เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ร่าง เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และความต้องการของประชาชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบให้ความโปร่งใสในการเจรจาต่างประเทศ และเรียกร้องแก้ไขมาตรา 237 และมาตรา 111-117 เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
เป็นที่ทราบ กันดีว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับนี้เป็นฉบับที่ ๑๘ ผมเห็นด้วยในการที่จะมี การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ร่าง เนื่องจากว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่เราสามารถทำได้ ด้วยหลักการและเหตุผล รัฐธรรมนูญเราเคยใช้ปี ๒๕๔๐ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ได้รับ การยอมรับว่าเป็นฉบับของพี่น้องประชาชน เราใช้มา ๙ ปี เป็นที่ทราบกันดีว่าเกิดเหตุการณ์ ปฏิวัติรัฐประหารเราถึงมีรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ขึ้นมา ซึ่งมีการทำประชาพิจารณ์ หลายท่านบอกว่า ๑๔ ล้านเสียงต่อ ๑๐ ล้านเสียง นั่นก็ถือว่าเป็นการทำประชาพิจารณ์ ในสภาวะไม่ปกติ เป็นที่ทราบกันดีครับ เราก็ทราบแล้วได้ยินทางสื่อมวลชนมาตลอดว่า ให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านไปเถอะดีกว่าที่จะไม่มีรัฐธรรมนูญใช้ พี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศมีความหวังอยากได้รัฐธรรมนูญจึงได้รับร่างรัฐธรรมนูญ แล้วหลายท่านก็บอกว่า เรารับไปแล้วสามารถที่จะแก้ไขได้ วันนี้ถึงเป็นการที่จะนำมาแก้ไขใน ๓ ร่างที่ทาง สมาชิกรัฐสภาได้นำเสนอต่อสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่าเราจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ และให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนผู้เป็นเจ้าของ อำนาจอธิปไตย อย่างมาตรา ๑๙๐ เราเห็นชัดเจนว่ากรอบในการเจรจาจะต้องใช้หลายอย่าง บางครั้งเราไม่สามารถที่จะเปิดเผยได้ มันอยู่ในอำนาจของฝ่ายบริหาร ฉะนั้นฝ่ายบริหาร จะต้องไปทำการติดต่อกับต่างประเทศหรือเจรจาตามกรอบที่ได้รับไป ส่วนความโปร่งใส เป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาและพี่น้องประชาชนจะต้องตรวจสอบว่าทางรัฐบาล นำฝ่ายบริหารได้ไปเจรจาในกรอบข้อตกลงที่โปร่งใสเป็นประโยชน์กับประเทศหรือไม่
ส่วนมาตรา ๖๘ ซึ่งเราทราบดีว่ามาตรา ๖๘ เป็นมาตราที่ใช้อำนาจด้านตุลาการ ผ่านอัยการสูงสุด อย่าไปคิดแทนพี่น้องประชาชนนะครับว่าพี่น้องประชาชนไม่สามารถที่จะ แสดงความคิดเห็นหรือยื่นหนังสือผ่านอัยการสูงสุดได้ เดี๋ยวนี้พี่น้องประชาชนเก่งครับ และเข้าใจการเมืองดี ผมฝากไว้ว่าทางเส้นนี้เป็นอำนาจตุลาการผ่านอัยการสูงสุด ซึ่งพี่น้องประชาชน สามารถที่จะใช้สิทธิของตนเองให้อัยการสูงสุดพิจารณากระทงความต่าง ๆ ตามกลุ่ม หรือตามที่เขาได้ยื่นมา ผมจะพูดสั้น ๆ ๒ มาตรานี้ แต่เป็นประเด็นที่มาตรา ๒๓๗ มาตรา ๒๓๗ เป็นที่ชัดเจนว่าพรรคการเมืองถือว่าเป็นสถาบันทางการเมือง มีทั้งผู้บริหาร หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค เลขาธิการพรรค นอกจากนั้นพี่น้องประชาชนที่นิยม ชื่นชม ในนโยบายของพรรคก็เป็นสมาชิกพรรค บางพรรคมีเป็นสิบ ๆ ล้านคน หลายพรรคครับ เป็นพรรคการเมืองที่ได้รับการยอมรับจากพี่น้องประชาชน แต่วันดีคืนดีโดนยุบโดยมาตรา ๒๓๗ ซึ่งโดนยุบ โดนตัดสิทธิเป็นผู้ร่วมทำการ โดยเขาไม่ทราบเลยว่าเขามีความผิดอะไร โดยเฉพาะ พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นสมาชิกพรรคทั่วประเทศ นี่ถึงขาดความมั่นคงในทางการเมือง ขาดหลักนิติธรรม ขาดหลักนิติรัฐ ที่จะทำให้การเมืองของเราได้รับการยอมรับจากนานาอารยประเทศ ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นว่าเราจะต้องได้รับการดูแล แก้ไข เห็นไหมล่ะครับ พรรคไทยรักไทย โดนยุบ พรรคเพื่อไทยโดนยุบ พรรคชาติไทยก็โดนยุบ ถามว่าเขาผิดอะไร พี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคทำผิดอะไร ได้เป็นตัวการร่วมโดยไม่ทราบสาเหตุ นี่ละครับถึงเป็น การขัดหลักนิติธรรม ขัดหลักสากลอย่างยิ่งใหญ่ เราจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๗ ส่วนมาตรา ๑๑๑ ถึงมาตรา ๑๑๗ ท่านทราบดีว่าที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านประธานก็เป็นสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ท่านทราบดีว่าการได้รับการยอมรับจากพี่น้องประชาชนเป็นความภาคภูมิใจ ส.ส. สมาชิกรัฐสภา ที่อยู่ที่นี่ก็เป็นคนหนึ่งที่พี่น้องมอบความไว้วางใจมาจากการเลือกตั้งให้มาทำหน้าที่ แต่มีส่วนหนึ่งครับมาจากการแต่งตั้งจากคน ๗ คน ซึ่งไม่ทราบว่าจะมีความเที่ยงธรรม มีความยุติธรรม คัดสรรความรู้ความสามารถของบุคคลคนนั้นมาอย่างไร ผมไม่เคยรังเกียจว่า ท่าน ส.ว. สรรหามีทั้งดี ทั้งไม่ดี เราต้องยอมรับในหมู่คน แต่ ส.ว. สรรหาผมได้ยินจาก พี่น้องประชาชนบอกว่าสมาชิกรัฐสภานั่งอยู่นี่ ๗๓ คนมาจากการสรรหาไม่รู้มาอย่างไร เหมือนเป็นข้าวนอกนา ผมฟังแล้วผมก็ไม่สบายใจครับ เพราะพี่น้อง ส.ว. ซึ่งมาจาก การสรรหาบางท่านก็เป็นคนดี บางท่านก็อาจจะไม่ดี อย่างไรก็แล้วแต่ ควรมาจาก การเลือกตั้งทั้งหมดนะครับ นี่คือตรรกะในการที่จะเลือกตั้ง ส.ว. หรือสมาชิกวุฒิสภา การทำหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ก็จะมีความทัดเทียมกัน ไม่ให้เขา บอกว่านี่คือข้าวนอกนา ๗๓ คน ผมไม่อยากได้ยินคำนี้ครับ ฉะนั้นวันนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องทำเพื่อประเทศชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจ อธิปไตยอันแท้จริง เราอย่าพูดเอาแต่ได้ เราอย่าใช้วาทกรรมเพื่อจะทำอะไรก็ได้ ขอให้เรา เอาหัวใจของเรามาบอกว่าเราจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนร่วมกันในสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้เพื่อคนไทยทั้งประเทศ ผมขอสนับสนุนการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๓ ร่าง เพื่อเป็นกฎหมายอันสูงสุดที่จะใช้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ขอบคุณครับ