้าใจผิดให้แก่พี่น้องประชาชน เพราะถ้าเผื่อท่านประธาน อ่านให้ดี ๆ นะครับ วรรคสองของมาตรา ๒๓๗ เดิม เขียนไว้ชัดนะครับว่าถ้าการกระทำของ บุคคลตามวรรคหนึ่ง คือสมาชิกพรรคไปโกงการเลือกตั้งมา ถ้าปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อถือ ได้ว่าหัวหน้าพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรคทราบและไม่ห้ามปราม ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ ป้องกันหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคครับ กรุณาชี้แจงพี่น้องประชาชน ให้เข้าใจให้ถ่องแท้ครับ อย่าได้เบี่ยงเบนประเด็นและสร้างความเข้าใจผิด มันจะทำให้เกิด ความเสียหายครับ ท่านประธานครับ พรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลเหมือนกับบริษัทครับ เมื่อมีความเสียหายก็จะต้องรับผิดชอบ คิดว่าอันนี้เป็นมาตรฐานในการที่เราจะใช้หลักนิติธรรม และหลักกฎหมาย
ท่านประธานครับ ในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับต่อไป คือการแก้ไข มาตรา ๑๙๐ เหตุผลที่อ้างก็เดิม ๆ อ้างว่าเงื่อนไขของมาตรา ๑๙๐ นั้น ทำให้การเจรจา การค้าระหว่างประเทศเสียประโยชน์เสียผล ซึ่งความจริงแล้วไม่จริงนะครับท่านประธาน และผมเป็นสมาชิกวุฒิสภามาด้วยกัน ๔ ปีกว่า เรามีการประชุมร่วมหลายครั้งนะครับ ในการประชุมร่วมกันนั้นเวลาที่เสียไปส่วนใหญ่เป็นเรื่องอื่นครับ ไม่ใช่เป็นการพิจารณา รายละเอียดในการเจรจา แล้วก็ที่ดูนี่นะครับผมก็ไม่เห็นมีความลับอะไรเลย ตรงกันข้ามการที่ สมาชิกรัฐสภาทุกท่านได้ช่วยกันอภิปรายข้อดีข้อเสียของกรอบการเจรจาต่าง ๆ นั้น ผมคิดว่า ทำให้พี่น้องประชาชนนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นเกษตรกรเขาจะได้มีโอกาสที่จะปรับตัวว่า จะตั้งรับอย่างไร การที่ไปแก้ไขโดยตัดประเด็นสำคัญว่าในการทำหนังสือสนธิสัญญา ที่เกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจและสังคมซึ่งกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง จำเป็นที่จะต้องมา ผ่านรัฐสภา ถ้าสมมุติว่าตัดตรงนี้ไปจะทำให้เสียประโยชน์มากกว่าที่จะได้ประโยชน์ ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ใช่เกิดจากมาตรา ๑๙๐ นะครับ เขาเขียนไว้ชัดให้ไปออกกฎหมายเพื่อจะให้ ขั้นตอนกระชับเข้า ก็ไม่ทำครับ อันนี้จะไปโทษรัฐธรรมนูญได้อย่างไร ต้องโทษรัฐบาล ซึ่งไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน หลายเรื่องนะครับ ไปเจรจากันตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ยังไม่มีเลยครับ เสร็จแล้วก็เพิ่งนำมาพิจารณากัน แล้วที่สำคัญที่สุด ยกตัวอย่างง่าย ๆ ขณะนี้มีหนังสือสนธิสัญญาร่างความตกลงต่าง ๆ มากมาย แทนที่รัฐบาล จะนำเข้ามาสู่สภานี้ กลับเอาเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งทั้ง ๓ ร่างไม่ได้มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน โดยตรงเลย เขาเดือดร้อนเรื่องอื่นตั้งเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนำข้าว เรื่องอะไร ผมไม่ซ้ำประเด็นนะครับ ไปแก้เรื่องนั้นสำคัญกว่า ทั้ง ๓ ร่างผมอ่านแล้วอ่านอีกไม่เห็นว่า พี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร ได้เฉพาะคนบางกลุ่มนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากเลือกตั้งซึ่งจะต้องหมดวาระ ต้องขออภัยท่านด้วยนะครับ เพราะว่า กฎกติกามีเราก็จำเป็นที่จะต้องเคารพครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๑๙๐ ที่ตัดไป พี่น้องประชาชนจะเสียประโยชน์อีกเรื่องหนึ่งนะครับ